นับตั้งแต่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เข้ามาซื้อบริษัททวิตเตอร์ (Twitter) ด้วยเงิน 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เรื่องราวข่าวสารของเขาก็กลายเป็นประเด็นไม่เว้นวัน อนาคตของทวิตเตอร์และมัสก์จะเป็นอย่างไร ในเมื่อเขาไม่ได้บริหารแค่บริษัทเดียว 👉 อ่านต่อได้ที่นี่:
ต่อมาก็เอาบริษัทออกจากตลาดหุ้น ปล่อยตัวฟีเจอร์ติ๊กถูกสีฟ้าเดือนละ 8 เหรียญ ต่อมาเจอปัญหาแล้วก็เอาออกเพราะบัญชีปลอมเยอะมากจนต้องเอาฟีเจอร์นี้ออกก่อน ต่อจากนั้นต้องขายหุ้นเทสลาอีก 4,000 ล้านเหรียญเผื่อต้องสำรองให้กับทวิตเตอร์ หลายบริษัทหยุดโฆษณาเพราะไม่เห็นด้วยเรื่องแนวคิดและขอรอดูก่อนว่าบริษัทจะไปทางไหน ผู้บริหารระดับสูงหลายคนลาออก ต่อจากนั้นอีลอนก็ทวีตบอกให้พนักงานบริษัทเตรียมตัวทำงานแบบ ‘ฮาร์ดคอร์’ เพื่อทุ่มเทให้กับบริษัทอย่างไม่มีกำหนด พนักงานหลายร้อยคนตัดสินใจลาออกเพราะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่ากับการที่จะทำงานโดยไร้เป้าหมาย เหตุการณ์นี้ทำให้มัสก์ต้องสั่งปิดบริษัทชั่วคราวไม่ให้คนเข้าบริษัทเพราะกลัวว่าจะมีคนเอาข้อมูลบริษัทไปเมื่อลาออก ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 19 พฤศจิกายน 2022 ก็มีการออกมาเปิดโพลถามว่าควรเปิดบัญชีของทรัมป์อีกรอบรึเปล่า ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะก่อนหน้านี้เขาก็เคยออกมาบอกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะตัดสินใจได้ แต่จะตั้งทีมขึ้นมาดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ ทุกอย่างดูยุ่งเหยิงไปหมด นี่ยังไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ บอกเลยว่านี่ยังไม่จบง่าย ๆ มัสก์ยังมีงานให้ทำอีกเยอะมากในฐานะซีอีโอและผู้บริหารของทวิตเตอร์เพียงคนเดียว ยุ่งที่เดียวไม่พอยังเป็นซีอีโอของทั้ง Tesla, SpaceX, The Boring Company และ Neuralink อีกด้วย เดวิด บี.
ยอฟฟี ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Harvard Business School ที่ศึกษาเกี่ยวกับมัสก์และธุรกิจที่เขาทำบอกว่า “มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ซีอีโอจะบริหาร 4 หรือ 5 บริษัทให้มีประสิทธิภาพเท่า ๆ กัน นั่นไม่ใช่ความคาดหวังที่เราควรจะมี” การรับตำแหน่งซีอีโอใหม่ที่ทวิตเตอร์ซึ่งเป็นธุรกิจที่ตัวเองไม่ถนัดหรือเคยทำในขณะที่บริษัทอื่น ๆ ก็กำลังเผชิญความท้าทายหลายอย่าง ยิ่งทำให้สถานการณ์ของเขายากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลย ยกตัวอย่าง Tesla ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างความมั่งคั่งให้มัสก์จนกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ในตอนนี้บริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ สายการผลิต และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ ยอดส่งมอบรถยนต์ไตรมาสที่สามของปี 2022 เทียบกับปีที่ผ่านมาสูงขึ้นกว่า 42% จาก 241,300 คัน เป็น 343,000 คัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีของบริษัท แต่ขณะเดียวกันก็อย่าลืมว่าพวกเขากำลังเผชิญกับคู่แข่งทุกทิศทางเลย ตอนนี้ Tesla ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าเพียงเจ้าเดียวในตลาดอีกต่อไป บริษัทอย่าง GWM หรือ BYD จากจีนก็ถือว่ากำลังขยายการผลิตและส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองได้จำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกัน ในอเมริกาซึ่งเป็นฐานของบริษัท Tesla ในไม่กี่ปีข้างหน้าคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าหลายสิบรุ่น ในบทความของ Bank of America Merrill Lynch ในเดือนกรกฎาคม 2022 มีการคาดการณ์ว่าส่วนแบ่งในตลาดของ Tesla จากที่เคยมีประมาณ 70% ในปี 2021 จะลดลงเพียงประมาณ 11% ในปี 2026 เท่านั้นจากการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมีขึ้นในช่วงสองสามปีที่กำลังจะมาถึง แถมบริษัทยังมีเรื่องต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากระบบไร้คนขับของบริษัทอีกด้วย อย่าลืมว่าตอนนี้ Tesla ยังต้องพึ่งพาและร่วมมือกับทางประเทศจีนอย่างมากทั้งเรื่องวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการสร้างแบตเตอรี่อย่างนิกเกิล โคบอลต์ และแมงกานีสที่มาจากเหมืองในประเทศจีน และโรงงานที่ผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ก็ตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งนี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนก็ยังมีความกดดันใส่กันอยู่เรื่อย ๆ ถ้าเกิดมีปัญหาการเมืองทำให้โรงงานปิดหรือเหมืองไม่สามารถขุดได้ Tesla จะอยู่ในจุดที่อันตรายในทันที ความสัมพันธ์ระหว่างทวิตเตอร์และรัฐบาลจีนก็ไม่ได้ราบรื่นในช่วงที่ผ่านมา ก่อนหน้าที่มัสก์จะเข้ามาบริหาร ทวิตเตอร์ตัดสินใจใส่คำว่า “China state-affiliated media” ใต้ชื่อของสื่อที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีนเพื่อแจ้งให้คนอ่านทวีตจากบัญชีนั้นทราบว่านี่เป็นบัญชีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน และยังบอกอีกว่าช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมที่ผ่านมา มีบัญชีจากรัฐบาลจีนพยายามเข้ามาก่อกวนและโน้มน้าวผลการเลือกตั้งจนต้องไล่ปิดบัญชีไปมากกว่า 2,000 บัญชี ถ้าเราย้อนกลับไปดูหุ้นของบริษัท Tesla ที่ร่วงมาตั้งแต่ต้นปี 2022 จนถึงตอนนี้ลงไปแล้วกว่า 55% จากประมาณ 400 เหรียญต่อหุ้น มาเป็น 180 เหรียญต่อหุ้น ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่จากนักลงทุน แต่ก็เป็นไปได้ว่านี่อาจจะเป็นผลพวงจากภาวะของตลาดที่ไม่ค่อยสู้ดี หุ้นบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายก็ร่วงหนักไม่แพ้กันในช่วงที่ผ่านมา ก็อาจเป็นไปได้ แต่ถ้าซูมเข้าไปดูแค่ตั้งแต่วันที่มัสก์ตกลงซื้อทวิตเตอร์ จนถึงตอนนี้ หุ้นบริษัทเทสล่าร่วงไปกว่า 21% ภายในเวลาไม่ถึงเดือนหนึ่งด้วยซ้ำ ยอฟฟีกล่าวว่านี่เป็นสัญญาณว่านักลงทุนเริ่มรู้สึกหวั่นใจที่เขาทำงานหนักมากเกินไป ไม่ได้ทุ่มเทให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่งและไม่โฟกัสอีกต่อไป ถ้ายังจำกันได้ในปี 2018 ที่ Tesla เผชิญปัญหาในสายการผลิตจนมัสก์ต้องนอนที่โรงงานเพื่อทำงานหามรุ่งหามค่ำ ซึ่งถามว่าถ้าตอนนี้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นสองแห่งหรือสามแห่งที่เขาเป็นซีอีโออยู่จะเลือกทางไหนล่ะ? และนิสัยส่วนตัวของมัสก์ที่ต้องทำเอง จัดการทุกรายละเอียด มันเป็นไปไม่ได้เลยระหว่างนี้ที่เขากำลังวุ่นวายกับทวิตเตอร์แล้วจะแก้ไขปัญหาที่เกิดกับ Tesla ได้ ทางด้าน SpaceX เองก็นิ่งนอนใจไม่ได้ ในฐานะซีอีโอเขาต้องคอยตรวจสอบเรื่องความพร้อมของการปล่อยจรวดที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมที่จะมาถึง แต่ในขณะเดียวกัน US FAA ก็มีการแจ้งให้ทาง SpaceX เปลี่ยนแปลงจรวดของตัวเองกว่า 75 แห่งเพื่อให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อนจะปล่อยตัวและถึงตอนนี้ US FAA ก็ยังไม่ได้อนุมัติให้ผ่านตรงนี้ได้ SpaceX ก็เหมือนกับ Tesla ที่มีความยุ่งเหยิงเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ไม่ต่างกัน ในกรณีของ SpaceX คือ รัสเซีย หลังจากที่รัสเซียบุกเข้าไปยังยูเครน บริษัทของมัสก์ก็บริจาคสถานีเชื่อมต่อภาคพื้นประมาณ 25,000 แห่ง เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ต Starlink ในประเทศยูเครน แต่ภายหลังมัสก์ก็ออกมาทวีตว่าปฏิบัติการนี้ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายต่อ SpaceX แล้ว 80 ล้านเหรียญ และปลายปีอาจจะมีถึง 100 ล้านเหรียญ ซึ่งอาจจะต้องหยุด แต่ต่อมาไม่นานหลังจากถูกกดดันจากสังคมในเรื่องนี้อย่างหนัก เขาก็ออกมากลับลำแล้วบอกว่าจะสนับสนุนต่อไป ระหว่างที่ทุกคนกำลังหัวปั่นและสงครามกำลังเลวร้าย มัสก์ออกมาสร้างโพลถามเรื่องแผนการหยุดสงครามโดยมีการเสนอว่ายูเครนควรมอบดินแดนที่โดนรุกรานให้กับฝ่ายรัสเซียรึเปล่า สำหรับ The Boring Company และ Neuralink ที่เป็นเหมือนงานเสริมเล็ก ๆ สำหรับมัสก์ดูมีความสำคัญลดลงไปในตอนนี้ The Boring Company ที่ถูกก่อตั้งในปี 2016 สร้างตัวอุโมงค์ต้นแบบได้สำเร็จแล้วในลอสแอนเจลิสและลาสเวกัส โดยแผนการสร้างอุโมงค์เชื่อมระหว่างนิวยอร์กกับวอชิงตัน ดี.ซี. ตัวเมืองชิคาโกกับสนามบิน และสนามเบสบอล Dorger กับตัวเมืองลอสแอนเจลิส ต่างก็ถูกพักเอาไว้ก่อน ไอเดียของ Hyperloop ก็ถูกหยุดไว้ก่อนเช่นกัน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
Elon Musk แง้มอาจสร้าง Smart Phone ขึ้นมาเองหาก iOS และ Android ยังคงเก็บค่าธรรมเนียมจาก App Store สูงเกินไปเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ Elon Musk CEO ของ Twitter ถูกถามว่าจะทำสมาร์ทโฟนของตัวเองหากตกอยู่ภายใต้สถานการณ์บางอย่างหรือไม่ ตัวของ Elon
Read more »
ราคาเหรียญ Dogecoin พุ่งอย่างรุนแรงกว่า 12% หลังมีกระแส Vitalik Buterin ร่วมมือกับ Elon Musk พัฒนา Dogecoinมีรายงานปรากฏขึ้นมาว่า Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum (ETH) และ Elon Musk CEO ของ Tesla จะมาทำงานร่วมกันและจะร่วมกันอัพเกรด Dogecoin (DOGE)
Read more »
Elon Musk ปลดวิศวกร Twitter เพิ่มเพราะ เขียนโค้ตไม่ดีพอ และยังปลดแบนให้ User บางคนอีกElon Musk มีการปลดวิศวกรเพิ่มใน Twitter แถมยังมีการบอกให้ปลดแบนคนที่เคยแบนที่ไม่เคยทำผิดกฏหมาย หรือเกี่ยวกับบ็อต
Read more »
Elon Musk เผย สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้สมัครใช้งานใหม่ Twitter ทำ All-time highช่วงนี้ Elon Musk ออกมาบอกเล่าแผนงานในอนาคตของ Twitter หลายอย่าง แต่มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเขาบอกว่าจำนวนผู้สมัครใช้งาน Twitter ใหม่ทำส
Read more »
DOGE ราคาพุ่งหลังจาก Elon Musk เปิดตัว Twitter 2.0ในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2022 ราคาของเหรียญ Dogecoin ได้พุ่งอย่างรุนแรงหลังจากนาย Elon Musk ได้ทวีตแนะนำ Twitter 2.0
Read more »
Elon Musk เผย อาจสร้างสมาร์ตโฟนเอง หากแอป Twitter ถูกถอดจาก Android และ iOS #beartaiElonMusk เตรียมสร้างสมาร์ตโฟนเองหาก Twitter ถูกถอดจาก Android และ iOS ซึ่งเขามั่นใจว่าสามารถสร้างจรวดไปดวงจันทร์ได้ การสร้างสมาร์ตโฟนเครื่องเล็ก ๆ ก็อาจเป็นสิ่งที่ง่ายมากด้วย beartai
Read more »
