เงินลงทุนต่างชาติทะลุ 47,000 ล้านใน Q1/68 นักลงทุนญี่ปุ่น-จีน-สหรัฐฯ แห่ลงทุน EEC รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย-พัฒนาแรงงานไทย
เงินลงทุนต่างชาติทะลุ 47,000 ล้านใน Q1/68 นักลงทุนญี่ปุ่น-จีน-สหรัฐฯ แห่ลงทุน EEC รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย-พัฒนาแรงงานไทย ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวน การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาอาจถูกจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ยังคงรักษาเสถียรภาพการลงทุนได้อย่างน่าสนใจ — ประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น จากรายงานล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ไตรมาสแรกของปี 2568 พบว่า ประเทศไทยยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้มากถึง 47,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนกิจการที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอยู่ที่ 272 ราย เพิ่มขึ้น 53% การเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินลงทุนและจำนวนกิจการนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังโควิด-19 แต่ยังชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังเป็น “จุดยุทธศาสตร์” สำคัญในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านเสถียรภาพเชิงนโยบายและศักยภาพของแรงงานท้องถิ่นรัฐบาลเผยไตรมาสแรกปี 2568 นักลงทุนต่างชาติขออนุญาตประกอบธุรกิจในไทย 272 ราย มูลค่าทะลุ 47,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เน้นลงทุนใน EEC และอุตสาหกรรมเป้าหมาย รัฐเดินหน้าพัฒนาแรงงาน-เสริมศักยภาพการแข่งขันไทยระยะยาว เงินลงทุนต่างชาติทะลุ 47,000 ล้านใน Q1/68 นักลงทุนญี่ปุ่น-จีน-สหรัฐฯ แห่ลงทุน EEC รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย-พัฒนาแรงงานไทย ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวน การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาอาจถูกจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ยังคงรักษาเสถียรภาพการลงทุนได้อย่างน่าสนใจ — ประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น จากรายงานล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ไตรมาสแรกของปี 2568 พบว่า ประเทศไทยยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้มากถึง 47,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนกิจการที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอยู่ที่ 272 ราย เพิ่มขึ้น 53% การเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินลงทุนและจำนวนกิจการนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังโควิด-19 แต่ยังชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังเป็น “จุดยุทธศาสตร์” สำคัญในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านเสถียรภาพเชิงนโยบายและศักยภาพของแรงงานท้องถิ่นในมุมของภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยังคงแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาสแรก มีนักลงทุนต่างชาติ 88 รายเลือกลงทุนในพื้นที่นี้ คิดเป็น 32% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด และคิดเป็น 52% ของมูลค่าการลงทุนรวม สิ่งที่น่าสังเกตคือ นักลงทุนจากญี่ปุ่น ยังครองแชมป์อันดับหนึ่งทั้งในด้านจำนวนและมูลค่าเงินลงทุน โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมระบบราง พลังงาน และยานยนต์ไฟฟ้า ตามด้วย จีน และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งตอกย้ำว่าไทยยังคงเป็น “ศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรม” ของภูมิภาคแม้ไทยจะไม่ใช่ประเทศต้นทุนต่ำที่สุดในภูมิภาคเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยการนำของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ปรับยุทธศาสตร์การลงทุนจาก “การแข่งด้านต้นทุน” สู่ “การสร้างคุณค่า” รัฐบาลเดินหน้า ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น พลังงานอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสนับสนุนการถ่ายทอด องค์ความรู้เฉพาะทาง เช่น ระบบจัดการ EV, ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ, ระบบซอฟต์แวร์ด้านพลังงาน ทั้งหมดนี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการ สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงดึงเงินลงทุน แต่ยังดึง “ความรู้” และ “โอกาสการจ้างงานคุณภาพ” เข้ามาด้วยตัวเลขการลงทุน 47,000 ล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรกของปี ไม่ใช่เพียงตัวเลขบนกระดาษ หากแต่เป็นผลลัพธ์ของนโยบายที่สอดรับกับบริบทโลกและความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เมื่อรัฐบาลแสดงให้เห็นถึง ความต่อเนื่องของนโยบาย, ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน, และ ทักษะแรงงานที่พัฒนาได้จริง — ความเชื่อมั่นจากต่างชาติย่อมตามมา แม้ไทยจะยังมีโจทย์ใหญ่รออยู่ เช่น ความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และการเร่งปิดช่องว่างทักษะระหว่างแรงงานไทยกับมาตรฐานสากล แต่ทิศทางปัจจุบันที่รัฐบาลกำลังผลักดัน ก็ถือเป็น “จังหวะที่ใช่” สำหรับการฟื้นพลังการลงทุนไทยในเวทีโลก.
เงินลงทุนต่างชาติทะลุ 47,000 ล้านใน Q1/68 นักลงทุนญี่ปุ่น-จีน-สหรัฐฯ แห่ลงทุน EEC รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย-พัฒนาแรงงานไทย ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวน การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาอาจถูกจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ยังคงรักษาเสถียรภาพการลงทุนได้อย่างน่าสนใจ — ประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น จากรายงานล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ไตรมาสแรกของปี 2568 พบว่า ประเทศไทยยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้มากถึง 47,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนกิจการที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอยู่ที่ 272 ราย เพิ่มขึ้น 53% การเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินลงทุนและจำนวนกิจการนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังโควิด-19 แต่ยังชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังเป็น “จุดยุทธศาสตร์” สำคัญในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านเสถียรภาพเชิงนโยบายและศักยภาพของแรงงานท้องถิ่นรัฐบาลเผยไตรมาสแรกปี 2568 นักลงทุนต่างชาติขออนุญาตประกอบธุรกิจในไทย 272 ราย มูลค่าทะลุ 47,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เน้นลงทุนใน EEC และอุตสาหกรรมเป้าหมาย รัฐเดินหน้าพัฒนาแรงงาน-เสริมศักยภาพการแข่งขันไทยระยะยาว เงินลงทุนต่างชาติทะลุ 47,000 ล้านใน Q1/68 นักลงทุนญี่ปุ่น-จีน-สหรัฐฯ แห่ลงทุน EEC รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย-พัฒนาแรงงานไทย ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวน การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาอาจถูกจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ยังคงรักษาเสถียรภาพการลงทุนได้อย่างน่าสนใจ — ประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น จากรายงานล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ไตรมาสแรกของปี 2568 พบว่า ประเทศไทยยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้มากถึง 47,033 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจำนวนกิจการที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอยู่ที่ 272 ราย เพิ่มขึ้น 53% การเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินลงทุนและจำนวนกิจการนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังโควิด-19 แต่ยังชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยยังเป็น “จุดยุทธศาสตร์” สำคัญในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านเสถียรภาพเชิงนโยบายและศักยภาพของแรงงานท้องถิ่นในมุมของภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยังคงแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาสแรก มีนักลงทุนต่างชาติ 88 รายเลือกลงทุนในพื้นที่นี้ คิดเป็น 32% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด และคิดเป็น 52% ของมูลค่าการลงทุนรวม สิ่งที่น่าสังเกตคือ นักลงทุนจากญี่ปุ่น ยังครองแชมป์อันดับหนึ่งทั้งในด้านจำนวนและมูลค่าเงินลงทุน โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมระบบราง พลังงาน และยานยนต์ไฟฟ้า ตามด้วย จีน และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งตอกย้ำว่าไทยยังคงเป็น “ศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรม” ของภูมิภาคแม้ไทยจะไม่ใช่ประเทศต้นทุนต่ำที่สุดในภูมิภาคเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยการนำของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ปรับยุทธศาสตร์การลงทุนจาก “การแข่งด้านต้นทุน” สู่ “การสร้างคุณค่า” รัฐบาลเดินหน้า ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น พลังงานอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสนับสนุนการถ่ายทอด องค์ความรู้เฉพาะทาง เช่น ระบบจัดการ EV, ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ, ระบบซอฟต์แวร์ด้านพลังงาน ทั้งหมดนี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการ สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงดึงเงินลงทุน แต่ยังดึง “ความรู้” และ “โอกาสการจ้างงานคุณภาพ” เข้ามาด้วยตัวเลขการลงทุน 47,000 ล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรกของปี ไม่ใช่เพียงตัวเลขบนกระดาษ หากแต่เป็นผลลัพธ์ของนโยบายที่สอดรับกับบริบทโลกและความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เมื่อรัฐบาลแสดงให้เห็นถึง ความต่อเนื่องของนโยบาย, ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน, และ ทักษะแรงงานที่พัฒนาได้จริง — ความเชื่อมั่นจากต่างชาติย่อมตามมา แม้ไทยจะยังมีโจทย์ใหญ่รออยู่ เช่น ความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และการเร่งปิดช่องว่างทักษะระหว่างแรงงานไทยกับมาตรฐานสากล แต่ทิศทางปัจจุบันที่รัฐบาลกำลังผลักดัน ก็ถือเป็น “จังหวะที่ใช่” สำหรับการฟื้นพลังการลงทุนไทยในเวทีโลก
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ดัชนีดิจิทัลไทยยังเชื่อมั่น ก่อนมีนโยบายภาษีทรัมป์ กระทบส่งออกดีป้า เผยการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล Q1/68 อยู่ระดับ เชื่อมั่น ก่อนทรัมป์กระกาศนโยบายขึ้นภาษี
Read more »
GDP จีนโตเกินคาดร้อยละ 5.4 ในไตรมาส 1GDP จีนโตเกินคาด 5.4% ใน Q1/68 ขานรับรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
Read more »
ITC ร่วง 1.20 บาท กำไร Q1/68 ต่ำคาด โบรกหั่นเป้าปี 68 ภาษีทรัมป์ฉุดITC รายได้ไตรมาส 1/68 แตะ 4,249 ล้านบาท กำไรสุทธิ 677 ล้านบาทต่ำคาดตามยอดขายกลุ่มพรีเมียมลดลง บล.ลิเบอเรเตอร์ชี้ภาษีนำเข้าสหรัฐฉุดผลงาน เตรียมหั่นประมาณการลง
Read more »
จีนบริโภคทองคำลดลงกว่าร้อยละ 5.96จีน บริโภคทองคำลดลงกว่า 5.96% ใน Q1/68 หลังราคาพุ่ง กระทบความต้องการซื้อเครื่องประดับทองคำ
Read more »
ธอส.เผยผลการดำเนินงาน Q1/68 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 47,000 ล้านบาท สะท้อนการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุดธอส.เผยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 47,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 24,867 ราย ส่งผลให้ผลการดำเนินงานเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ประกอบด้วย สินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 0.
Read more »
EEC ปัง! ต่างชาติ ยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ทุ่มลงทุน 4.7 หมื่นล้านนักลงทุนต่างชาติ ยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย Q1 ปี 68 แห่งลงทุน 272 ราย เงินลงทุนรวม 4.7 หมื่นล้าน เพิ่ม 31% EEC เนื้อหอม ยอดลงทุนโต 57% ญี่ปุ่นนำโด่ง จีน-สิงคโปร์ตาม
Read more »
