อุตสาหกรรมปิโตรเคมี -พลาสติกไทยเผชิญแรงกดดัน ทั้งภาษีตอบสหรัฐฯ และมาตรการสิ่งแวดล้อมโลก ทำผู้ประกอบการเสียเปรียบด้านราคา–เสี่ยงสูญเสียตลาด ส.อ.ท. เสนอรัฐเร่งมาตรการปกป้องการแข่งขัน พร้อมผลักดันรีไซเคิลเป็น New S-Curve
มองว่า สถานการณ์ของอุตสาหกรรม พลาสติก ไทยวันนี้เต็มไปด้วยทั้งโจทย์ท้าทายและโอกาส ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้า การปรับเปลี่ยนสมการภูมิรัฐศาสตร์โลก หรือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สะท้อนกลับมาเป็นต้นทุนการผลิต ผู้ประกอบการจึงไม่อาจรอให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่ต้องปรับตัวเชิงรุก ขณะเดียวกันความร่วมมือและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดให้อุตสาหกรรมรีไซเคิลก้าวขึ้นมาเป็น “ New S-Curve ” ของเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กำลังซ้ำเติมภาระผู้ส่งออกไทย เพราะทำให้สินค้ามีราคาสูงกว่าคู่แข่ง สูญเสียส่วนแบ่งตลาด และต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังเกิดการเบี่ยงเบนทางการค้า เมื่อผู้ผลิตจากประเทศอื่นนำสินค้ามาระบายเข้าสู่ตลาดเอเชีย รวมถึงไทย ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคารุนแรงยิ่งกว่าเดิมการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิมที่เน้นการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน” จึงเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกกำลังมุ่งสู่การจัดทำสนธิสัญญาระดับโลกว่าด้วย พลาสติก ซึ่งคาดว่าจะมีการกำหนดข้อผูกพันทางกฎหมายเพื่อควบคุมการผลิตและมลพิษจาก พลาสติก ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2040 การปรับตัวของประเทศไทยก่อนที่สนธิสัญญาจะมีผลบังคับใช้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาด พลาสติก ยั่งยืนระดับโลก และสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรม พลาสติก ส.
อ.ท.ย้ำว่า พลาสติกไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรมปลายทาง แต่เป็นฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตในหลายมิติ หากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติกไม่แข็งแรง การพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve ของประเทศก็จะสะดุดลงไปด้วย แม้ปัจจัยภายนอกจะกดดันหนัก แต่ไทยยังคงมีข้อได้เปรียบจากโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยง ต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม และคุณภาพสินค้าที่ตลาดเชื่อมั่น สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตปิโตรเคมีสำคัญของภูมิภาค และมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลกกล่าวว่า ขณะนี้กระแสเศรษฐกิจสีเขียวได้รับความสำคัญทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่จำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านการคัดแยกและกำจัดขยะอย่างถูกต้องเพื่อนำกลับมารีไซเคิล ซึ่งถือเป็นหัวใจของเศรษฐกิจหมุนเวียน และยังเป็นโอกาสทำเงินที่สำคัญ นอกจากนี้ยังระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะมากกว่า 3 ล้านตันต่อปี แต่สามารถกำจัดและรีไซเคิลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียง 50,000 ตันต่อปีเท่านั้น ในอนาคตยังมีแนวโน้มจะมีมาตรการบังคับเพิ่มเติม เช่น การจัดเก็บค่าธรรมเนียมความรับผิดชอบของผู้ผลิต เพื่อรองรับมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป รวมถึงกฎเกณฑ์ของหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังทยอยบังคับใช้ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโอกาสที่เปิดกว้างให้กับธุรกิจรีไซเคิลในไทย ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคม PPP Plastics ระบุว่า ที่ผ่านมา PPP Plastics ร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ดำเนินโครงการกว่า 40 โครงการที่สนับสนุน Roadmap การจัดการพลาสติกของประเทศ ด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น ระยองโมเดล โครงการมือวิเศษ x วน และมือวิเศษกรุงเทพ จุดรับพลาสติก โครงการ Recycle Market Application และ Smart Recycling Hub ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าระบุว่า อุตสาหกรรมพลาสติกไทยยังเผชิญแรงกดดันจากมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ทั้งจากความตกลงระหว่างประเทศและความต้องการในประเทศ เช่น การลดก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทำให้ผู้ผลิตต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว ปัจจุบัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติกได้ผลักดันการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล ที่ได้มาตรฐานในผลิตภัณฑ์ เพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง และหากทำได้สำเร็จจะเป็น New S-Curve ของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต ภาครัฐควรสนับสนุนทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อจูงใจให้ใช้พลาสติกรีไซเคิล เนื่องจากต้นทุนยังสูง จึงต้องมีมาตรการด้านการลงทุน เทคโนโลยี และแรงจูงใจควบคู่กัน ขณะที่ภาคเอกชนได้เริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทดลองโมเดลการจัดการต่าง ๆ ภายใต้สมาคม PPP Plastics เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน ตามโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกของประเทศแล้วทั่วโลกมีการนำนโยบาย EPR มาใช้จัดการขยะบรรจุภัณฑ์ใน 65 ประเทศ โดย 45 แห่ง เป็น EPR ภาคบังคับที่มีการเก็บ EPR fee มาใช้ดำเนินการ EPR โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปที่กำหนดชัดเจนสำหรับบรรจุภัณฑ์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอินเดียที่บังคับใช้กับบรรจุภัณฑ์พลาสติกตั้งแต่ปี 2016 ผลที่ตามมาคือ ผู้ผลิตต้องแบกรับต้นทุนจัดการของเสียและออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดรับกับการรีไซเคิล สำหรับผู้ผลิตไทยปี 2023-2025 ระยะเปลี่ยนผ่านของ CBAM ครอบคลุมธุรกิจ เหล็กเเละเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า รวมถึงไฮโดรเจน ปี 2026 บังคับใช้ CBAM ระยะถาวร กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อาจรวมอยู่ในระยะนี้ ได้แก่ สารเคมีอินทรีย์ พลาสติก และแอมโมเนีย คาดการณ์ผลกระทบต่อธุรกิจไทย ประมาณ 6,890 ล้านบาท ข้อมูลจาก Krungsri Research ระบุว่า มูลค่าการส่งออกไทยไปสหภาพยุโรปที่อยู่ในข่ายสินค้าภายใต้ CBAM มีสัดส่วนราว 5% ของการส่งออกทั้งหมดไปยังตลาดนี้ แม้จะเป็นตัวเลขไม่สูง แต่สะท้อนความท้าทายใหม่ต่อผู้ประกอบการไทยในกลุ่มเหล็ก อะลูมิเนียม และเคมีภัณฑ์ ที่จะต้องแสดงรายงานปริมาณคาร์บอนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา รวมถึงกฎเกณฑ์ของหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังทยอยบังคับใช้ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโอกาสที่เปิดกว้างให้กับธุรกิจรีไซเคิลในไทยประกอบด้วยมาตรการกำหนดกลไกราคาคาร์บอน สำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศ เริ่มใช้ปี 2024 เเละมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน Carbon Border Adjustment Mechanism : US-CBAM สำหรับสินค้านำเข้า เริ่มใช้ปี 2026 โดยมีกล่มสินค้าคล้ายกับ EU-CBAM ความท้าทายที่เกิดจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติกต่างมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความเสียเปรียบด้านราคาและมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งตลาด จึงจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์อย่างจริงจัง ตั้งแต่การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยเน้นคุณภาพและการบริการที่เหนือกว่า อีกทั้งยังต้องต่อยอดนวัตกรรมด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ที่แข็งแกร่งในตลาดโลก พร้อมทั้งมองหาโอกาสร่วมมือทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทุนหรือการจับมือด้านเทคโนโลยี ในเวลาเดียวกัน ทั้งสองกลุ่มอุตสาหกรรมยังได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม ครอบคลุม 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“มุกดา นรินทร์รักษ์” สวยระดับพรีเมียม นั่งแท่น New Brand Ambassador คนใหม่ “Uranus Clinic”“มุกดา นรินทร์รักษ์” สวยระดับพรีเมียม นั่งแท่น New Brand Ambassador “Uranus Clinic” นาทีนี้ฮอตเกินต้าน คงต้องยกให้เธอคนนี้ มุกดา นรินทร์รักษ์ นักแสดงสาวมากความสามารถผู้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่สวย มั่นใจ และมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง มาพร้อมบทบาทใหม่ในฐานะ New Brand Ambassador คนล่าสุดของ Uranus Clinic ศูนย์บริการความงามครบวงจรระดับพรีเมียม...
Read more »
เปิดแผนยักษ์จีน ‘ไฮเซ่นส์’ ควักเงินอีก 4,700 ล้าน ตั้งไทยฮับผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอาเซียนยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน “ไฮเซ่นส์” ควักเงินลงทุน 4,700 ล้านบาท ตั้งนิคมอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะ กว่า 400 ไร่ ชูไทยฐานการผลิตตู้เย็น เครื่องซักผ้า อาเซียน เริ่มเฟสแรกปี 69 สร้าง new S-curve ในปี 73
Read more »
PlayPark จัดงานโชว์เคส “MU New Dawn” พาแฟนเกมหวนคืนสู่ปฐมบทอีกครั้ง!PlayPark จัดงานเปิดตัว 'MU New Dawn' ชวนแฟนเกมหวนคืนสู่ปฐมบทความมันส์สุดคลาสิกฉบับลิขสิทธิ์แท้!
Read more »
ปูตินยื่นข้อเสนอทรัมป์ ขยายเวลา 'ลด-จำกัด' นิวเคลียร์ อีก 1 ปีปูติน เสนอ ทรัมป์ ขยายเวลาสนธิสัญญา New START จำกัดอาวุธนิวเคลียร์อีก 1 ปี หลังใกล้หมดอายุ ก.พ.ปีหน้า ท่ามกลางสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อ ผู้นำสหรัฐฯ รับทราบแล้วแต่ยังไม่ตอบรับ เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2568 ตามเวลาสหรัฐฯ ความกังวลเรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสงครามยูเครนยังคงสูง โดยหลายชาติต่างเฝ้าระวังและพยายามยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้น วลาดิเมียร์ ปูติน ปธน.
Read more »
ทรูร่วมเชียร์...บิ๊กแมตช์เปิดบ้าน! “ทรู บีจี สเตเดี้ยม” แข้งเทพ ท้าชนแชมป์เก่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าหนุนวงการฟุตบอลไทยอย่างต่อเนื่อง รวมพลังร่วมเชียร์ส่งพลังใจกับศึกใหญ่ไทยลีก 2025/26 ที่สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดบ้านใหม่ ทรู บีจี สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ภายใต้คอนเซปต์ “A New Chapter Begins” จุดเริ่มต้นบทใหม่แห่งความยิ่งใหญ่ของทัพ “แข้งเทพ” โดยมี นายขจร...
Read more »
กูรูชี้ตราสารหนี้ไทยยังน่าสนใจ เผย 9 เดือนแรก ทุนต่างชาติไหลเข้า 3.2 หมื่นล้านโบรกส่องตลาดตราสารหนี้ช่วงที่เหลือปี 68 Yield Curve ทรงตัว-ลงเล็กน้อย แนะกลยุทธ์ Selective Buy พร้อมเผย 9 เดือนแรก ทุนเงินต่างชาติไหลเข้าราว 3.2 หมื่นล้าน ไม่มีนัยสำคัญกดดันบาทแข็งค่า
Read more »
