ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 และรอบ 6 เดือน ปี 2567 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 5,355 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปี มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10,689 ล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับรายได้ ด้านคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและเป็นไปตามเป้าหมาย...
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด หรือ ทีเอ็มบีธนชาต แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 และรอบ 6 เดือน ปี 2567 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 5,355 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปี มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10,689 ล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับรายได้ ด้านคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและเป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่สภาพคล่องและฐานะเงินกองทุนอยู่ในระดับสูงและมีเสถียรภาพ นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี 2567 ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย และสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทายและสร้างแรงกดดันต่อทั้งด้านรายได้และด้านคุณภาพสินทรัพย์ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ในการรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีการฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง ธนาคารจึงมุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในด้านต้นทุนทางการเงิน ธนาคารดำเนินการบริหารพอร์ตสินทรัพย์และหนี้สินในเชิงรุกผ่านหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตเงินฝากให้สอดคล้องกับแนวโน้มสินเชื่อ การปรับระยะเวลาของพอร์ตเงินลงทุนเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนและทิศทางดอกเบี้ยในตลาดเงิน รวมทั้งปรับพอร์ตตราสารหนี้ให้เหมาะสม เพื่อบริหารทุนและสภาพคล่องส่วนเกิน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธนาคารได้ใช้สิทธิไถ่ถอนตราสารหนี้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ก่อนครบกำหนด จำนวน 30,000 ล้านบาท เนื่องจากประเมินแล้วว่าสภาพคล่องและฐานะเงินกองทุนของธนาคารในปัจจุบันอยู่ในระดับสูง ดังนั้นการใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดจะเป็นผลดีต่อการบริหารต้นทุนของธนาคาร ในด้านต้นทุนการดำเนินงาน ธนาคารยังเน้นย้ำการมีวินัยด้านค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลและการเพิ่มความสามารถใหม่ ๆ ในโมบายแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่องส่งผลให้จำนวนธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อโครงสร้างต้นทุนการให้บริการในระยะยาว และสอดคล้องกับแผนการพัฒนาบทบาทของพนักงานสาขาให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินมากขึ้น จากการดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ธนาคารสามารถบริหารต้นทุนได้เป็นอย่างดี สะท้อนได้จากอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 ที่ลดลงมาอยู่ที่ 42% จาก 44% ในปีก่อน ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารยังคงเน้นย้ำการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยในการเติบโตพอร์ตสินเชื่อ ธนาคารต่อยอดแนวคิด Ecosystem Play และใช้จุดแข็งจากความชำนาญ ความเป็นผู้นำตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนมีบ้าน กลุ่มคนมีรถ และกลุ่มพนักงานเงินเดือน ประกอบกับการพัฒนาบริการใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็วผ่านช่องทางดิจิทัล ส่งผลให้สามารถนำเสนอสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น สะท้อนได้จากสินเชื่อรายย่อยกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากสิ้นปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อรถแลกเงิน และสินเชื่อบุคคล นอกจากนี้ ธนาคารยังคงเน้นการบริหารพอร์ตสินเชื่อเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็นการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที โดยธนาคารมีแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ที่หลากหลายให้ตรงกับปัญหาของลูกค้า นอกจากนั้นยังสนับสนุนโครงการรวบหนี้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระดอกเบี้ยและช่วยให้ลูกหนี้สามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้ในระยะยาว ขณะที่ในภาพรวมธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าผ่านการปรับโครงสร้างหนี้คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อประมาณ 11% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ขณะที่จำนวนลูกค้าภายใต้โครงการรวบหนี้ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 17,000 ราย ณ สิ้นปีที่แล้ว สู่ระดับ 25,000 รายในปัจจุบัน ซึ่งธนาคารสามารถช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยของลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้กว่า 1,700 ล้านบาท จากการดำเนินการข้างต้น ประกอบกับการบริหารกระบวนการลดหนี้เสียผ่านการขายและการ Write off อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สถานการณ์ด้านคุณภาพสินทรัพย์เป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนได้จากระดับสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 ที่ลดลง 2% จากสิ้นปีที่แล้วมาอยู่ที่ 40,105 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ที่ 2.
6% ขณะที่อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพยังอยู่ในระดับสูงที่ 152% โดยช่วงที่เหลือของปี ธนาคารยังเน้นย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งนี้ ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทีทีบีเชื่อมั่นว่าเรามีความพร้อมที่จะรับมือกับปัจจัยต่าง ๆ และจะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม และการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการสานต่อพันธกิจที่มีต่อผู้ถือหุ้นในการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและส่งมอบผลตอบแทนอย่างยั่งยืนในระยะยาวสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 1,297 พันล้านบาท ชะลอลง 2.4% จากสิ้นปี 2566 เป็นไปตามแนวทางการเติบโตสินเชื่ออย่างรอบคอบ โดยสินเชื่อกลุ่มเป้าหมายยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อรถแลกเงิน และสินเชื่อบุคคล ทั้งนี้ การลดลงของสินเชื่อรวมเป็นผลจากการชำระคืนหนี้ของลูกค้าและการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ผ่านการขายและการ Write off ด้านเงินฝากอยู่ที่ 1,365 พันล้านบาท ปรับลดลง 1.5% จากสิ้นปีก่อนหน้า เพื่อให้เป็นไปตามแผนบริหารสภาพคล่องและให้สอดคล้องกับความต้องการสินเชื่อใหม่ที่ลดลง โดยก่อนหน้านี้ในไตรมาส 4 ปี 2566 ธนาคารได้ขยายเงินฝากกว่า 4.3% เพื่อเตรียมไว้ล่วงหน้าสำหรับการดำเนินงานในปี 2567 ทำให้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สภาพคล่องจึงยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนได้จาก LDR ที่อยู่ที่ 95% ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับธนาคารในการบริหารต้นทุนทางการเงิน ทั้งนี้ เงินฝากที่ลดลงเป็นผลจากการลดเงินฝากต้นทุนสูง ในขณะที่เงินฝากจากลูกค้ารายย่อยยังคงขยายตัวได้ตามแผน สำหรับพอร์ตการลงทุน ธนาคารเน้นการบริหารพอร์ตเชิงรุกเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยในตลาด ที่สำคัญคือธนาคารเน้นลงทุนในตราสารภาครัฐเป็นหลัก ไม่มีนโยบายลงทุนหรือเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีผิดนัดชำระหนี้ในตลาดตราสารหนี้ในช่วงที่ผ่านมา กลยุทธ์ในการบริหารพอร์ตดังกล่าวช่วยหนุนแนวโน้มรายได้ดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี รายได้ค่าธรรมเนียมยังคงมีความท้าทาย ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2567 ธนาคารมีรายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 17,372 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 7,210 ล้านบาท ส่งผลให้ใน 6 เดือนแรกของปี 2567 มีรายได้จากการดำเนินงานทั้งสิ้น 35,042 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากปีก่อนหน้า สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 14,781 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงินและเสริมกันชนรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ธนาคารได้ตั้งสำรองฯ เพิ่มเติมจากระดับปกติ โดยเป็นการตั้งสำรองฯ เพิ่มเติมในส่วนของ Management Overlay ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯ เป็นจำนวน 5,281 ล้านบาท ในไตรมาส 2 รวม 6 เดือน ปี 2567 ดำเนินการตั้งสำรองฯ ทั้งสิ้น 10,397 ล้านบาท ซึ่งหลังจากหักสำรองฯ และภาษี ธนาคารรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 และรอบ 6 เดือน ปี 2567 ที่ 5,355 ล้านบาท และ 10,689 ล้านบาท ตามลำดับ ท้ายสุดด้านฐานะเงินกองทุน ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีเสถียรภาพ โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567 อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 17.1% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนรวม อยู่ที่ 19.5% ลดลงเล็กน้อยจากการไถ่ถอนตราสารหนี้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ก่อนครบกำหนด ในภาพรวมระดับเงินกองทุนยังถือว่าสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรม และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารกลุ่ม D-SIBs ที่ธปท.กำหนดไว้ที่ 9.5% สำหรับ Tier 1 และ 12.0% สำหรับ CAR "ทีทีบี" เปิดกลยุทธ์องค์กรสู่การสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้คนไทย มุ่งเน้นความสำคัญให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ-เป็นธรรม
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“ถิรไทย” โตต่อเนื่อง หลังความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าพุ่งไม่หยุด ตั้งเป้ารายได้ปี 67 ที่ 2,783 ล้าน กำไร Q1/67 แตะ 96.28 ล้านบริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้นำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมด้านพลังงานรายใหญ่ของประเทศ มั่นใจรายได้ปีอยู่ที่ 2,783 ล้าน หลังความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศพุ่งไม่หยุด เผยกำไรไตรมาส 1/67 แตะ 96.
Read more »
FTI ยกทัพนวัตกรรมระบบกรองน้ำบุก “Thai Water Expo 2024” ส่งซิก Q2/67 โกยรายได้โตต่อเนื่อง หนุนปี 67 โตตามเป้า 10-15%“ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล” ยกทัพสินค้านวัตกรรมระบบกรองน้ำบุกงาน “Thai Water Expo 2024” มั่นใจช่วยกระตุ้นยอดขาย ส่งซิกรายได้ Q2/67 เดินหน้าโตต่อเนื่อง มั่นใจรายได้ปี 67 แตะ 930 ล้านบาท โตตามเป้า 10-15% ดร.
Read more »
“ทรีนิตี้” ให้ราคาเป้าหมาย SAV ที่ 27.40 บาท คาดรายได้ Q2/67 โตแกร่ง-เก็งคว้าสัมปทานในลาวสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ก.ค. 67 9:46: น. บล.ทรีนิตี้ ให้ราคาเป้าหมาย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) ที่ 27.40 บาท คาดรายได้ไตรมาส 2/67 มีโอกาส New ...
Read more »
TSMC โชว์รายได้-กำไร Q2/67 สูงเหนือคาด อานิสงส์ดีมานด์ชิป AI โตต่อเนื่องติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »
'ธนาคารกสิกรไทย' แจ้งผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกปี 67 กำไร 26,139 ล้านบาท'ธนาคารกสิกรไทย' แจ้งผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกปี 67 กำไร 26,139 ล้านบาท นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 2 ปี 2567 ยังมีสัญญาณฟื้นตัวช้าและไม่ทั่วถึง แม้จะมีแรงส่งอยู่บ้างจากการทยอยเบิกจ่ายเงินของภาครัฐ หลังจากที่ พ.ร.บ.
Read more »
KBANK กำไร Q2/67 โต 15.09% แตะ 12,653 ล้าน ดันครึ่งปีแรก กำไรพุ่ง 20.26%KBANK งบไตรมาส 2/67 กำไรสุทธิ 12,653 ล้านบาท โต 15.09% หนุนกำไรสุทธิครึ่งปีแรก พุ่ง 20.26% แตะ 26,139 ล้านบาท จากรายได้จากกาาดำเนินงานสุทธิเติบโตสูงกว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ และตั้งสำรอง ECL ลดลง
Read more »
