กลายเป็นนักเตะวัยใสที่น่าจับตามองเพราะด้วยอายุและฝีเท้ายังมีโอกาสยกระดับพัฒนาตัวเองอีกมาก สำหรับ 'บาส' ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ ไอ้หนูวัย 19 ปีที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ปล่อยยืมตัวไปโลดแล่นฟุตบอลอาชีพต่างแดนให้กับสโมสรแทมปิเนส โรเวอร์...
กราฟการเติบโตท่ามกลางความหมั่นเพียรต่อสู้เผชิญทุกปัญหาฝ่าฟันด้วยการฝึกฝนอย่างหนักทำให้ฝีเท้าของเด็กหนุ่มหน้าใสรายนี้ไปเข้าตาทีมงานแมวมองของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จนต้องรีบส่งต่อรายละเอียดความโดดเด่นให้"โค้ชง้วน"สุรชัย จตุภัทรพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคสโมสรยักษ์ใหญ่เมืองไทย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถึงขั้นตามดูฟอร์มในการแข่งขันฟุตบอลยูธลีก สมัยโลดแล่นให้กับคลองโคน อะคาเดมี่ นี่คือบทบัญญัตินักสู้ของนักเตะหน้าหล่อ"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ ที่ใช้ความสามารถของตัวเองทุกอย่างในการปูทางเข้าสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัวและพร้อมที่จะสานฝันตัวเองต่อไปสำหรับอนาคตนั่นคือโอกาสไล่ล่าธงไตรรงค์มาติดหน้าอกในการรับใช้ทีมชาติไทย "บาส"ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ เกิดในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี คุณพ่อประวิทย์ เอกอรัญพงศ์ และคุณแม่พรรณี ตั้งกิจกชกร คือแรงขับชั้นดีที่ทำให้ บาส พุ่งตรงเข้าสู่วงการลูกหนังตั้งแต่เด็กโดยมีพี่ชาย 2 คนที่มีความบ้าในฟุตบอลไม่แตกต่างกัน พยายามต่อเติมฝันซึ่งกันและกันมาเรื่อยๆทั้งการฝึกซ้อมและแข่งขัน เมื่อลูกมีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพบวกกับพ่อที่หลงใหลคลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลไม่แพ้กันจึงเลือกจัดสรรเวลาหาโอกาสให้ลูกชายคนเล็กของวงศ์ตระกูลได้เรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังอย่างเต็มที่กับ อ.
เด่น พิศาล ร่ำไร อดีตกองหลังทีมชาติไทยและสโมสรธนาคารกสิกรไทย ,โอสถสภา ด้วยฐานะปานกลางของครอบครัวทุกคนจะต้องแสดงออกถึงวินัยในเรื่องของเวลาคุณพ่อประวิทย์ที่ทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังแห่งหนึ่งย่านพระราม 2 จะต้องแจกแจงตารางการฝึกซ้อมการเดินทางให้กับ"บาส"ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ อย่างละเอียด นั่นคือจุดเริ่มของชีวิตลูกหนังอย่างจริงจังการเป็นเด็กที่มีรูปร่างสูงใหญ่ทำให้ตัวเลือกในตำแหน่งที่โค้ชเล็งไว้ก่อนลงสนามคือตำแหน่งกองหลัง ซึ่ง"บาส" ยืนในตำแหน่ง เซนเตอร์แบ๊ค และ แบ๊คขวา ตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนพระแม่สกลสงเคราะห์ พร้อมกับโอกาสในการเป็นหัวหน้าชุดหรือกัปตันทีมอย่างสม่ำเสมอจนหลายคนคิดว่าเส้นทางฟุตบอลจะคิดเอาดีในตำแหน่ง กองหลัง ที่ทำได้เป็นอย่างดี"เจ้าสัวน้อย"อสช.ธนบุรี สถานศึกษาในฝันสำหรับการก้าวเดินในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเพื่อปูทางสู่ฟุตบอลอาชีพและการสร้างโอกาสตัวเองในการไปติดทีมชาติรุ่นใดรุ่นหนึ่ง"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ และพ่อตัดสินใจหอบรองเท้าสตั๊ดไปต่อสู้สู้จนหลุดเข้าไปรอบสุดท้ายในการคัดเลือกนักเตะรุ่น พ.ศ 2547 ซึ่งเป็นการแบกอายุหนึ่งปี แต่ในโค้งสุดท้ายกับสถานศึกษาในฝันกลับไม่เป็นดั่งใจ ต้องพบกับความผิดหวังและเจ็บปวดบนคราบน้ำตา เพราะที่นี่"บาส" หมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินตามรอยเท้านักเตะดังๆของประเทศไทยที่ส่วนใหญ่ก็ผุดกำเนิดเกิดจากสถานศึกษาแห่งนี้แทบทั้งสิ้นความเสียใจที่เกิดขึ้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นจริงจังของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ หมั่นเพียรฝึกฝนตนเองอย่างหนักทั้งเข้าร่วมคอร์สการเรียนของสถานศึกษาลูกหนังรวมไปถึงการเล่นฟุตบอลให้กับพิชญบัณฑิตศึกษา ปากเกร็ด ภายใต้การดูแลของโค้ช ภูวนัย วงศ์คำภา ที่ยกทีมพากันไปเล่นฟุตบอลยูธลีกให้กับอาร์มี่ ยูไนเต็ด แต่สิ่งสำคัญที่คุณพ่อกำชับหนักแน่นกับ บาส คือเรื่องของการพัฒนาเบสิคฟุตบอลรวมไปถึงความแข็งแกร่งของร่างกายให้เติบโตควบคู่กันไปนอกจากฝึกฝนเป็นปกติแล้วพ่อจะหาเวลาว่างมาดูแล บาส ทั้งพาวิ่งและติวเข้มเรื่องศาสตร์ลูกหนังเพิ่มเติมโดยเฉพาะ เลี้ยง,ส่ง,โหม่ง,ยิงช่วงอายุ 14-15 ปี"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ ได้ถูกชักชวนให้ไปทดสอบฝีเท้าพิเศษนอกรอบให้กับสถาบันการศึกษาใหญ่ อย่างสวนกุหลาบวิทยาลัย เพื่อดึงตัวไว้สำหรับศึกฟุตบอลจตุรมิตร การทดสอบครั้งนั้นเป็นไปได้ด้วยดี แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวไม่เลือกไปต่อกับทีมทางเนื่องจากอยากเล่นในตำแหน่งกองหน้ามากกว่ากองหลังและพ่อก็เสียดายเวลาในการฝึกฝนมาอย่างหนักก่อนหน้านี้พื่อการเล่นตำแหน่งกองหน้าหลังจึงคิดถึงเส้นทางใหม่ต่อไปชีวิตการศึกษาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสังคมไทย แต่การเลือกทำในสิ่งที่รักควบคู่กันไปจำเป็นต้องหาสถานศึกษาที่เหมาะสม"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ กับพ่อตัดสินใจเลือกโรงเรียนอัมพวันวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม เพราะเมื่อไล่ดูรายละเอียดแล้วสถานศึกษาแห่งนี้ที่ผูกติดกับคลองโคน อะคาเดมี่ มีการพัฒนาศักยภาพทั้งฝีเท้าและร่างกายให้เติบโตไปพร้อมๆกันในวัยก่อนเข้าประตูลูกหนังอาชีพ ชีวิตที่จังหวัดสมุทรสงครามต้องปรับตัวในการเป็นนักเรียนประจำวางระเบียบวินัยให้กับตัวเองทั้งเรื่องของการพักผ่อน,ฝึกซ้อม,เล่าเรียนทุกอย่างเป็นขั้นตอน อีกทั้งยังเสริมสร้างความอดทนของสภาพจิตใจเพื่อพุ่งสู่เป้าหมายหลักในอนาคตนั่นคือฟุตบอลอาชีพ"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ เคยเป็น 1 ใน 5 ของขุนพลคลองโคน อะคาเดมี่ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสโมสรโปลิศ เทโรฯ ผ่านการคัดเลือกไปฝึกฝนฟุตบอลกับมหาวิทยาลัยแตกู ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงสั้นๆประมาณ 2 สัปดาห์ การได้เปิดโลกฟุตบอลในครั้งนั้น บาส ยอมรับว่าการฝึกซ้อมที่เกาหลีใต้หนักหน่วงโหดเอาเรื่องเป็นอย่างมาก เพราะทุกอย่างเต็มไปด้วยความเข้มข้น ซึ่งการซ้อมเช้า-เย็น วันละ 2 มื้อ มีทั้งการฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งและเรื่องของฟุตบอลส่งผลให้ต้องกินยาแก้ปวดทุกวันแต่ก็ได้รับประโยชน์จากการฝึกซ้อมมากมายคลองโคน อะคาเดมี่ ที่ผูกปิ่นโตกับสโมสรโปลิศ เทโรฯ ทีมดังในศึกฟุตบอลไทยลีก"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ ได้โอกาสลงเล่นให้กับรุ่นอายุ 18 ปี ในศึกเอฟเอ ไทยแลนด์ ยูธลีก 2022/23 ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นส่งผลให้แมวมองของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ติดตามสเก๊าท์ฟอร์มการเล่นอย่างต่อเนื่องจนสุดท้าย"โค้ชง๊วน" สุรชัย จตุภัทรพงศ์ ต้องไปตามดูฟอร์มบทสรุปเมื่อผ่านสายตาถูกทาบทามให้เซ็นสัญญาทันที ขณะเดียวกันสโมสรโปลิศ เทโรฯ ก็เลือก 3 นักเตะจากคลองโคน อะคาเดมี่ ขึ้นชุดใหญ่"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ เป็น 1ใน 3 ที่ถูกเลือก แต่ด้วยความท้าทายและมองถึงการต่อสู้จากช่วงอายุเวลานี้การไปเริ่มต้นกับทีมใหญ่อย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คืองานท้าทายที่ฝันมาตลอด ส่วนเพื่อนอีก 2 คนเลือกเดินหน้ากับเทโรฯ ต่อไป โดยรายของ ณัฐภัทร มากท้วม ตอนนี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้รักษาประตูให้กับโปลิศ เทโรฯแม้ว่าการเลือกสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จะเป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้า แต่ในใจของ"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ วางเป้าหมายชัดเจนไว้แล้วว่าการมาสโมสรใหญ่แห่งนี้ทุกอย่างจะต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อโอกาสในสนามแข่งขัน พร้อมกับภาพจำอดีตที่ลอยขึ้นมาสมัยเคยไปเชียร์เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม ในยุคปี 2016 ที่ในทีมตอนนั้นเต็มไปด้วย สตาร์ดังมากมายปัจจุบันทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, สารัช อยู่เย็น คือนักเตะรุ่นพี่ในทีม แค่ได้โอกาสซ้อมกับทีมชุดใหญ่วันแรกทำเอาหัวใจพองโตตื่นเต้นจนแทบทำอะไรไม่ถูก มิหนำซ้ำยังถูกเคี่ยวการยิงประตูจากยอดกองหน้าทีมชาติไทย อัลเฟรด เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ใครจะเชื่อว่าเส้นบางๆของการตัดสินใจในการขยับมาสู่สโมสรยักษ์ใหญ่เมืองไทยยุคนี้จะได้รับโอกาสลงสนามบนเวทีลีกสูงสุดระดับเกมยักษ์ใหญ่"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ ถูกเปลี่ยนลงสนามแทนที่ของสตาร์ดังเบอร์ 1 เมืองไทย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในเกมไทยลีกนัดบิ๊กแมตช์ที่ บีจี ปทุมยูไนเต็ด บุกเยือน แบงค็อก ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 6 6 เวลา 14 นาทีในสนามแข่งขันของเด็กวัย 18 ปี 8 เดือน 20 วันนั้น มันเป็นเกมแรกในชีวิตทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความดีใจกับการเริ่มต้นทำตามฝันของตัวเองหลังจากฝึกฝนมาตลอดชีวิต แต่ข่มใจตัวเองว่านี่คือจุดเริ่มต้น "ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้โอกาสลงเล่นครั้งแรกให้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ขอบคุณที่ให้โอกาสผม ผมจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น รู้สึกกดดันเล็กน้อยที่ต้องลงไปแทน"พี่เจ" ชนาธิป แต่ก่อนลงสนามทีมงานบอกกับผมให้ทำเต็มที่ ให้ตั้งใจลงไปสู้อย่างเดียว การได้รับโอกาสลงสนามทำให้ผมมีกำลังใจมากขึ้น"ช่วงต้นปี 2567 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด แถลงปล่อยยืมตัว"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ กองหน้าดาวรุ่งของทีม และ ธเนศ สุขเนตร กองหลังดาวรุ่งของทีมให้กับสโมสรแทมปิเนส โรเวอร์ ในศึกสิงคโปร์พรีเมียร์ลีก หรือ เอสลีก ยืมตัวด้วยสัญญา 1 ปี การไปเริ่มต้นในลีกต่างแดนด้วยวัยไม่ถึง 20 ปีและลีกที่มีมาตรฐานเป็นรองไทยลีกกองหน้าดาวรุ่งแห่งทุ่งรังสิตเปิดใจว่า "การตัดสินใจมาเล่นฟุตบอลที่สิงคโปร์ให้กับแทมปิเนส โรเวอร์ เพื่อมาสร้างประสบการณ์การเล่นฟุตบอลอาชีพให้กับตัวเองรวมไปถึงการพัฒนาการเล่นฟุตบอลให้เกิดมิติหลากหลายมากขึ้น ซึ่งอายุของผมตอนนี้ยังไม่มากสามารถเดินหน้าต่อสู้เรียนรู้ฟุตบอลได้อีกมากมายและตั้งเป้าว่าจะทำให้ดีที่สุดในการออกมาค้าแข้งต่างแดน มันเป็นสิ่งที่รวดเร็วมากๆและเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยากสำหรับการเดินทางมาที่ประเทศสิงคโปร์ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด"สำหรับการแข่งขันฟุตบอลสิงคโปร์พรีเมียร์ลีกหรือลีกสูงสุดของประเทศสิงคโปร์จะเริ่มเปิดฤดูกาลในวันที่ 11 พฤษภาคม 67 ซึ่งตอนนี้"บาส" ฐิติภัส เอกอรัญพงศ์ ที่เดินทางไปตั้งแต่เดือนมกราคมกำลังเดินหน้าเข้มข้นกับการปรับตัวฝึกซ้อมให้เข้ากับระบบของแทมปิเนส โรเวอร์ ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงการต่อสู้ที่สิงคโปร์ว่า การฝึกซ้อม จะมีการลงทีมช่วงปรีซีซั่นทุกๆสัปดาห์ มีความเข้มข้นในการฝึกซ้อม ที่สิงคโปร์มีความเป็นระเบียบในการซ้อม เวลาเเข่งขันทุกคนช่วยกันเล่น ช่วยสอนและแนะนำในการซ้อมทุกๆวันให้กับผม ทำให้ผมสนุกและมีความสุขกับการที่ได้อยู่ที่นี่ การปรับตัวไม่อยากครับ แต่ต้องปรับเรื่องภาษา เรื่องอาหารนิดหน่อย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
5 เหตุผล! แฟนฟุตบอลไทยห้ามพลาด บุรีรัมย์ ปะทะ บีจี ปทุมฯ!!ซูเปอร์ บิ๊ก แมตช์ ประจำสัปดาห์ ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด สองสโมสรใหญ่ของเมืองไทย มีสิ่งใดที่น่าสนใจบ้าง 'SIAMSPORT' รวบรวมมาให้คุณแล้ว!!
Read more »
บิ๊กแมตช์ไทยลีกกินกันไม่ลง! 'บีจีพียู' บุกแชร์แต้ม บุรีรัมย์ ไร้สกอร์ศึกไทยลีกนัดที่ 9 ของฤดูกาล 2023/24 เกมใหญ่ประจำสัปดาห์ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด บุกเยือนเเชมป์เก่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
Read more »
ผลเสมอ บุรีรัมย์ พบ บีจี ปทุมฯ ไม่เสียหายผลเสมอระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่จบลงด้วยสกอร์ 0-0 ถือว่าทั้งสองทีมน่าจะพอใจกับการแชร์แต้มกันไปแบบไม่เจ็บไม่ช้ำกัน
Read more »
ทุกอย่างดีแล้ว! ปาปาสเสียดายบุรีรัมย์ขาดแค่ความคมจบสกอร์อาเธอร์ ปาปาส ชี้ ลูกทีม 'ปราสาทสายฟ้า' บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำงานกันได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เกมเสมอ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เชื่อทุกอย่างกำลังจะกลับมา
Read more »
'บาส-ปอป้อ' โค่นคู่มือ 1 โลก - 'วิว กุลวุฒิ' ฮอตด้วย ทะลุตัดเชือก เฟรนช์ โอเพ่น'บาส' เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ 'ปอป้อ' ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่ผสมมือ 6 ของโลก อาศัยความอดทนและแน่นอน ล้มคู่มือ 1 ของโลกอย่าง เจิ้ง ซีเว่ย กับ หวง หย่าเฉียง จากจีนไปแบบสนุก 2-1 เกม และ 'วิว' กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ชายเดี่ยวมือ 8 ของโลก ก็โชว์ฟอร์มไม่พลาดเช่นกัน ปราบ หวัง ซื่อเว่ย มือ 27 ของโลกจากไต้หวัน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแบดมินตันโยเน็กซ์ เฟรนช์...
Read more »
'บาส-ปอป้อ' สุดต้านพ่ายคู่โสมขาวจอดรอบตัดเชือกแบดมินตันเฟรนช์ โอเพ่น'บาส' เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ 'ปอป้อ' ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่ผสมมือ 6 ของโลก มาพลาดท่าในท้ายทั้ง 2 เกม แพ้ให้กับ แช ยูจุง กับ โซว ซอนแจ คู่มืออันดับ 3 ของโลกจากเกาหลีใต้ไป 2 เกมรวด จบเส้นทางไว้แค่รอบรองชนะเลิศในแบดมินตันเฟรนช์ โอเพ่น
Read more »
