'ตำรวจ' ไม่ต้องเรียนเตรียมทหาร 'เลิกนั่งแถลงยึดอำนาจ' ร่วม 3 เหล่าทัพ

United States News News

'ตำรวจ' ไม่ต้องเรียนเตรียมทหาร 'เลิกนั่งแถลงยึดอำนาจ' ร่วม 3 เหล่าทัพ
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 278 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 115%
  • Publisher: 63%

ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ เมื่อ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคอนาคตใหม่ มี พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หรือผู้การฯ แมว อดีตผู้บังคับการกองปราบปรามปรากฏ

เดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้การกองปราบยุคสมัยนั้น มองไปรอบๆ จะพบเห็นรูปวาดเทพเจ้ากวนอูควบขี่อาชาศึก หุ่นจำลองเทพเจ้ากวนอูเซรามิก 7 ชิ้น พระพิฆเนศองค์ใหญ่ ฯลฯ และทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อถือศรัทธาที่ผู้การแมว บูชาตั้งมั่น โดยเฉพาะเทพเจ้ากวนอู วางไว้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน ชีวิตข้าราชการตำรวจแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่รู้สึกรักและภาคภูมิใจในสิ่งที่เป็น เพราะการเป็นตำรวจอาชีพต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทว่าข้าราชการตำรวจมักอายุสั้นเสมอ ด้วยเหตุนี้เขาจึงวางแผนสุดท้ายของชีวิตเอาไว้ด้วย โดยจะมอบ"พ็อกเก็ตบุ๊ก" เป็นของที่ระลึกไว้แจกจ่ายผู้ที่มาร่วมงานศพของตัวเอง ".

..เมื่อเกษียณแล้วหัวโขนที่สวมอยู่คงต้องถอดทิ้ง สิ่งที่จะทิ้งไว้ในการทำงานคงต้องเป็นสิ่งดีๆ ผมยังอยากให้ผู้คนสรรเสริญมากกว่าได้ยินคำด่าทอลับหลัง และนี่แหละความจริงแท้ของอาชีพตำรวจ..."บันทึกหน้าสุดท้ายของหนังสือ"อาชีพ The Cop อาชีพ ศาสตร์และศิลป์" โดยตำรวจอาชีพคนหนึ่ง ที่ยังมีตัวตนและทำงานแบบตำรวจอาชีพอยู่ในขณะนี้ แม้จะมีวางขายทว่าเจ้าตัวเตรียมเอาไว้แจกตอนงานศพตัวเอง เขียนด้วยประสบการณ์โดยตรงจากตัวเขาเอง ในหนังสือเล่มนี้ยังมีแง่มุมเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้ นั่นคือในวัยเด็กของ ผู้การกองปราบฯ เค้าเคยถูกตำรวจจับไปโรงพักในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ด้วยการเตะฟุตบอลเสียงดัง กระทั่งนายตำรวจคนหนึ่งอบรมบ่มนิสัยจนกลายเป็นความประทับใจในเครื่องแบบและอาชีพ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งฝัน สุดท้ายเขาก็ได้ดาวเงินมาติดบ่า ทว่ามันไม่ได้มาอย่างง่ายๆ เลย สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้เดินอยู่บนเส้นทางตำรวจอาชีพอย่างภาคภูมิคือ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรและกระบี่เมื่อ 31 ปีก่อน ทุกวันนี้ก็ยังจดจำใส่เกล้าและถือปฏิบัติอยู่เป็นประจำทุกวันความว่า "จะต้องสำนึกตระหนักไว้เสมอว่า ทุกข์ร้อนของประชาชนนั้น ก็เป็นทุกข์ร้อนของตนเองด้วย และการขจัดความเดือดร้อนของผู้อื่น แท้จริงคือการขจัดความเดือดร้อนของตนเองนั่นเอง"พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม ได้ยื่นหนังสือลาออก มีผลในวันนี้ 3 มีนาคม 2557 กับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในขณะนั้น ซึ่งทาง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เอง ไม่ได้คัดค้าน และพร้อมที่จะสนับสนุนการปกครองแบบระบบประชาธิปไตยที่มีวิธีคิด และการกระทำที่เกิดเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย ส่วนตำแหน่ง ผบก.ป. ต่อจาก พล.ต.ต.สุพิศาล ในสมัยนั้น ไม่มีการแต่งตั้งบุคคลอื่นมาแทน แต่มอบให้ พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มารักษาราชการแทน "ผมได้ยื่นหนังสือลาออกแล้วเมื่อช่วงเช้า เพื่อเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. หลังจากมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 30 มี.ค. 2557 การตัดสินใจครั้งนี้ได้คิดไว้นานกว่า 6 ปีแล้ว ซึ่งเป็นความตั้งใจที่อยากจะได้โอกาสเข้าทำงานรับใช้สังคมในอีกบทบาทหน้าที่หนึ่ง ที่ผ่านมาได้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เรียนระดับดุษฎีบัณฑิต สาขาปรัชญา เรื่องการจัดการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ถือว่าเป็นช่วงที่ได้ตั้งใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทำให้ได้เข้าใจหลักการในเชิงปรัชญา" การลาออกไม่มีเบื้องหลังใดๆ ส่วนจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เราอยากเสนอสิ่งที่เราอยากทำเพื่อเป็นทางเลือก และคิดว่าสังคมก็น่าจะเปิดรับและให้โอกาสบุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จะเข้ามาทำงานจุดนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เสียดายตำแหน่ง ผบก.ป. เพราะถือว่าได้รับโอกาสและความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชามามากแล้ว รวมถึงได้ทำหน้าที่นี้อย่างเต็มความรู้ความสามารถแล้วไม่ยึดติด รายงานระบุว่า ในส่วนของ พล.ต.ต.สุพิศาล นั้น หากไม่ได้รับการเลือกตั้ง ก็ยังสามารถทำเรื่องกลับเข้ารับราชการได้อีกครั้ง โดยยังคงมีอายุราชการจนถึงเดือนกันยายน 2557 คล้ายกับกรณีของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 31 ซึ่งเคยลาออกไปลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มาแล้ว เมื่อไม่ได้รับเลือกตั้งก็สามารถขอกลับเข้ารับราชการใหม่ได้ พรรคอนาคตใหม่ เปิดตัว พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ชูนโยบาย ‘พาตำรวจกลับบ้าน’ ตำรวจต้องแยกออกจากกองทัพ หรือปลดแอกตำรวจพ้นเงากองทัพ กลับมาสู่อ้อมกอดประชาชน เลิกอยู่ใต้ท็อปบูททหาร ที่ผ่านมาตำรวจเหมือนเป็นปิศาจร้าย ถูกสั่งให้ทำตามทหารสั่ง ปฏิวัติทีไร ต้องไปนั่งในเฟรมที่มีแต่ทหาร จากนี้ไป ผบ.ตร.ต้องมานั่งข้างประชาชน แล้วต้องอยู่เคียงข้างกับคนที่ประชาชนเลือก "การมาอยู่พรรคอนาคตใหม่ มีที่มาที่ไป จากการที่เคยเห็นคลิปเปิดตัวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล หัวหน้าและเลขาฯ พรรค ขณะที่ตัวเองพำนักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ก็เลยสืบค้นหาประวัติสองคนนี้มาอ่านแล้วรู้สึกไม่ธรรมดา น่าสนใจ เลยพยายามอีเมลมาถามและหาช่องทางมาสมัครเอง โดยมีความปรารถนาอันแรงกล้าว่าอยากเห็นตำรวจประเทศไทยก้าวพ้นจากเงาท็อปบูทของทหาร หลุดพ้นจากอำนาจการเมือง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าตำรวจตกอยู่ใต้ร่มเงาของทหารมานานแล้ว จึงอยากพาตำรวจกลับบ้านภายใต้ระบอบประชาธิปไตย""เวลายึดอำนาจทุกครั้ง คำถามที่เกิดขึ้นในใจตลอด ทำไมตำรวจถึงต้องไปนั่งอยู่ตรงนั้นในภาพที่ประกาศยึดอำนาจ ทำไมตำรวจถึงไม่นั่งข้างนายกรัฐมนตรี คนที่ประชาชนเลือกมา ตำรวจทำงานใกล้ชิดประชาชน ต้องดูแลรักษาปกป้องอำนาจของประชาชนเอาไว้ ออกจากร่มเงากองทัพแล้วกลับบ้าน บ้านในที่นี้คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงเวลาที่ตำรวจจะต้องไม่ไปเรียนเตรียมทหาร เพราะเรามีโรงเรียนนายร้อยตำรวจอยู่ เราพัฒนามาไกลมาก" ตำรวจต้องเรียนรู้จากสังคม ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เจอผู้คนรู้จักยกมือไหว้ มีความใกล้ชิดยึดโยงกับประชาชนนอกจากพ่อ ที่ต้องพาตำรวจกลับบ้านแล้ว ยังมี “แม่” ที่ปฏิเสธไม่ได้ในอนาคต คือ “จังหวัด” เพราะในภาพรวมระดับประเทศ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจะมีมากขึ้น ตำรวจกับผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ มีความชำนาญในพื้นที่เรื่องเหล่านี้ถือว่าสำคัญ ซึ่งตำรวจสามารถเป็นเจ้าพนักงานในจังหวัดท้องที่ตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปอ้างไปเบ่งข้ามจังหวัด ยกเว้นตำรวจส่วนกลางไปกำจัดอิทธิพลหรือทำคดีสำคัญองค์การมีความซับซ้อน และควรเลิกเอาตำรวจต่างจังหวัดเข้ามาดูแลม็อบใน กทม.ความจริงที่ผมเจอหลายอย่างที่ตำรวจต้องออกทุนตัวเองส่วนตัวในการซื้ออุปกรณ์เพื่อส่งเสริมการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นปริ้นเตอร์ กระดาษ เครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่บางทีกล้องในการถ่ายรูปที่เกิดเหตุ เพราะว่าในอดีตโครงสร้างของตำรวจสมัยก่อนมีให้แค่อาคารอย่างเดียว แล้วปล่อยเป็นหน้าที่ของผู้กํากับการในการจัดหาทรัพยากรมา เลยมีปัญหาไปติดหนี้บุญคุณกับคนอื่นที่เป็นนายทุน"เคยผ่านเหตุการณ์การเมืองมา 3 ครั้ง สมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร เหตุการณ์ตุลาคม 2516 เป็นยุคที่ผมต้องแต่งตัวนอกเครื่องแบบออกนอกบ้านเพื่อความปลอดภัย กระทั่งปี 2535 ผมต้องไปทำหน้าที่ที่สะพานมัฆวาน ผมก็ยิ่งมีความรู้สึกว่าทำไมทหารต้องมาสั่งตำรวจมาคุมตำรวจด้วย ผมไม่เคยเห็นกองทัพได้รับความเสียหายในทรัพย์สินเหมือนกับตำรวจ ไม่เคยโดนเผาสถานที่ เหมือนตำรวจ ภาพทางการเมืองที่เกิดขึ้นถูกสร้างให้ดูเหมือนว่าตำรวจเป็นปิศาจร้ายของประชาชนอยู่ตลอดเวลา" พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวไว้ใน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

จับเมียจ้างฆ่าผัว ช้ำ20ปีมีแต่ทุกข์จับเมียจ้างฆ่าผัว ช้ำ20ปีมีแต่ทุกข์คดีฆ่าผู้รับเหมาก่อสร้าง ตำรวจ จับกุมได้ทั้งมือปืน คนจัดหาและผู้จ้างวานซึ่งก็คือเมียผู้ตาย
Read more »

'เสรีพิศุทธ์' ขอโอกาสให้ 'ตำรวจ' เป็นนายกรัฐมนตรีสักครั้ง'เสรีพิศุทธ์' ขอโอกาสให้ 'ตำรวจ' เป็นนายกรัฐมนตรีสักครั้ง2 มี.ค.62 - พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ย่านตลาดบางแค ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ก่อนที่จะไปเปิดศูนย์ประสานพรรค เขตเลือกตั้งที่ 27 เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน และหนองแขม โดย
Read more »



Render Time: 2026-04-02 06:19:43