'ทรัมป์' จ่อยกเลิกโครงการ DEI - แบนทหารข้ามเพศในกองทัพ

ทรัมป์ News

'ทรัมป์' จ่อยกเลิกโครงการ DEI - แบนทหารข้ามเพศในกองทัพ
ประธานาธิบดีสหรัฐฯโดนัลด์ทรัมป์ทหารข้ามเพศ
  • 📰 ThaiPBS
  • ⏱ Reading Time:
  • 160 sec. here
  • 11 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 91%
  • Publisher: 51%

ครบ 1 สัปดาห์ ที่ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ล่าสุด 'ทรัมป์' เตรียมลงนามยกเลิกโครงการเพื่อความหลากหลาย-เท่าเทียม หรือ DEI และห้ามทหารข้ามเพศเข้ารับใช้ชาติ ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าจับกุมผู้อพยพเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่มาปักหลักรออยู่หน้าเพนตากอน ว่า โดนัลด์ ทรัมป์...

ครบ 1 สัปดาห์ ที่ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ล่าสุด " ทรัมป์ " เตรียมลงนามยกเลิกโครงการเพื่อความหลากหลาย-เท่าเทียม หรือ DEI และห้าม ทหารข้ามเพศ เข้ารับใช้ชาติ ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าจับกุมผู้อพยพเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่มาปักหลักรออยู่หน้าเพนตากอน ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเปลี่ยนแปลงกองทัพ รวมถึงห้ามเจ้าหน้าที่ข้ามเพศทำงานในกองทัพสหรัฐฯ ตลอดจนยกเลิกโครงการเพื่อความหลากหลาย เท่าเทียม และการมีส่วนร่วม หรือ DEI โครงการ DEI มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสถานที่ทำงานของผู้คนที่มาจากภูมิหลังที่มีความหลากหลายแตกต่างกันไป ซึ่งการยกเลิกโครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาหลักในการหาเสียงของ ทรัมป์ ซึ่งเขาดำเนินการอย่างรวดเร็วเมื่อเข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลของ ทรัมป์ อ้างว่า การถอนโครงการเหล่านี้ออกจากกองทัพสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มจำนวนการเกณฑ์ หรือรับทหารใหม่เพิ่มมากขึ้นได้ แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า กองทัพเคยพลาดเป้าการรับบุคลากรถึง 41,000 นายในปีงบประมาณ 2023 นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า ทรัมป์ จะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อให้กองทัพกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของกองกำลังข้ามเพศและปรับปรุงแนวทางใด ๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ ซึ่งภายใต้คำสั่งนี้จะห้ามการใช้คำสรรพนามต่าง ๆ ทั่วทั้งกลาโหม และผู้ชายจะถูกห้ามไม่ให้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ที่กำหนดไว้สำหรับผู้หญิง ขณะนี้ไม่ชัดเจนว่ามีบุคลากรข้ามเพศที่รับราชการในกองทัพสหรัฐฯ จำนวนเท่าใด แต่ก่อนหน้านี้นักวิจัยประมาณการว่าอยู่ที่ 9,000-15,000 คน และเมื่อปี 2017 Palm Center ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยอิสระ ประเมินว่า การยกเลิกหรือถอนเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็น ทหารข้ามเพศ ประมาณ 10,000 นายออกจากกองทัพ อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 960 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 32,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังคาดว่าอาจมีการลงนามคำสั่งให้ทหารสหรัฐฯ ที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีนโควิด-19 กลับเข้าประจำการอีกครั้ง ซึ่งทหารกลุ่มนี้จะได้ประดับยศคืน พร้อมเงินเดือนและสวัสดิการย้อนหลัง ซึ่งในช่วงที่ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์รับตำแหน่ง ทรัมป์ ระบุว่าทหารสหรัฐฯ เหล่านี้ถูกไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม ทหารสหรัฐฯ ประมาณ 8,000 นายถูกปลดประจำการ เนื่องจากปฏิเสธการฉีดวัคซีนระหว่างปี 2021-2023 โดยมีเพียง 43 นายเท่านั้นที่ได้คืนตำแหน่งก่อนที่ ทรัมป์ จะกลับเข้าทำเนียบขาว ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมรายหนึ่ งระบุว่า การที่ทหารปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีนเท่ากับเป็นการทำลายความเป็นระเบียบและวินัย ซึ่งการกลับมาประจำการของทหารกลุ่มนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลและเกรงว่าการกระทำดังกล่าวอาจสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีส่วนสถานการณ์ภายหลัง ทรัมป์ ประกาศเดินหน้านโยบายผู้อพยพ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ หรือ ICE และเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลาง เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายคนในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เริ่มเดินหน้าปราบปรามผู้อพยพเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ด้านโฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ICE เดินหน้าจับกุมผู้ต้องสงสัยไป 538 คนทั่วประเทศ ซึ่งส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา โดยค่าเฉลี่ยรายวันของหน่วยงานดังกล่าวในการเข้าจับกุมอยู่ที่ 311 คน ในปีงบประมาณ 2024 และ 467 คนในปีงบประมาณ 2023 ขณะที่ผู้อพยพกว่า 1,000 คนในเม็กซิโก รวมถึงชาวเวเนซุเอลาหลายคน ยังคงเดินเท้าออกจากเมืองทางตอนใต้ของเม็กซิโกเพื่อมุ่งหน้าไปยังสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีมาตรการที่เข้มงวดภายใต้รัฐบาลของผู้นำคนใหม่.

ครบ 1 สัปดาห์ ที่ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ล่าสุด "ทรัมป์" เตรียมลงนามยกเลิกโครงการเพื่อความหลากหลาย-เท่าเทียม หรือ DEI และห้ามทหารข้ามเพศเข้ารับใช้ชาติ ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าจับกุมผู้อพยพเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่มาปักหลักรออยู่หน้าเพนตากอน ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเปลี่ยนแปลงกองทัพ รวมถึงห้ามเจ้าหน้าที่ข้ามเพศทำงานในกองทัพสหรัฐฯ ตลอดจนยกเลิกโครงการเพื่อความหลากหลาย เท่าเทียม และการมีส่วนร่วม หรือ DEI โครงการ DEI มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสถานที่ทำงานของผู้คนที่มาจากภูมิหลังที่มีความหลากหลายแตกต่างกันไป ซึ่งการยกเลิกโครงการดังกล่าว เป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาหลักในการหาเสียงของทรัมป์ ซึ่งเขาดำเนินการอย่างรวดเร็วเมื่อเข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลของทรัมป์ อ้างว่า การถอนโครงการเหล่านี้ออกจากกองทัพสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มจำนวนการเกณฑ์ หรือรับทหารใหม่เพิ่มมากขึ้นได้ แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า กองทัพเคยพลาดเป้าการรับบุคลากรถึง 41,000 นายในปีงบประมาณ 2023 นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า ทรัมป์จะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อให้กองทัพกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของกองกำลังข้ามเพศและปรับปรุงแนวทางใด ๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ ซึ่งภายใต้คำสั่งนี้จะห้ามการใช้คำสรรพนามต่าง ๆ ทั่วทั้งกลาโหม และผู้ชายจะถูกห้ามไม่ให้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ที่กำหนดไว้สำหรับผู้หญิง ขณะนี้ไม่ชัดเจนว่ามีบุคลากรข้ามเพศที่รับราชการในกองทัพสหรัฐฯ จำนวนเท่าใด แต่ก่อนหน้านี้นักวิจัยประมาณการว่าอยู่ที่ 9,000-15,000 คน และเมื่อปี 2017 Palm Center ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยอิสระ ประเมินว่า การยกเลิกหรือถอนเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นทหารข้ามเพศประมาณ 10,000 นายออกจากกองทัพ อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 960 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 32,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังคาดว่าอาจมีการลงนามคำสั่งให้ทหารสหรัฐฯ ที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีนโควิด-19 กลับเข้าประจำการอีกครั้ง ซึ่งทหารกลุ่มนี้จะได้ประดับยศคืน พร้อมเงินเดือนและสวัสดิการย้อนหลัง ซึ่งในช่วงที่ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์รับตำแหน่ง ทรัมป์ระบุว่าทหารสหรัฐฯ เหล่านี้ถูกไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม ทหารสหรัฐฯ ประมาณ 8,000 นายถูกปลดประจำการ เนื่องจากปฏิเสธการฉีดวัคซีนระหว่างปี 2021-2023 โดยมีเพียง 43 นายเท่านั้นที่ได้คืนตำแหน่งก่อนที่ทรัมป์จะกลับเข้าทำเนียบขาว ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมรายหนึ่ งระบุว่า การที่ทหารปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีนเท่ากับเป็นการทำลายความเป็นระเบียบและวินัย ซึ่งการกลับมาประจำการของทหารกลุ่มนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลและเกรงว่าการกระทำดังกล่าวอาจสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีส่วนสถานการณ์ภายหลังทรัมป์ประกาศเดินหน้านโยบายผู้อพยพ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ หรือ ICE และเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลาง เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายคนในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เริ่มเดินหน้าปราบปรามผู้อพยพเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ด้านโฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ICE เดินหน้าจับกุมผู้ต้องสงสัยไป 538 คนทั่วประเทศ ซึ่งส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา โดยค่าเฉลี่ยรายวันของหน่วยงานดังกล่าวในการเข้าจับกุมอยู่ที่ 311 คน ในปีงบประมาณ 2024 และ 467 คนในปีงบประมาณ 2023 ขณะที่ผู้อพยพกว่า 1,000 คนในเม็กซิโก รวมถึงชาวเวเนซุเอลาหลายคน ยังคงเดินเท้าออกจากเมืองทางตอนใต้ของเม็กซิโกเพื่อมุ่งหน้าไปยังสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีมาตรการที่เข้มงวดภายใต้รัฐบาลของผู้นำคนใหม่

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ทรัมป์ ทหารข้ามเพศ โครงการDEI ข่าววันนี้ ข่าวล่าสุด ข่าวล่าสุดวันนี้

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

สหรัฐฯ ยกระดับความปลอดภัยรับพิธีสาบานตน 'ทรัมป์'สหรัฐฯ ยกระดับความปลอดภัยรับพิธีสาบานตน 'ทรัมป์'สหรัฐฯ ระดมกำลังทหาร-ตำรวจรักษาความปลอดภัยพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ขณะที่มวลชนผู้สนับสนุน 'ทรัมป์' เดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมพิธีวางพวงมาลาเพื่อแสดงความเคารพต่อทหารนิรนามที่สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตันในกรุงวอชิงตัน ดีซีของสหรัฐฯ...
Read more »

ย้อนผลงานสะเทือนโลก เมื่อครั้ง 'ทรัมป์' นั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ สมัยแรกย้อนผลงานสะเทือนโลก เมื่อครั้ง 'ทรัมป์' นั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ สมัยแรกหลัง 'โดนัลด์ ทรัมป์' ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯครั้งล่าสุด และเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ และนี่คือการกลับมานั่งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐอีกครั้งของผู้นำวัย 78 ปี  โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อย้อนกลับไปในปี 2016 ที่ 'ทรัมป์' ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย.
Read more »

เมลาเนีย ทรัมป์ เปิดตัวคริปโต $MELANIA ตามรอย โดนัลด์ ทรัมป์เมลาเนีย ทรัมป์ เปิดตัวคริปโต $MELANIA ตามรอย โดนัลด์ ทรัมป์เมลาเนีย ทรัมป์ ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ เปิดตัวเหรียญคริปโต เหรียญมีม ภายใต้ชื่อ “$MELANIA” ตามหลัง การเปิดตัวคริปโตของโดนัลด์ ทรัมป์ สามีของเธอ และเหรียญ เมลาเนีย ได้รับความสนใจจากแวดวงคริปโตเป็นอย่างมาก
Read more »

เหรียญเมลาเนีย ทรัมป์ $MELANIA เปิดตัวเหรียญเมลาเนีย ทรัมป์ $MELANIA เปิดตัวเหรียญเมลาเนีย ทรัมป์ $MELANIA ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการบนเครือข่ายบล็อกเชนโซลานา (Solana) เหรียญนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมคริปโตได้รับการสนับสนุนจากโดนัลด์ ทรัมป์ เหรียญ $MELANIA คือสินทรัพย์คริปโตที่แลกเปลี่ยนถ่ายโอนได้
Read more »

ทรัมป์ กล่าวคำสาบานตน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47ทรัมป์ กล่าวคำสาบานตน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 ในพิธีที่จัดขึ้นที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ที่เน้นย้ำถึงการฟื้นฟูอเมริกา และการส่งเสริมอเมริกากลับมาเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ทรัมป์ ได้ประกาศนโยบายที่จะยุติการเข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่งผู้อพยพกลับต้นทาง และส่งทหารไปยังพรมแดนใต้
Read more »

เมลาเนีย ทรัมป์ สวมชุดโค้ตสีกรมท่าในวันเข้าสาบานตนครั้งที่ 2เมลาเนีย ทรัมป์ สวมชุดโค้ตสีกรมท่าในวันเข้าสาบานตนครั้งที่ 2ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการสวมชุดของเมลาเนีย ทรัมป์ ในวันเข้าสาบานตนของสามีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งที่สอง ซึ่งแตกต่างจากครั้งที่แล้วที่เลือกสวมชุดสีฟ้าจาก Ralph Lauren
Read more »



Render Time: 2026-04-02 03:47:45