'ธปท.' พลิกเกมเสนอชื่อแคนดิเดตประธานบอร์ด สกัดการเมืองแทรกแซง 'แบงก์ชาติ'

การเมือง News

'ธปท.' พลิกเกมเสนอชื่อแคนดิเดตประธานบอร์ด สกัดการเมืองแทรกแซง 'แบงก์ชาติ'
กิตติรัตน์ ณ ระนองธปท.แบงก์ชาติ
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 262 sec. here
  • 14 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 136%
  • Publisher: 63%

จับตาที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือก “ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ” คนใหม่ หลังการเมืองยื้อส่งผลเลื่อนเคาะชื่อ 3 ตัวเต็ง “กิตติรัตน์-กุลิศ-สุรพล” ชิงดำเก้าอี้ประธานบอร์ด ธปท.ท่ามกลางแรงกดดัน ยึดข้อกม.

แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า ในขณะนี้กรรมการสรรหายังไม่ได้นัดวันประชุมรอบใหม่ เพื่อเคาะชื่อประธานและกรรมการ โดยต้องรอให้ฝ่ายเลขานุการเป็นฝ่ายนัดหมายให้กรรมการทุกคนมีคิวว่างที่ตรงกันก่อน ขณะที่ฝ่ายเลขานุการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้นก็ต้องไปเร่งรัดการทำงานในส่วนที่ยังมีข้อไม่แน่ใจให้ได้ข้อสรุปก่อนที่จะมีการนัดหมายอีกครั้ง ทั้งนี้บรรยากาศการประชุมเมื่อวันที่ 8 ต.

ค.ที่ผ่านมาถือว่าเป็นไปด้วยดีกรรมการทุกคนรับฟังซึ่งกันและกัน และเห็นตรงกันว่าให้ดำเนินการให้รอบครอบที่สุด และในข้อกฎหมายกำหนดว่าให้ประธานบอร์ด ธปท.คนเดิมรักษาการในตำแหน่งต่อไปได้ถึง 120 วัน หากยังไม่สามารถเลือกคนใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่ได้ ซึ่งในขณะนี้นายปรเมธี วิมลศิริ ก็ยังรักษาการในตำแหน่งเดิมต่อไป แหล่งข่าวจาก ธปท.เปิดเผยว่า รายชื่อที่มีการเสนอให้เป็นประธานคณะกรรมการ ธปท.คนใหม่ จำนวน 3 รายชื่อ ประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่ได้รับการเสนอชื่อจากกระทรวงการคลัง ส่วนอีก 2 ชื่อที่เสนอจาก ธปท.มี 2 คน ได้แก่ นายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงงาน และนายสุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสร์ และกรรมการอิสระ บริษัท ปตท.จำกัด ทั้งนี้แคนนิเดตที่ถูกเสนอชื่อเขาชิงประธานกรรมการ ธปท.คนใหม่ ทั้ง 3 คนมีประวัติดังนี้เกิด 3 ส.ค.2501 ปัจจุบันอายุ 66 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอัสสัมชัญ, มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบการศึกษา ปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “กิตติรัตน์” เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์โดยควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่ในสมัยรัฐบาลเศรษฐาได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งสำคัญในอดีต เช่น การเป็นกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังพ้นตำแหน่งได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คนที่ 9 ในระหว่างวันที่ 10 ก.ย.2546 -31 พ.ค.2549 รวมทั้งเคยเป็นอาจารย์สอนในระดับอุดมศึกษา โดยดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระหว่างปี 2549-2553 และอธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร ในระหว่างปี2553-2554 ในปี 2555 ขณะที่กิตติรัตน์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยกล่าวต่อสื่อมวลชนว่าในฐานะรัฐมนตรีคลังให้ข้อมูล ตัวเลขที่ต่อสื่อมวลชนไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือเรียกว่าเป็น “โกหกสีขาว” ได้จนมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสม และผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยจนนำไปสู่ประเด็นหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา ในปี 2560 กิตติรัตน์ ขึ้นศาลเบิกความคดีจำนำข้าว โดยเป็นพยาน ชี้แจ้งถึงเหตุผลในการจัดทำโครงการดังกล่าว จากนั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ชี้มูลความผิด นายกิตติรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กับพวก ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยละเว้นไม่ควบคุมดูแลหรือสั่งการให้มีการตรวจสอบ กรณีองค์การคลังสินค้าคัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้ BULOG ประเทศอินโดนีเซีย ไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนที่ ศาลฎีกานักการเมืองจะยกฟ้องคดีในปีนี้2.นายกุลิศ อดีตปลัดพลังงานที่ดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 5 ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ เกิด วันที่ 5 เมษายน 2506 ปัจจุบันอายุ 61 ปี จบการศึกษา ศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท Master of Public Administration San Diego State University, Master of Business Administration University Southern California, หลักสูตร นบส. รุ่นที่ 40 สำหรับนายกุลิศ ถือเป็นลูกหม้อของกระทรวงการคลังโดยหลังจากจบการศึกษาได้เริ่มรับราชการ ที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตำแหน่ง นักวิชาการคลัง 9 สังกัดกรมบัญชีกลาง 1 ต.ค.2541, ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนามาตรฐานระบบพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ปี 2545 รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ , ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 1 ธันวาคม 2549, รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยก่อนที่จะย้ายไปรับตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร ในช่วงรัฐบาลเศรษฐาภายหลังจากที่เกษียณอายุราชการแล้วกุลิศได้เข้ามาช่วยงานในรัฐบาลหลายเรื่อง โดยมีชื่อเข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ รวมทั้งเป็นประธานกรรมการ “BIG DATA” นโยบายสำคัญของรัฐบาลในขณะนั้น3.นายสุรพล เกิดเมื่อ 19 ก.ย. 2503 ปัจจุบันอายุ 64 ปี นายสุรพลจบการศึกษา จบมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนเลยพิทยาคม , สำเร็จการศึกษาสาขานิติศาสตรบัณฑิต จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งจบการศึกษาเนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 35 จากสำนักศึกษาอบรมกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา Diplôme d’études approfondies de droit public จากมหาวิทยาลัย Strasbourg III ประเทศฝรั่งเศส Doctorat de l’Université Robert Schuman de Strasbourg มหาวิทยาลัย Robert Schuman ฝรั่งเศส นอกจากนี้ได้รับประกาศนียบัตรการอบรมหลักสูตร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์นานาชาติ “การกระจายอำนาจ และ การปกครองท้องถิ่น” กรุงปารีส, ฝรั่งเศส ได้รับปริญญาดูษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัย Soka ประเทศญี่ปุ่น และ ประกาศนียบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2553 ทั้งนี้ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ประจำสาขากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ประธานกรรมการบริหาร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, นายกสภามหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, อุปนายกสถาบันวิทยสิริเมธี กรรมการอิสระบริษัท ปตท. จำกัด ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานศาลปกครองและที่ปรึกษากฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง , กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์การมหาชน , กรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 8 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ทั้งนี้ ชื่อของ นายสุรพล ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานบอร์ด ธปท. โดยเสนอชื่อจากทางฝั่ง ธปท.ถือว่าน่าจับตาเนื่องจากที่ผ่านมานายสุรพล เป็นพยายานบุคคลในคดีต่อสู้การถูกยื่นยุบพรรคของพรรคก้าวไกล ซึ่งได้มีการเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ 4 ประเด็น โดยให้ความเห็นทางกฎหมายว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลไม่สามารถเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้ สำหรับการที่ ธปท.เสนอชื่อของนายสุรพลมาเป็นคู่แข่งชิงประธานบอร์ดแบงก์ชาติกับคนในฟากฝั่งของรัฐบาลจึงแสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมให้คนจากการเมืองในฟากฝั่งรัฐบาลเข้ามาแทรกแซงได้โดยง่าย

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

กิตติรัตน์ ณ ระนอง ธปท. แบงก์ชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย กุลิศ แทรกแซง กุลิศ สมบัติศิริ สุรพล นิติไกรพจน์

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'แบงก์ชาติ' เร่งศึกษาหน่วงโอนสกัดบัญชีม้า'แบงก์ชาติ' เร่งศึกษาหน่วงโอนสกัดบัญชีม้า“แบงก์ชาติ” เร่งศึกษาแนวทางหน่วงโอนเงินบัญชีเสี่ยง ปิดก […]
Read more »

'พิชัย' ขอนัดพบ ผู้ว่า ธปท.ชงลดดอกเบี้ย-แก้บาทแข็ง-เติมสภาพคล่อง งงวิธีคิดไม่ควรเน้นจีดีพี'พิชัย' ขอนัดพบ ผู้ว่า ธปท.ชงลดดอกเบี้ย-แก้บาทแข็ง-เติมสภาพคล่อง งงวิธีคิดไม่ควรเน้นจีดีพี'พิชัย' ขอนัดพบ ผู้ว่า ธปท.ชงลดดอกเบี้ย-แก้บาทแข็ง-เติมสภาพคล่อง งงวิธีคิดไม่ควรเน้นจีดีพี เมื่อวันที่ 16 ก.ย.67 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เร็วๆนี้ จะนัดพบกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเสนอ 3 เรื่อง ให้ ธปท.
Read more »

'แบงก์ชาติ' เผย5รายขอไลเซ่นส์ตั้งVirtual Bank'แบงก์ชาติ' เผย5รายขอไลเซ่นส์ตั้งVirtual Bank“แบงก์ชาติ” เผยมี 5 ราย ยื่นคำขออนุญาตตั้งธ […]
Read more »

นายกฯ กำชับเร่งแก้ค่าเงินบาทแข็ง ส่ง 'พิชัย' ถกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ สัปดาห์หน้านายกฯ กำชับเร่งแก้ค่าเงินบาทแข็ง ส่ง 'พิชัย' ถกผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ สัปดาห์หน้านายกฯ “แพทองธาร ชินวัตร” รับสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า รัฐบาลมองข้อดีเป็นโอกาสนำเข้า มอบรองนายกฯ และรมว.คลัง “พิชัย ชุณหวชิร” หารือผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ร่วมกันแก้ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท
Read more »

พิชัยจับเข่าบิ๊กแบงก์ชาติจูนนโยบายการเงิน-คลังพิชัยจับเข่าบิ๊กแบงก์ชาติจูนนโยบายการเงิน-คลัง'รมว.คลัง' เผยเตรียมคุย 'แบงก์ชาติ' สัปดาห์หน้า หวังเห็นนโยบายการเงินและการคลังสอดคล้องกัน เชื่อดอกเบี้ยนโยบายมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.67 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงการนัดหารือกับ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.
Read more »

แบงก์ชาติ เตือนรัฐบาลก่อหนี้ใหม่สูง-ใช้หนี้เก่าน้อย กระทบภาระการคลังแบงก์ชาติ เตือนรัฐบาลก่อหนี้ใหม่สูง-ใช้หนี้เก่าน้อย กระทบภาระการคลังแบงก์ชาติ เตือนรัฐบาล หลังคลอดแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ปี 2568 ก่อหนี้ใหม่ พุ่ง 1.2 ล้านล้าน ต้องรอบคอบ บริหารเครื่องมือระดมทุนให้หลากหลาย โฟกัสจ่ายคืนต้นเงินกู้ หวั่นคืนน้อยเกิดความเสี่ยงทางการคลังได้
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:05:10