“อุตสาหกรรมยา” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ย GDP ของประเทศ คาดว่าปี 2568-2570 มูลค่าจำหน่ายยาในประเทศจะขยายตัวเฉลี่ย 6.0-7.0% ต่อปี
” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ย GDP ของประเทศ คาดว่าปี 2568-2570 มูลค่าจำหน่ายยาในประเทศจะขยายตัวเฉลี่ย 6.0-7.0% ต่อปี โดยมีปัจจัยหนุนมาจากจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งจากโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การเกิดโรคติดต่ออุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และการเข้าถึงระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้ผู้เจ็บป่วยสามารถเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน “ยาและเวชภัณฑ์”เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูงในการ วิจัย และพัฒนาวัตถุดิบและตัวยาใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ฐานการผลิตยาและเวชภัณฑ์หลักของโลก โดยเฉพาะยาจดสิทธิบัตรหรือยาต้นแบบ กระจุกตัวในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐฯ และยุโรปส่วนประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงผู้นำเข้ายาต้นตำรับ/ต้นแบบซึ่งมีราคาสูง ” ถึงบทบาทของ ทีเซลส์ ในการส่งเสริมความมั่นคงทางยาของประเทศว่า ทีเซลส์ เป็นหน่วยงานในการขับเคลื่อนนวัตกรรม เทคโนโลยี และงาน วิจัย ในสิ่งที่ประเทศต้องการ ซึ่งในส่วนของ อุตสาหกรรมยา จะเป็นการส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น ยา ATMPs และชีววัตถุที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และสร้างระบบนิเวศในการ วิจัย และพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ยาให้เข็มแข็ง “คณะกรรมการอาหารและยาได้จัดให้ยา ATMPs ว่าเป็นยาที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติยา และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายได้กำหนดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ เพื่อทำให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะยาที่มีคุณภาพสูง และเครื่องมือแพทย์ อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ อย่าง ดิจิทัลเฮลท์ เช่น การเอกซเรย์ การใช้ ct scan และการนำ AI มาใช้ทางการแพทย์ เพื่อป้องกัน ดูแลรักษาคนไข้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นอกจากนั้น ยังมีการสนับสนุนการผลิตยาสามัญใหม่ในประเทศส่งเสริมวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยา เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ และส่งเสริมการทดสอบ Pre-clinic/Clinical trial รวมถึง สนับสนุนการ Upskill & Reskill บุคลากรใน อุตสาหกรรมยา นโยบายส่งเสริมนโยบาย Tax incentive และสนับสนุนด้าน Logistics and Supply Chain เพิ่มศักยภาพการส่งออกยาที่ผลิตในประเทศ เพื่อจำหน่ายต่างประเทศ เช่น road show, business matching เป็นต้น1.
การพึ่งพาการนำเข้าสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม ซึ่งไทยยังผลิต API ได้น้อยมาก และต้องพึ่งพาการนำเข้า API สูงถึง 90–95% โดยประเทศที่นำเข้าหลัก ได้แก่จีน และอินเดีย ขณะที่จำนวน API ที่ผลิตได้ในประเทศยังจำกัด มีเพียงประมาณ 17 รายการที่สามารถผลิตได้ในประเทศ เช่น aspirin ขณะที่มีการนำเข้า API มากกว่า 800 รายการ อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและต้นทุน การผลิตยาที่ซับซ้อนหรือใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงต้นทุนในการปรับปรุงโรงงานให้ได้มาตรฐานสากลยังสูง“ทีเซลส์ ได้ส่งเสริมความรู้แก่ผู้ประกอบการใหม่ โดยการอบรมเชิงวิชาการในด้าน Regulatory Sciences การฝึกอบรมบุคลากรด้านการควบคุมคุณภาพและการขึ้นทะเบียนยา ที่เกี่ยวกับขั้นตอนเอกสารการขึ้นทะเบียนยา และสนับสนุนหลักสูตรต่างๆ เช่น การพัฒนาหลักสูตรอบรมระหว่างประเทศ การอบรมเชิงปฎิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัย และการพัฒนาผู้ประกอบการให้เข้าสู่โลกธุรกิจได้ 100% เข้าใจการPitching การเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และการหาทุนว่าสามารถขอทุนจากหน่วยงานไหนได้บ้าง เป็นต้น" ดร.จิตต์พร กล่าวอีกว่าทีเซลส์มีความพร้อมในการสนับสนุนและเสริมสร้างความมั่นคงทางยา ทั้งการผลิตยาและการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในประเทศ โดยการสร้างเครือข่ายและทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้ง หน่วยงานรัฐ และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสร้างความมั่นคงทางยาให้เกิดขึ้นจริง ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนยาและวัตถุดิบที่จำเป็น ที่สำคัญลดต้นทุนของประเทศ เพราะการนำเข้ายาและวัตถุดิบจากต่างประเทศมักมีต้นทุนสูงกว่าการผลิตในประเทศ ที่ทำให้ส่งผลต่อราคายาในประเทศสูงขึ้น และเกิดผลกระทบต่อการเข้าถึงยาของผู้คน “ทีเซลส์ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง ต้องทำงานร่วมกับหลายๆ องค์กร ทั้งสำนักงบประมาณในการสนับสนุนงบ อย. โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการ ในการมีสมรรถนะ และการผลิตและพัฒนายา ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดวิจัยเริ่มต้น แต่สามารถนำงานวิจัยมาต่อยอดให้เกิดยาตัวใหม่ๆ และบูรณาการต้องพึ่งพา AI ได้มากขึ้น ซึ่งทีเซลส์มีแพลตฟอร์ม มีเครื่องมือและมีทุนพร้อมส่งเสริมให้ไทยมีความมั่นคงทางยามากขึ้น และทำให้คนไทยมีสิทธิใช้ยาคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” ดร.จิตต์พร กล่าว
ทีเซลส์ ปัญญาประดิษฐ์ AI อุตสาหกรรมยา Health&Wellness
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
‘ATMPs’ ชื่อนี้จะได้ยินมากขึ้นในวงการสาธารณสุขไทย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?‘ATMPs’ หรือ ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง ชื่อนี้จะได้ยินมากขึ้นในวงการสาธารณสุขไทย โพสต์ทูเดย์ขอพาไปทำความรู้จัก ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
Read more »
รพ.วชิระภูเก็ต -เมดีซ กรุ๊ป เตรียมขอวิจัยสเต็มเซลล์ นำร่อง 3 โรคสธ.- เมดีซ กรุ๊ป ร่วมมือ ขับเคลื่อน ATMPs Sandbox เตรียมเสนอคกก.จริยธรรมวิจัยสเต็มเซลล์ นำร่อง 3 โรค ที่ รพ.วชิระภูเก็ต
Read more »
สาธารณสุข ผนึกพันธมิตร เปิดตัว ATMPs Sandbox คิกออฟ 'สเต็มเซลล์'สาธารณสุขจับมือรพ.วชิระภูเก็ต และเมดีซ กรุ๊ป เปิดตัวโครงการ ATMPs Sandbox นวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูงใช้สเต็มเซลล์ ต้นกำเนิดรักษาโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม โรคผิวหนัง และมะเร็งลำไส้ ผลิตในไทย ราคาเหมาะสม ไม่ต้องนำเข้า
Read more »
สธ.จับมือ รพ.วชิระภูเก็ต และเมดีซ กรุ๊ป เดินหน้าขับเคลื่อน ATMPs Sandbox สู่อนาคตการแพทย์ไทยขั้นสูงกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จับมือกับบริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ Advanced Therapy Medicinal Products Sandbox (ATMPs Sandbox) เพื่อพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง สำหรับการรักษาเชิงลึกแบบเฉพาะบุคคล (Precision Preventive Medicine) โดยเริ่มต้นจาก 3 กลุ่มโรคที่พบมากในประเทศไทย...
Read more »
'ATMPs Sandbox' เลือก 'รพ.วชิระภูเก็ต' ที่แรก วิจัยยาร่วม 'เมดีซ''ATMPs Sandbox' เริ่ม! เปิดพื้นที่ 'รพ.วชิระภูเก็ต' รอรับงานวิจัยยาร่วม 'เมดีซ' นำร่อง 3 โรค หมองรองกระดูกเสื่อม - โรคผิวหนังและชะลอวัย-มะเร็งลำไส้
Read more »
สธ. จับมือเอกชน สร้าง ATMPs Sandbox ดันการแพทย์ขั้นสูงรักษา 3 กลุ่มโรคกระทรวงสาธารณสุข-รพ.วชิระภูเก็ต-เมดีซ กรุ๊ป เปิดตัวโครงการ Advanced Therapy Medicinal Products Sandbox พัฒนาการแพทย์ขั้นสูง รักษา 3 กลุ่มโรคเชิงลึก ทั้งโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม กลุ่มโรคผิวหนังและการชะลอวัย และ มะเร็งลำไส้
Read more »
