'ฝีดาษลิง' Clade 1 และ Clade 2 กับการกลายพันธุ์สู่ Clade 1b แพร่เชื้อเร็วขนาดอยู่ในบ้าน 4 ชั่วโมงติด ส่วนใหญ่เด็กติดเชื้อเยอะ มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และสามารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้ ครวเลี่ยงเดินทางไปประเทศเสี่ยง...
" ฝีดาษลิง " Clade 1 และ Clade 2 กับการกลายพันธุ์สู่ Clade 1b แพร่เชื้อเร็วขนาดอยู่ในบ้าน 4 ชั่วโมงติด ส่วนใหญ่เด็กติดเชื้อเยอะ มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และสามารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้ ครวเลี่ยงเดินทางไปประเทศเสี่ยง ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันแต่มีค่าใช้จ่ายที่กำลังแพร่ระบาดในกลุ่มประเทศแอฟริกา โดยเฉพาะดีอาร์ คองโก ที่มีสายพันธุ์ เคลด 1 บี ซึ่งแพร่เชื้อง่าย และพบการติดเชื้อในเด็ก มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าสายพันธุ์เคลด 2บี ที่พบในไทย กระทั่งองค์การอนามัยโลกประกาศให้ฝีดาษวานร ในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกามีสถานะเป็น "ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ" หนำซ้ำเร็วๆนี้ ประเทศสวีเดนยังพบผู้ป่วยสายพันธุ์เคลด 1 บีอีกนั้น โดยกรมควบคุมโรคได้ยกระดับการเฝ้าระวังตามที่เคยเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ฝีดาษวานร มีสายตระกูลเรียกว่า เคลท1 เคลท 2 โดยเคลท1 มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10% แต่ขณะนี้ที่ระบาดไม่ใช่เคลท1 แต่ปรับเปลี่ยนสายพันธุ์มาเป็นเคลท 1บี ซึ่งเคลท 1บี ยังน่ายินดีตรงที่อัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือ 1% แต่ติดต่อง่ายกว่า ปี 2565 ที่มีการระบาด ของสายพันธุ์เคลท 2บี แต่ไม่รุนแรงเหมือนกัน โดยประเทศไทย ปัจจุบันเป็นสายพันธุ์เคลท 2บีดังนั้น เห็นได้ว่า ฝีดาษวานรสายพันธุ์ เคลด 1 บี เป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่แล้ว แต่ปรับตัวเองให้ติดเชื้อง่ายขึ้น จากเดิมปี2565 เคยระบาดเคลด 2 บี มีความแตกต่างกันโดยในอดีตติดต่อค่อนข้างยาก ต้องสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด พบมากในกลุ่มชายรักชาย แต่ปีนี้กลับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสาธารณรัฐคองโก มีการติดต่อง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีคนติดเชื้อเคลด 1 บีไปแล้วประมาณ 18,000 คน เสียชีวิตกว่า 500 กว่าคนที่น่าตกใจคือ จำนวนผู้เสียชีวิตในนี้เป็นเด็กถึง 70% แสดงให้เห็นว่าการติดเชื้อสายพันธุ์นี้ง่ายขึ้น คนที่อยู่บ้านเดียวกัน อย่างเด็กเล็กก็สามารถถ่ายทอดเชื้อกันได้ ผ่านสารคัดหลั่ง การไอจาม ซึ่งมีการติดตามข้อมูลจากแอฟริกาพบว่า คนที่ป่วยและไปอยู่ในบ้านเดียวกันประมาณ 4 ชั่วโมงมีความเสี่ยงติดเชื้อได้ ทั้งจากการสัมผัสเชื้อจากสารคัดหลั่ง การใช้มือที่สัมผัสเชื้อขยี้ตา การไอหรือจาม โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ ย่อมติดเชื้อได้ แต่ต้องย้ำว่า ไม่ใช่การติดเชื้อจากแอร์บอร์น ไวรัสฝีดาษวานร มีการปรับเปลี่ยนสายพันธุ์คล้ายๆโควิด19 หรือไม่? ในกรณีนี้ไม่เหมือนโควิด19 เนื่องจากฝีดาษวานร ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจนว่า เพราะอะไรถึงสปีดอัพ แต่ไวรัสพยายามแทรกเข้ามาตัวโฮสที่เป็นมนุษย์ แต่ยังไม่อยากให้กังวล เพราะระบบการเฝ้าระวัง โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขของไทยมีระบบเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น แต่สิ่งสำคัญต้องให้ความรู้ประชาชน เนื่องจากฝีดาษวานร มีระยะฟักตัวอยู่ 22 วัน ดังนั้น หากคนไทยเดินทางไปประเทศเสี่ยง อย่างแอฟริกา หรือดีอาร์คองโก ต้องสื่อสารให้ทราบว่า เมื่อเดินทางกลับมาขอให้สังเกตตนเอง ว่า มีอาการคล้ายไข้หวัด มีผื่นขึ้นตามตัว ต้องรีบพบแพทย์ ซึ่งจะมีระบบรายงานข้อมูลจากสถานพยาบาลไปยังกรมควบคุมโรคปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้วเช่นกัน โดยสภากาชาดไทยนำเข้ามา แต่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถฉีดก่อนและหลังเดินทางไปกลุ่มเสี่ยงได้ โดยข้อมูลที่ผ่านมาหากสัมผัสเชื้อมาแล้ว จะฉีดป้องกันความรุนแรงได้ 68%-80% จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของฝีดาษวานร เคลด 1 บี ของไทยมีกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค มีระบบในการเฝ้าระวังที่มีศักยภาพ สามารถตรวจจับได้หากพบสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งทางกรมควบคุมโรค จะมีข้อมูลการรายงานผู้ป่วยฝีดาษวานรในประเทศไทย และตรวจหาสายพันธุ์ฝีดาษวานรทุกรายในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายสงสัย สำหรับห้องปฏิบัติการ ในการตรวจหาสายพันธุ์ฝีดาษวานร ต้องเป็นห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 ที่มีความปลอดภัยในการตรวจสูงมา โดยห้องจะถูกออกแบบมาพิเศษขึ้นอีกระดับ เป็นระบบป้องกันไม่ให้อากาศภายในที่อาจมีเชื้อปนเปื้อนอยู่ไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ขอย้ำว่า หากหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดของฝีดาษวานร โดยเฉพาะฝีดาษวานรสายพันธุ์ Clade1b ในประเทศแถบแอฟริกาหรือประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย คองโก ขอให้หลีกเลี่ยงไปก่อน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเดินทางไปในประเทศเสี่ยงเหล่านี้ เนื่องจากมีข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ฝีดาษวานรสายพันธุ์เคลด 1บี สามารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้ หากประชาชนทั่วไป มีความจำเป็นต้องเดินทางไป ขอให้ ป้องกันสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่อาจเป็นพาหะของไวรัส โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดของ ฝีดาษลิง เช่น หนูและลิง หรือสัตว์ฟันแทะอื่นๆ.
"ฝีดาษลิง" Clade 1 และ Clade 2 กับการกลายพันธุ์สู่ Clade 1b แพร่เชื้อเร็วขนาดอยู่ในบ้าน 4 ชั่วโมงติด ส่วนใหญ่เด็กติดเชื้อเยอะ มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และสามารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้ ครวเลี่ยงเดินทางไปประเทศเสี่ยง ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันแต่มีค่าใช้จ่ายที่กำลังแพร่ระบาดในกลุ่มประเทศแอฟริกา โดยเฉพาะดีอาร์ คองโก ที่มีสายพันธุ์ เคลด 1 บี ซึ่งแพร่เชื้อง่าย และพบการติดเชื้อในเด็ก มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าสายพันธุ์เคลด 2บี ที่พบในไทย กระทั่งองค์การอนามัยโลกประกาศให้ฝีดาษวานร ในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกามีสถานะเป็น "ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ" หนำซ้ำเร็วๆนี้ ประเทศสวีเดนยังพบผู้ป่วยสายพันธุ์เคลด 1 บีอีกนั้น โดยกรมควบคุมโรคได้ยกระดับการเฝ้าระวังตามที่เคยเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ฝีดาษวานร มีสายตระกูลเรียกว่า เคลท1 เคลท 2 โดยเคลท1 มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10% แต่ขณะนี้ที่ระบาดไม่ใช่เคลท1 แต่ปรับเปลี่ยนสายพันธุ์มาเป็นเคลท 1บี ซึ่งเคลท 1บี ยังน่ายินดีตรงที่อัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือ 1% แต่ติดต่อง่ายกว่า ปี 2565 ที่มีการระบาด ของสายพันธุ์เคลท 2บี แต่ไม่รุนแรงเหมือนกัน โดยประเทศไทย ปัจจุบันเป็นสายพันธุ์เคลท 2บีดังนั้น เห็นได้ว่า ฝีดาษวานรสายพันธุ์ เคลด 1 บี เป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่แล้ว แต่ปรับตัวเองให้ติดเชื้อง่ายขึ้น จากเดิมปี2565 เคยระบาดเคลด 2 บี มีความแตกต่างกันโดยในอดีตติดต่อค่อนข้างยาก ต้องสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด พบมากในกลุ่มชายรักชาย แต่ปีนี้กลับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะสาธารณรัฐคองโก มีการติดต่อง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีคนติดเชื้อเคลด 1 บีไปแล้วประมาณ 18,000 คน เสียชีวิตกว่า 500 กว่าคนที่น่าตกใจคือ จำนวนผู้เสียชีวิตในนี้เป็นเด็กถึง 70% แสดงให้เห็นว่าการติดเชื้อสายพันธุ์นี้ง่ายขึ้น คนที่อยู่บ้านเดียวกัน อย่างเด็กเล็กก็สามารถถ่ายทอดเชื้อกันได้ ผ่านสารคัดหลั่ง การไอจาม ซึ่งมีการติดตามข้อมูลจากแอฟริกาพบว่า คนที่ป่วยและไปอยู่ในบ้านเดียวกันประมาณ 4 ชั่วโมงมีความเสี่ยงติดเชื้อได้ ทั้งจากการสัมผัสเชื้อจากสารคัดหลั่ง การใช้มือที่สัมผัสเชื้อขยี้ตา การไอหรือจาม โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ ย่อมติดเชื้อได้ แต่ต้องย้ำว่า ไม่ใช่การติดเชื้อจากแอร์บอร์น ไวรัสฝีดาษวานร มีการปรับเปลี่ยนสายพันธุ์คล้ายๆโควิด19 หรือไม่? ในกรณีนี้ไม่เหมือนโควิด19 เนื่องจากฝีดาษวานร ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจนว่า เพราะอะไรถึงสปีดอัพ แต่ไวรัสพยายามแทรกเข้ามาตัวโฮสที่เป็นมนุษย์ แต่ยังไม่อยากให้กังวล เพราะระบบการเฝ้าระวัง โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขของไทยมีระบบเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น แต่สิ่งสำคัญต้องให้ความรู้ประชาชน เนื่องจากฝีดาษวานร มีระยะฟักตัวอยู่ 22 วัน ดังนั้น หากคนไทยเดินทางไปประเทศเสี่ยง อย่างแอฟริกา หรือดีอาร์คองโก ต้องสื่อสารให้ทราบว่า เมื่อเดินทางกลับมาขอให้สังเกตตนเอง ว่า มีอาการคล้ายไข้หวัด มีผื่นขึ้นตามตัว ต้องรีบพบแพทย์ ซึ่งจะมีระบบรายงานข้อมูลจากสถานพยาบาลไปยังกรมควบคุมโรคปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้วเช่นกัน โดยสภากาชาดไทยนำเข้ามา แต่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถฉีดก่อนและหลังเดินทางไปกลุ่มเสี่ยงได้ โดยข้อมูลที่ผ่านมาหากสัมผัสเชื้อมาแล้ว จะฉีดป้องกันความรุนแรงได้ 68%-80% จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของฝีดาษวานร เคลด 1 บี ของไทยมีกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค มีระบบในการเฝ้าระวังที่มีศักยภาพ สามารถตรวจจับได้หากพบสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งทางกรมควบคุมโรค จะมีข้อมูลการรายงานผู้ป่วยฝีดาษวานรในประเทศไทย และตรวจหาสายพันธุ์ฝีดาษวานรทุกรายในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายสงสัย สำหรับห้องปฏิบัติการ ในการตรวจหาสายพันธุ์ฝีดาษวานร ต้องเป็นห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 ที่มีความปลอดภัยในการตรวจสูงมา โดยห้องจะถูกออกแบบมาพิเศษขึ้นอีกระดับ เป็นระบบป้องกันไม่ให้อากาศภายในที่อาจมีเชื้อปนเปื้อนอยู่ไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ขอย้ำว่า หากหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดของฝีดาษวานร โดยเฉพาะฝีดาษวานรสายพันธุ์ Clade1b ในประเทศแถบแอฟริกาหรือประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย คองโก ขอให้หลีกเลี่ยงไปก่อน โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรเดินทางไปในประเทศเสี่ยงเหล่านี้ เนื่องจากมีข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ฝีดาษวานรสายพันธุ์เคลด 1บี สามารถถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้ หากประชาชนทั่วไป มีความจำเป็นต้องเดินทางไป ขอให้ ป้องกันสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่อาจเป็นพาหะของไวรัส โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดของฝีดาษลิง เช่น หนูและลิง หรือสัตว์ฟันแทะอื่นๆ
ผู้ป่วยฝีดาษลิง โรคฝีดาษลิง Monkeypox วัคซีนฝีดาษลิง ไวรัสฝีดาษลิง โรคฝีดาษวานร Mpox ฝีดาษ Mpox
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
อนามัยโลก เตือน 'เอ็มพอกซ์' หรือ 'ฝีดาษลิง' ฉุกเฉินระดับโลกองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรคเอ็มพอกซ์ หรือชื่อเดิมคือ ฝีดาษลิง ในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกา...
Read more »
คนไทยอย่าตื่นตระหนก ‘ฝีดาษลิง’ ในไทยไม่ใช่พันธุ์มฤตยูกรมควบคุมโรคชี้ไทยยังไม่พบ 'ฝีดาษลิง' สายพันธุ์มฤตยู ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเพราะมีระบบเฝ้าระวังอย่างดี หลัง WHO ประกาศให้ ‘ฝีดาษวานร’ เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังสายพันธุ์มฤตยูซึ่งเคยแพร่ระบาดในคองโกเท่านั้น...
Read more »
อนามัยโลกเตือนภัย 'ฝีดาษลิง' ฉุกเฉินระดับโลกองค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของ 'เอ็มพอกซ์' หรือ 'ฝีดาษลิง' เป็นภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ หลังจากในปีนี...
Read more »
'สวีเดน' พบผู้ติดเชื้อ Mpox หรือ ฝีดาษลิง นอกแอฟริกาคนแรก'สวีเดน' ประกาศพบผู้ติดเชื้อ Mpox หรือ ฝีดาษลิง คนแรกนอกทวีปแอฟริกา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะพบการระบาดเพิ...
Read more »
เฝ้าระวัง “ฝีดาษลิง” หลังองค์การอนามัยโลก ประกาศฉุกเฉินสาธารณสุขระดับโลกไทยเข้มเฝ้าระวัง “ฝีดาษลิง” กลุ่มแอฟริกา โดยเฉพาะดีอาร์ คองโก หลังระบาดหนักจน องค์การอนามัยโลก ประกาศ “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” แต่ไม่กักคนเดินทาง เพราะขณะนี้สธ.ไม่ได้ประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย
Read more »
จับตา “ฝีดาษลิง Mpox เคลด 1” ไทยยังไม่เจอ แต่ก็มีความเสี่ยงไทยเพิ่มความเข้มเฝ้าระวัง “ฝีดาษลิง Mpox เคลด 1” หลังสวีเดนเจอรายแรกติดเชื้อนอกทวีปแอฟริกา ส่วนในไทยที่เจอยังเป็นสายพันธุ์เคลด 2 รุนแรงน้อยกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงจะพบสายพันธุ์รุนแรงได้
Read more »
