'ทาทา-หมอ' วางแพลนมีลูกอีกคนปีหน้า คมชัดลึก บันเทิงคมชัดลึก ทาทายัง
ทาทา : “ดีค่ะ ภูมิใจที่ลูกตัวโอเค ต้องบอกก่อนว่าเขาอายุเพิ่ง 3 ขวบ ยังคงเป็นเด็กอยู่ ไม่อยากให้ไปคิดว่าเขาจะฉายแววอะไรไปทางไหน เพราะยังไงก็ตาม เราสองคนสนับสนุนลูก ไม่ว่าลูกจะอยากทำหรืออยากเป็นอะไร วันนี้ทาก็จะไม่คิดด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันจะฉายแววอะไร ขอให้สิ่งที่เขาทำออกมาสนุกและเขามีความสุข อย่างทุกวันนี้บางวันเขาก็อยากจะร้องเพลง บางวันพอบอกให้ร้องก็ไม่อยากร้อง ทาเลยแล้วแต่เลย”เห็นว่าพาไปเข้าโรงเรียนอนุบาลมาแล้ว ? ทาทา : “เขาเข้าตั้ง 1 ขวบ 8 เดือนแล้วค่ะ จริงๆ เป็นเหมือนเนสเซอรี่ค่ะ ไปเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ในแต่ละวันก็เหมือนเขาไปเล่น ไปอยู่กับเพื่อนๆ ไปร้องเพลง อ่านหนังสือ มีกิจกรรมทำ คุณแม่ก็จะยิ้มได้เพราะมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง” ทาทา : “ดิฉันขอชี้แจงอย่างเป็นทางการนะคะ ว่าไม่ได้เป็นคนเปิดให้ลูกฟังนะ คือหมอเป็นคนชอบเปิดคลิปให้ลูกฟัง ให้ลูกดู ทาก็เข้าใจด้วยความทีอยากให้ลูกดูแม่ อยากให้ลูกภูมิใจ แต่บางทีก็กลัวคนจะหาว่าเปิดแต่ของตัวเองให้ลูกดู แต่เขาก็ชอบดูเรามากเหลือเกิน เป็นแฟนคลับตัวยงมาก เขาถึงขนาดเปิดคอนเสิร์ตอยู่ที่บ้าน อันนี้ดิฉันไม่ได้ยุแยงลูกตัวเองนะคะ ให้ดูอย่างอื่นแต่เขาไม่ดูเองจริงๆ เขาบอกเลยว่าเขาจะดูมามี๊ แล้วเขาก็จะรู้ชื่อเพลงนะ เอาจริงๆ บางเพลงเราก็ยังจำไม่ได้เลยแต่เขาจำได้” หมอ : “จุดเริ่มต้นที่เปิดให้เขาดูเลยคือเริ่มจากที่เชียงใหม่ มันมีซีดีของทาอยู่ เขาต้องการเอาไปให้เพื่อน ซึ่งมันก็มีหลายแผ่น เราก็เลยเอาไปด้วย เพราะลูกถามว่านี่ใคร มามี๊นี่น่าตอนนั้นเขายังแค่ 2 ขวบกว่าๆ ด้วย เขาบอกอยากดู แทนที่จะไปดูจากแผ่น เราก็เลยเปิดมือถือให้ จากเพลงหนึ่งก็กลายเป็น สอง สาม หลังจากนั้นเขาก็ชอบมาโดยตลอด และหากวันไหนถ้าทามีงานร้องเพลงไม่ดึก เขาก็จะขอไปดูด้วย” ทาทา : “เขินมาก ไม่ได้ดัดจริตเลย คือเขินมาก อยากจะบอกว่า ลูกจ๋า มันโบราณมากจริงๆ” ทาทา : “คือมีนะคะที่บางวันเรากลับมาสองคนและมานั่งถามตัวเองกันว่า เราจะไปไหนกันเยอะแยะคะ แต่เราก็รู้สึกว่ามันสนุกดี เป็นช่วงที่เรย์ยังไม่ได้เรียนเป็นจริงเป็นจังเพราะฉะนั้นเราก็ถือว่าช่วงนี้เรายังโอเคอยู่ ก็ไปให้เต็มที่ เราบอกกับตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่เรย์จะต้องเรียนแบบซีเรียสแล้ว เราสองคนก็จะทำงานแบบซีเรียสมากๆ เช่นกัน” หมอ : “อีกอย่างคือเราอยากให้เขาไปทำกิจกรรมที่ในเมืองไม่มี ไปอยูากับธรรมชาติ ได้ไปเล่นกับดิน ไปดูสัตว์” ทาทา : “คงจะต้องเป็นปีหน้าค่ะ เพราะมีคอนเสิร์ตปีนี้แน่นอน อีกอย่างการมีบุตรแบบธรรมชาติบางคนยังไม่ได้ดั่งใจเลยเนอ ต้องบอกว่าเราอยากจะได้ปีหน้า เราไม่อยากให้ห่างกับเรย์มาก ตัวเราเองก็อยากให้เขามีเพื่อนด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ปรึกษาคุณหมอเลย อย่างหนึ่งที่เราสองคนรู้ดีคือเรื่องของความเครียดต้องไม่มีแน่ๆ แต่ก็มีคุยเรื่องการเก็บไข่ไว้บ้างอยู่แล้ว“ ทาทา : “ตอนนี้เรากำลังเถียงกันอยู่ ทาอยากได้ผู้ชาย 2 คนไปเลย แต่ก็มีคิดบ้างว่ามีลูกผู้หญิงก็ดี สำหรับหมออยากได้ลูกสาว อยากให้มีคนมาอ้อนพ่อนิดหนึ่ง เอาให้มีเถอะ” หมอ : “เราเคยตกลงเป็นเสียงเอกฉันท์แล้วเนอะ ว่าเราไม่อยากมีแฝด เราอยากโฟกัสทีละคนมากกว่า ค่อยรอลุ้นกันอีกทีปีหน้า” ทาทา : “จริงๆ เราเริ่มโครงกันตั้งแต่ปีที่แล้ว คุยกันมาแต่กลางปีแต่เก็บกันเงียบมาก ตื่นเต้นมากจริงๆ เพราะมันเป็นคอนเสิร์ตที่ทาค่อนข้างใฝ่ฝันและอยากทำ ต้องบอกก่อนว่าที่ผ่านมาเราก็ได้ทำคอนเสิร์ตที่อยากจะทำมาเยอะนะคะ แต่คิดว่าคอนเสิร์ตนี่น่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่หลายๆ คนรอคอย เดี๋ยวจะเป็นยังไงต้องรอดู”.
ทาทา : “ดีค่ะ ภูมิใจที่ลูกตัวโอเค ต้องบอกก่อนว่าเขาอายุเพิ่ง 3 ขวบ ยังคงเป็นเด็กอยู่ ไม่อยากให้ไปคิดว่าเขาจะฉายแววอะไรไปทางไหน เพราะยังไงก็ตาม เราสองคนสนับสนุนลูก ไม่ว่าลูกจะอยากทำหรืออยากเป็นอะไร วันนี้ทาก็จะไม่คิดด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันจะฉายแววอะไร ขอให้สิ่งที่เขาทำออกมาสนุกและเขามีความสุข อย่างทุกวันนี้บางวันเขาก็อยากจะร้องเพลง บางวันพอบอกให้ร้องก็ไม่อยากร้อง ทาเลยแล้วแต่เลย”เห็นว่าพาไปเข้าโรงเรียนอนุบาลมาแล้ว ? ทาทา : “เขาเข้าตั้ง 1 ขวบ 8 เดือนแล้วค่ะ จริงๆ เป็นเหมือนเนสเซอรี่ค่ะ ไปเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ในแต่ละวันก็เหมือนเขาไปเล่น ไปอยู่กับเพื่อนๆ ไปร้องเพลง อ่านหนังสือ มีกิจกรรมทำ คุณแม่ก็จะยิ้มได้เพราะมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง” ทาทา : “ดิฉันขอชี้แจงอย่างเป็นทางการนะคะ ว่าไม่ได้เป็นคนเปิดให้ลูกฟังนะ คือหมอเป็นคนชอบเปิดคลิปให้ลูกฟัง ให้ลูกดู ทาก็เข้าใจด้วยความทีอยากให้ลูกดูแม่ อยากให้ลูกภูมิใจ แต่บางทีก็กลัวคนจะหาว่าเปิดแต่ของตัวเองให้ลูกดู แต่เขาก็ชอบดูเรามากเหลือเกิน เป็นแฟนคลับตัวยงมาก เขาถึงขนาดเปิดคอนเสิร์ตอยู่ที่บ้าน อันนี้ดิฉันไม่ได้ยุแยงลูกตัวเองนะคะ ให้ดูอย่างอื่นแต่เขาไม่ดูเองจริงๆ เขาบอกเลยว่าเขาจะดูมามี๊ แล้วเขาก็จะรู้ชื่อเพลงนะ เอาจริงๆ บางเพลงเราก็ยังจำไม่ได้เลยแต่เขาจำได้” หมอ : “จุดเริ่มต้นที่เปิดให้เขาดูเลยคือเริ่มจากที่เชียงใหม่ มันมีซีดีของทาอยู่ เขาต้องการเอาไปให้เพื่อน ซึ่งมันก็มีหลายแผ่น เราก็เลยเอาไปด้วย เพราะลูกถามว่านี่ใคร มามี๊นี่น่าตอนนั้นเขายังแค่ 2 ขวบกว่าๆ ด้วย เขาบอกอยากดู แทนที่จะไปดูจากแผ่น เราก็เลยเปิดมือถือให้ จากเพลงหนึ่งก็กลายเป็น สอง สาม หลังจากนั้นเขาก็ชอบมาโดยตลอด และหากวันไหนถ้าทามีงานร้องเพลงไม่ดึก เขาก็จะขอไปดูด้วย” ทาทา : “เขินมาก ไม่ได้ดัดจริตเลย คือเขินมาก อยากจะบอกว่า ลูกจ๋า มันโบราณมากจริงๆ” ทาทา : “คือมีนะคะที่บางวันเรากลับมาสองคนและมานั่งถามตัวเองกันว่า เราจะไปไหนกันเยอะแยะคะ แต่เราก็รู้สึกว่ามันสนุกดี เป็นช่วงที่เรย์ยังไม่ได้เรียนเป็นจริงเป็นจังเพราะฉะนั้นเราก็ถือว่าช่วงนี้เรายังโอเคอยู่ ก็ไปให้เต็มที่ เราบอกกับตัวเองว่าเมื่อไหร่ที่เรย์จะต้องเรียนแบบซีเรียสแล้ว เราสองคนก็จะทำงานแบบซีเรียสมากๆ เช่นกัน” หมอ : “อีกอย่างคือเราอยากให้เขาไปทำกิจกรรมที่ในเมืองไม่มี ไปอยูากับธรรมชาติ ได้ไปเล่นกับดิน ไปดูสัตว์” ทาทา : “คงจะต้องเป็นปีหน้าค่ะ เพราะมีคอนเสิร์ตปีนี้แน่นอน อีกอย่างการมีบุตรแบบธรรมชาติบางคนยังไม่ได้ดั่งใจเลยเนอ ต้องบอกว่าเราอยากจะได้ปีหน้า เราไม่อยากให้ห่างกับเรย์มาก ตัวเราเองก็อยากให้เขามีเพื่อนด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ปรึกษาคุณหมอเลย อย่างหนึ่งที่เราสองคนรู้ดีคือเรื่องของความเครียดต้องไม่มีแน่ๆ แต่ก็มีคุยเรื่องการเก็บไข่ไว้บ้างอยู่แล้ว“ ทาทา : “ตอนนี้เรากำลังเถียงกันอยู่ ทาอยากได้ผู้ชาย 2 คนไปเลย แต่ก็มีคิดบ้างว่ามีลูกผู้หญิงก็ดี สำหรับหมออยากได้ลูกสาว อยากให้มีคนมาอ้อนพ่อนิดหนึ่ง เอาให้มีเถอะ” หมอ : “เราเคยตกลงเป็นเสียงเอกฉันท์แล้วเนอะ ว่าเราไม่อยากมีแฝด เราอยากโฟกัสทีละคนมากกว่า ค่อยรอลุ้นกันอีกทีปีหน้า” ทาทา : “จริงๆ เราเริ่มโครงกันตั้งแต่ปีที่แล้ว คุยกันมาแต่กลางปีแต่เก็บกันเงียบมาก ตื่นเต้นมากจริงๆ เพราะมันเป็นคอนเสิร์ตที่ทาค่อนข้างใฝ่ฝันและอยากทำ ต้องบอกก่อนว่าที่ผ่านมาเราก็ได้ทำคอนเสิร์ตที่อยากจะทำมาเยอะนะคะ แต่คิดว่าคอนเสิร์ตนี่น่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่หลายๆ คนรอคอย เดี๋ยวจะเป็นยังไงต้องรอดู”
