'ทีนิวส์' ออกแถลงการณ์ ยืนยัน 'ธนาธร' เป็นอันตราย คมชัดลึก
จากกรณีพรรคอนาคตใหม่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับสำนักข่าวทีนิวส์ ล่าสุดสำนักข่าวทีนิวส์ ได้ออกแถลงการณ์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ยืนหยัดอุดมการณ์ ยืนยัน"ธนาธร" เป็น อันตราย พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า แถลงการณ์สำนักข่าวทีนิวส์ ยืนหยัดอุดมการณ์ ยืนยัน"ธนาธร" เป็น อันตราย สำนักข่าวทีนิวส์ก่อตั้งขึ้นมาและทำหน้าที่สื่อมวลชนมาด้วยจุุดยืนที่ชัดเจน คือ การนำเสนอข่าวสารที่วางอยู่บนความคิดว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักของสังคมไทย มาอย่างช้านาน ที่ผ่านมายามประเทศไทยเราเกิดวิกฤติครั้งแล้วครั้งเล่า หากเป็นเพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นหลักร่วมรวมใจของสังคม ร้อยรัดสังคมไทย คนไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤติมานับครั้งไม่ถ้วน และแม้ว่าจะมีบางความคิด ความเห็นที่แตกต่าง แต่กระนั้นหากความคิดและความเห็นที่แตกต่างกันนั้นอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่มีอยู่ สังคมไทยเราก็ยอมที่จะให้สามารถแสดงความคิดและดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ตามกรอบของกฏหมาย ดังที่ผ่านมา ปรากฏการดำเนินการของ นาย"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้เคยร่วมก่อตั้ง ให้ทุน สนับสนุนนิตยสาร"ฟ้าเดียวกัน" ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่ามีการนำเสนอเนื้อหาที่วิพากษ์ วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์โดยเปิดเผย และ นาย"ปิยะบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่อาศัยฐานะของนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย วิพากษ์วิจารณ์การดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ก็ยังสามารถทำได้แม้จะไม่ใช่ฉันทามติของคนในสังคมก็ตาม ทั้งนั้นทั้งนี้เพราะบุคคลและกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ต่างรู้ในข้อกฏหมาย และจงใจดำเนินการความคิดความเห็นที่แตกต่างไม่ให้ผิดกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งๆที่โดยพื้นหลังและเจตนาแล้ว บุคคลและกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าตนเองและพวกมีจุดยืนทางการเมืองที่อยู่คนละฝั่งกับการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แม้นายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่จะพูดเสมอต่อสาธารณะว่ามีจุดยืน ต้องการทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ต้องการต่อต้านเผด็จการทหาร ต้องการต่อต้านรัฐประหาร แต่ในอีกทางหนึ่ง นายธนาธร กลับสนับสนุนโดยเปิดเผยให้มีหนังสือที่มีเนื้อหา"ต่อต้าน" สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนายธนาธรจะอ้างว่าเป็นการดำเนินการของกองบรรณาธิการ ไม่เกี่ยวกับตน แต่ถ้านายธนาธรไม่ได้มีความคิดต่อสถาบันในแนวทางเดียวกัน ทำไมถึงไม่แสดงการทักท้วง ห้ามปราม ซึ่งสามารถทำได้ในฐานะผู้ก่อตั้งและให้ทุนสนับสนุน ถ้านายธนาธรไม่ได้มีความคิดในทางลบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทำไมถึงไม่ปฏิเสธการร่วมงานทางการเมืองกับนายปิยะบุตร ที่เคยแสดงความเห็นว่า"กษัตริย์มีพระราชดำรัสสดกับประชาชนไม่ได้ สิ่งที่กษัตริย์จะตรัสต่อประชาชน ควรเป็นสิ่งที่ยกร่างโดยฝ่ายบริหาร" แต่กลับร่วมกับนายปิยะบุตร ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่และนายปิยะบุตรเป็นถึงเลขาธิการพรรค พฤติกรรมของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยะบุตร แสงกนกกุล ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เป็นที่ชัดเจนว่ามีจุดยืนอยู่คนละฝั่งกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ตรงข้ามกับเสียงส่วนใหญ่ของสังคมไทยที่ยังรักและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรืออาจเรียกง่ายๆว่ามีความคิดแบบ"ต่อต้านสถาบันฯ" หรือ"ชังเจ้า" เห็นว่า การดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่เป็นมาโดยตลอดในสังคมไทยไม่สามารถไปด้วยกันได้กับการเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กระทั่งจะต้องมีการดำเนินการลดทอนสถานะและอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งในทางรัฐธรรมนูญ ทางกฏหมาย และทางวัฒนธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ โดยแท้จริง ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุผลที่นายธนาธร นายปิยะบุตร เปลี่ยนจากเดิมที่เคยเป็นเพียงนักเคลื่อนไหวทางสังคม มาเป็นนักการเมืองตั้งพรรคอนาคตใหม่ เพื่อใช้รัฐสภาเป็นช่องทางในการขับเคลื่อนความคิดของตนและกลุ่ม ซึ่งสังคมและสื่อมวลชนพึงต้องสามารถตรวจสอบและตั้งข้อสังเกตได้ต่อพฤติกรรมและความคิดต่างๆที่"คาบลูกคาบดอก" และที่อาจจะเป็น"อันตราย" ต่อสังคมทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต นั่นไม่นับถึงพฤติกรรม ความสัมพันธ์ การดำเนินกิจกรรมที่เคยมีกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรม"ล้มเจ้า" และหลบหนีคดีมาตรา 112 อยู่ที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ การพูดของนายธราธรอาจเป็น"อันตราย" ในประเด็นศาสนา เพราะขาดการศึกษาและการทำความเข้าใจปัญหาสังคมอย่างลึกซึ้ง รอบด้าน ทำให้นายธนาธรได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน โดยก่อให้เกิดเข้าใจผิด เช่น เรื่องปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่นายธนาธรกล่าวว่า"รัฐไทยไม่ควรจะอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ เพราะทำให้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แก้กันไม่จบ" และ"ผู้คนที่อยู่ใน 3 จังหวัด แง่หนึ่งก็เหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง" ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เพราะปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากรัฐอุปถัมภ์พุทธศาสนา และ พี่น้องใน 3 จังหวัคภาคใต้ก็อยู่กันอย่างเป็นปกติสุข ไม่เคยอยู่ในสถานะพลเมืองชั้นสองแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด ซึ่งการพูดที่ผิดพลาดในประเด็นละเอียดอ่อนเหล่านี้ของนายธนาธร อาจเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างศาสนาและอาจทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นได้ และนับได้ว่าเป็นอันตรายต่อสังคมยิ่ง จากจุดยืนของสำนักข่าวทีนิวส์ที่ได้กล่าวมาตั้งแต่ต้น การที่พรรคอนาคตใหม่ฟ้องสำนักข่าวทีนิวส์ว่าใส่ร้ายและหมิ่นประมาทนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่นั้น ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ถือว่าได้ทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่พึงมีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา อันเป็นเรื่องที่ดีที่ข้อเท็จจริงและความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายธนาธร นายปิยะบุตร และพรรคอนาคตใหม่ที่มีเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมดจะได้นำเสนอในการพิจารณาในชั้นศาล และจะปรากฎต่อสาธารณะต่อไป ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์จะไม่เปลี่ยนแปลงในจุดยืนนี้ และจะทำหน้าที่สื่อมวลชนด้วยจุดยืนนี้ตลอดไป ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ เมื่ออาศัยอำนาจทางกฏหมายอาญา และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเลือกตั้งในลักษณะนี้แล้ว ถึงวันนี้ก็ไม่ควรพูดความจริงเพียงด้านเดียวกับประชาชน โดยอ้างแค่อุดมการณ์อันสวยหรูของประชาธิปไตย อ้างความคิดต่อต้านเผด็จการ แต่กลับไม่พูดถึง"เจตนาแท้จริง" ของตน ว่าตนเองมีความตั้งใจต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร? ว่าตนเองมีความตั้งใจต่อกลุ่มบุคคลที่มีเจตนา"ล้มเจ้า" และคนที่เคยมีหมายจับมาตรา 112 ที่เคยร่วมกิจกรรมกันมาก่อนหน้านี้อย่างไร? ก็แสดงกันให้ชัดเจนต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบข้อมูลทั้งหมดก่อนวันเลือกตั้งและจะได้ตัดสินใจว่าควรจะเลือกพรรคการเมืองที่มีจุดยืนและอุดมการณ์ที่อยู่ตรงกันข้ามกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่.
จากกรณีพรรคอนาคตใหม่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับสำนักข่าวทีนิวส์ ล่าสุดสำนักข่าวทีนิวส์ ได้ออกแถลงการณ์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ยืนหยัดอุดมการณ์ ยืนยัน"ธนาธร" เป็น อันตราย พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า แถลงการณ์สำนักข่าวทีนิวส์ ยืนหยัดอุดมการณ์ ยืนยัน"ธนาธร" เป็น อันตราย สำนักข่าวทีนิวส์ก่อตั้งขึ้นมาและทำหน้าที่สื่อมวลชนมาด้วยจุุดยืนที่ชัดเจน คือ การนำเสนอข่าวสารที่วางอยู่บนความคิดว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักของสังคมไทย มาอย่างช้านาน ที่ผ่านมายามประเทศไทยเราเกิดวิกฤติครั้งแล้วครั้งเล่า หากเป็นเพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นหลักร่วมรวมใจของสังคม ร้อยรัดสังคมไทย คนไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤติมานับครั้งไม่ถ้วน และแม้ว่าจะมีบางความคิด ความเห็นที่แตกต่าง แต่กระนั้นหากความคิดและความเห็นที่แตกต่างกันนั้นอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่มีอยู่ สังคมไทยเราก็ยอมที่จะให้สามารถแสดงความคิดและดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ตามกรอบของกฏหมาย ดังที่ผ่านมา ปรากฏการดำเนินการของ นาย"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้เคยร่วมก่อตั้ง ให้ทุน สนับสนุนนิตยสาร"ฟ้าเดียวกัน" ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่ามีการนำเสนอเนื้อหาที่วิพากษ์ วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์โดยเปิดเผย และ นาย"ปิยะบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่อาศัยฐานะของนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย วิพากษ์วิจารณ์การดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ก็ยังสามารถทำได้แม้จะไม่ใช่ฉันทามติของคนในสังคมก็ตาม ทั้งนั้นทั้งนี้เพราะบุคคลและกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ต่างรู้ในข้อกฏหมาย และจงใจดำเนินการความคิดความเห็นที่แตกต่างไม่ให้ผิดกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งๆที่โดยพื้นหลังและเจตนาแล้ว บุคคลและกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าตนเองและพวกมีจุดยืนทางการเมืองที่อยู่คนละฝั่งกับการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แม้นายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่จะพูดเสมอต่อสาธารณะว่ามีจุดยืน ต้องการทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ต้องการต่อต้านเผด็จการทหาร ต้องการต่อต้านรัฐประหาร แต่ในอีกทางหนึ่ง นายธนาธร กลับสนับสนุนโดยเปิดเผยให้มีหนังสือที่มีเนื้อหา"ต่อต้าน" สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนายธนาธรจะอ้างว่าเป็นการดำเนินการของกองบรรณาธิการ ไม่เกี่ยวกับตน แต่ถ้านายธนาธรไม่ได้มีความคิดต่อสถาบันในแนวทางเดียวกัน ทำไมถึงไม่แสดงการทักท้วง ห้ามปราม ซึ่งสามารถทำได้ในฐานะผู้ก่อตั้งและให้ทุนสนับสนุน ถ้านายธนาธรไม่ได้มีความคิดในทางลบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทำไมถึงไม่ปฏิเสธการร่วมงานทางการเมืองกับนายปิยะบุตร ที่เคยแสดงความเห็นว่า"กษัตริย์มีพระราชดำรัสสดกับประชาชนไม่ได้ สิ่งที่กษัตริย์จะตรัสต่อประชาชน ควรเป็นสิ่งที่ยกร่างโดยฝ่ายบริหาร" แต่กลับร่วมกับนายปิยะบุตร ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่และนายปิยะบุตรเป็นถึงเลขาธิการพรรค พฤติกรรมของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยะบุตร แสงกนกกุล ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เป็นที่ชัดเจนว่ามีจุดยืนอยู่คนละฝั่งกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ตรงข้ามกับเสียงส่วนใหญ่ของสังคมไทยที่ยังรักและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรืออาจเรียกง่ายๆว่ามีความคิดแบบ"ต่อต้านสถาบันฯ" หรือ"ชังเจ้า" เห็นว่า การดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่เป็นมาโดยตลอดในสังคมไทยไม่สามารถไปด้วยกันได้กับการเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กระทั่งจะต้องมีการดำเนินการลดทอนสถานะและอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งในทางรัฐธรรมนูญ ทางกฏหมาย และทางวัฒนธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ โดยแท้จริง ซึ่งนั่นอาจเป็นเหตุผลที่นายธนาธร นายปิยะบุตร เปลี่ยนจากเดิมที่เคยเป็นเพียงนักเคลื่อนไหวทางสังคม มาเป็นนักการเมืองตั้งพรรคอนาคตใหม่ เพื่อใช้รัฐสภาเป็นช่องทางในการขับเคลื่อนความคิดของตนและกลุ่ม ซึ่งสังคมและสื่อมวลชนพึงต้องสามารถตรวจสอบและตั้งข้อสังเกตได้ต่อพฤติกรรมและความคิดต่างๆที่"คาบลูกคาบดอก" และที่อาจจะเป็น"อันตราย" ต่อสังคมทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต นั่นไม่นับถึงพฤติกรรม ความสัมพันธ์ การดำเนินกิจกรรมที่เคยมีกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรม"ล้มเจ้า" และหลบหนีคดีมาตรา 112 อยู่ที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ การพูดของนายธราธรอาจเป็น"อันตราย" ในประเด็นศาสนา เพราะขาดการศึกษาและการทำความเข้าใจปัญหาสังคมอย่างลึกซึ้ง รอบด้าน ทำให้นายธนาธรได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน โดยก่อให้เกิดเข้าใจผิด เช่น เรื่องปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่นายธนาธรกล่าวว่า"รัฐไทยไม่ควรจะอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ เพราะทำให้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แก้กันไม่จบ" และ"ผู้คนที่อยู่ใน 3 จังหวัด แง่หนึ่งก็เหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง" ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เพราะปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากรัฐอุปถัมภ์พุทธศาสนา และ พี่น้องใน 3 จังหวัคภาคใต้ก็อยู่กันอย่างเป็นปกติสุข ไม่เคยอยู่ในสถานะพลเมืองชั้นสองแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด ซึ่งการพูดที่ผิดพลาดในประเด็นละเอียดอ่อนเหล่านี้ของนายธนาธร อาจเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างศาสนาและอาจทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นได้ และนับได้ว่าเป็นอันตรายต่อสังคมยิ่ง จากจุดยืนของสำนักข่าวทีนิวส์ที่ได้กล่าวมาตั้งแต่ต้น การที่พรรคอนาคตใหม่ฟ้องสำนักข่าวทีนิวส์ว่าใส่ร้ายและหมิ่นประมาทนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่นั้น ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ถือว่าได้ทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่พึงมีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา อันเป็นเรื่องที่ดีที่ข้อเท็จจริงและความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายธนาธร นายปิยะบุตร และพรรคอนาคตใหม่ที่มีเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมดจะได้นำเสนอในการพิจารณาในชั้นศาล และจะปรากฎต่อสาธารณะต่อไป ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์จะไม่เปลี่ยนแปลงในจุดยืนนี้ และจะทำหน้าที่สื่อมวลชนด้วยจุดยืนนี้ตลอดไป ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ เมื่ออาศัยอำนาจทางกฏหมายอาญา และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเลือกตั้งในลักษณะนี้แล้ว ถึงวันนี้ก็ไม่ควรพูดความจริงเพียงด้านเดียวกับประชาชน โดยอ้างแค่อุดมการณ์อันสวยหรูของประชาธิปไตย อ้างความคิดต่อต้านเผด็จการ แต่กลับไม่พูดถึง"เจตนาแท้จริง" ของตน ว่าตนเองมีความตั้งใจต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร? ว่าตนเองมีความตั้งใจต่อกลุ่มบุคคลที่มีเจตนา"ล้มเจ้า" และคนที่เคยมีหมายจับมาตรา 112 ที่เคยร่วมกิจกรรมกันมาก่อนหน้านี้อย่างไร? ก็แสดงกันให้ชัดเจนต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบข้อมูลทั้งหมดก่อนวันเลือกตั้งและจะได้ตัดสินใจว่าควรจะเลือกพรรคการเมืองที่มีจุดยืนและอุดมการณ์ที่อยู่ตรงกันข้ามกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ส้มหวานแจ้นฟ้อง‘ท่านใหม่-ทีนิวส์’หมิ่น'บิ๊กโจ๊ก' เผยรองหัวหน้า อนค.เลื่อนรับทราบข้อหาแชร์ภาพข่าว 'บิ๊กป้อม' จิบกาแฟแก้วละ 1.2 หมื่น 10 มี.ค.นี้ จ่อฟันสปอนเซอร์เว็บไซต์ฐานผู้สนับสนุน 'ประวิตร' เชื่อดำเนินคดี อนค.ไม่กระทบคสช. 'ช่อ' แจง “เสธ.โหน่ง” ไม่มีเจตนาลบโพสต์ขอโทษแล้วพร้อมต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ปัด 'ธนาธร' เอี่ยวหุ้น PICNI-บ.วันโอซี อ้างใกล้เลือกตั้ง อนค.โดนมรสุม นัดฟ้องดะคดีอาญา 'จุลเจิม-ทีนิวส์' คนแชร์ข่าวใส่ร้าย อนค.
Read more »
ข่าวช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ - ‘พรรคอนาคตใหม่’ ยื่นฟ้อง หม่อมเจ้าจุลเจิม-ทีนิวส์ กล่าวหามีนโยบายล้มล้างสถาบันฯข่าวด่วน ข่าววันนี้ กับเรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ - วันที่ 6 มี.ค. 62 นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมทนายความ เดินทางมาที่ศาลอาญา รัชดา นำหลักฐานเพื่อยื่นฟ้องคดีอาญาหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล และสำนักข่าว T-news ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
Read more »
อนค.ส่งทนายฟ้อง 'ม.จ.จุลเจิม–ทีนิวส์' กล่าวหาล้มเจ้า'โฆษกอนาคตใหม่' ระบุ มอบทนายให้ฟ้องหมิ่นประมาท-ผิด กม.เลือกตั้ง ยันพร้อมสู้ศึกเลืิอกตั้ง ไม่กลัวถูกสกัด\n\n
Read more »
อนาคตใหม่ ยื่นศาลฟ้อง หม่อมเจ้าจุลเจิม-ทีนิวส์ กล่าวหาล้มล้างสถาบันฯยื่นศาลอาญาฟ้อง หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล และทีนิวส์ ด้าน โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ระบุมอบทนายให้ฟ้องหมิ่นประมาท-ผิดกม.เลือกตั้ง ยันพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งไม่กลัวถูกสกัด
Read more »
ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง อนาคตใหม่ ฟ้องหมิ่น ม.จ.จุลเจิม-ทีนิวส์ เม.ย.นี้6 มี.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น.เศษ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคต เป็นโจทก์ที่ 1-2 ได้มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นฟ้อง ม.จ.จุลเจิม ยุคล อายุ 72 ปี ในฐานะเจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chulcherm Yugala เป็นจำเลย ในฐานความผิดหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73(5) ประกอบ มาตรา 159
Read more »
นัดไต่สวนมูลฟ้อง อนค.ฟ้องหมิ่น'ม.จ.จุลเจิม-ทีนิวส์'เม.ย.นี้'อนาคตใหม่' ฟ้อง 'ม.จ.จุลเจิม-ทีนิวส์' 2 สำนวน โพสต์เฟซ-เผยแพร่ข่าวลงเว็บหมิ่นกล่าวหาล้มเจ้า ศาลนัดไต่สวน 22,29 เม.ย.นี้ \n
Read more »
ทีนิวส์ แถลงการณ์ยืนหยัดอุดมการณ์ ยืนยัน ธนาธร เป็น อันตรายจากกรณีพรรคอนาคตใหม่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับสำนักข่าวทีนิวส์ ล่าสุดสำนักข่าวทีนิวส์ ได้ออกแถลงการณ์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ยืนหยัดอุดมการณ์ ยืนยัน ธนาธร เป็น อันตราย พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า แถลงการณ์สำนักข่าวทีนิวส์ ยืนหยัดอุดมการณ์ ยืนยัน ธนาธร เป็น อันตราย
Read more »
