แชมป์ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีน อาจถูกอินเดียโค่นไปเรียบร้อยแล้ว โดย ณ สิ้นปี 65 อินเดียมีประชากร 1,417 ล้านคน มากกว่าจีนที่มีประชากร 1,412 ล้านคน ฐานเศรษฐกิจ
จีนพยายามกระตุ้นการเติบโตของประชากรตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อน หลังยุตินโนบาย one-child policy ที่ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1980-2015 เป้าหมายของนโยบายดังกล่าวก็เพื่อให้ประชาชนมีลูกคนเดียว เชื่อว่านโยบายนี้ป้องกันการกำเนิดของเด็กทารกจีนเอาไว้ราว 400 ล้านคน อย่างไรก็ตาม หลังยุตินโนบาย one-child policy ความพยายามของรัฐบาลจีนที่ต้องการส่งเสริมให้คู่สมรสมีบุตรเพิ่มขึ้น ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก สาเหตุหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ คือการเลี้ยงดูบุตรในเมืองใหญ่ของจีนมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ประชากรจีนเริ่มลดลงตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน และอัตราการเกิดที่ต่ำของจีน ก็อยู่ในระดับต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเทียบได้กับของไต้หวันและเกาหลีใต้ สิ่งที่น่ากังวลสำหรับจีนคือ จีนอาจจะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าญี่ปุ่น ที่ซึ่งเศรษฐกิจเติบโตช้า โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมีประชากรลดลงนั่นเอง ศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ สจ๊วต เก็ตเทล-บาสเตน แห่งมหาวิทยาลัย คาลิฟา ที่เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การลดลงประจำนวนประชากรไม่จำเป็นต้องนำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ชะลอลงเสมอไป โดยระบุว่า ปัจจัยด้านจิตวิทยาน่าจะเป็นสิ่งท้าทายที่สำคัญที่สุด เขามองว่า จีนพยายามรับมือกับเรื่องนี้ด้วยการยกระดับด้านนวัตกรรม เช่น ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และภาคบริการการเงิน “แม้ว่าอินเดียจะมีประชากรที่อายุน้อยกว่าจีน และมีประชากรเพิ่มขึ้น แต่ก็มีปัจจัยที่น่าจะขัดขวางการแซงหน้าจีนด้านเศรษฐกิจในระยะสั้นด้วยเช่นกัน เช่น การที่สตรีมีบทบาทในตลาดการจ้างงานน้อยกว่าจีนอย่างชัดเจน” ศาสตราจารย์ เก็ตเทล-บาสเตน กล่าวตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนอนุญาตให้คู่สมรสมีลูกได้ 3 คนต่อครอบครัว และผุดนโยบายจูงใจเพื่อกระตุ้นการมีลูกของชาวจีน และในปีเดียวกันนั้น รัฐบาลท้องถิ่นในจีนออกมาตรการกระตุ้นการมีลูก รวมทั้งการลดหย่อนภาษี การให้ลาคลอดได้นานขึ้น รวมทั้งเงินอุดหนุนด้านอสังหาริมทรัพย์กับครอบครัวที่มีลูก ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติจีนเรียกร้องให้รัฐบาลกลางและส่วนภูมิภาคเพิ่มงบประมาณด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และปรับปรุงบริการดูแลเด็กทั่วประเทศ สภาท้องถิ่นของจีนระบุเมื่อปีที่แล้ว ว่าจะออกมาตรการใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และมีทางเลือกในการทำงานที่บ้านสำหรับพนักงานที่มีลูก พร้อมระบุให้ทางการท้องถิ่นจัดหาที่อยู่อาศัยพิเศษสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหลายคน เช่น จัดหาอพาร์ตเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นมารองรับ ไม่เพียงเท่านั้น ทางการท้องถิ่นที่เซินเจิ้น ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ยังให้เงินช่วยเหลือคู่สมรสที่มีลูก 3 คนหรือมากกว่านั้น ราว 6,000 หยวน ต่อปีสำหรับลูก 1 คน ไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 3 ปี ขณะที่เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง แม่ที่มีลูกคนที่ 2 หรือคนที่ 3 สามารถรับเงินช่วยเหลือ 600 หยวน ต่อเดือน ไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 3 ปี เห็นความพยายามของรัฐบาลจีนขนาดนี้แล้ว บางทีตำแหน่งแชมป์ที่เสียไปให้กับอินเดียในฐานะประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อาจจะทวงคืนกลับมาได้ในเร็ววัน.
จีนพยายามกระตุ้นการเติบโตของประชากรตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อน หลังยุตินโนบาย one-child policy ที่ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1980-2015 เป้าหมายของนโยบายดังกล่าวก็เพื่อให้ประชาชนมีลูกคนเดียว เชื่อว่านโยบายนี้ป้องกันการกำเนิดของเด็กทารกจีนเอาไว้ราว 400 ล้านคน อย่างไรก็ตาม หลังยุตินโนบาย one-child policy ความพยายามของรัฐบาลจีนที่ต้องการส่งเสริมให้คู่สมรสมีบุตรเพิ่มขึ้น ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก สาเหตุหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ คือการเลี้ยงดูบุตรในเมืองใหญ่ของจีนมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ประชากรจีนเริ่มลดลงตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน และอัตราการเกิดที่ต่ำของจีน ก็อยู่ในระดับต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเทียบได้กับของไต้หวันและเกาหลีใต้ สิ่งที่น่ากังวลสำหรับจีนคือ จีนอาจจะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าญี่ปุ่น ที่ซึ่งเศรษฐกิจเติบโตช้า โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมีประชากรลดลงนั่นเอง ศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ สจ๊วต เก็ตเทล-บาสเตน แห่งมหาวิทยาลัย คาลิฟา ที่เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การลดลงประจำนวนประชากรไม่จำเป็นต้องนำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ชะลอลงเสมอไป โดยระบุว่า ปัจจัยด้านจิตวิทยาน่าจะเป็นสิ่งท้าทายที่สำคัญที่สุด เขามองว่า จีนพยายามรับมือกับเรื่องนี้ด้วยการยกระดับด้านนวัตกรรม เช่น ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และภาคบริการการเงิน “แม้ว่าอินเดียจะมีประชากรที่อายุน้อยกว่าจีน และมีประชากรเพิ่มขึ้น แต่ก็มีปัจจัยที่น่าจะขัดขวางการแซงหน้าจีนด้านเศรษฐกิจในระยะสั้นด้วยเช่นกัน เช่น การที่สตรีมีบทบาทในตลาดการจ้างงานน้อยกว่าจีนอย่างชัดเจน” ศาสตราจารย์ เก็ตเทล-บาสเตน กล่าวตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนอนุญาตให้คู่สมรสมีลูกได้ 3 คนต่อครอบครัว และผุดนโยบายจูงใจเพื่อกระตุ้นการมีลูกของชาวจีน และในปีเดียวกันนั้น รัฐบาลท้องถิ่นในจีนออกมาตรการกระตุ้นการมีลูก รวมทั้งการลดหย่อนภาษี การให้ลาคลอดได้นานขึ้น รวมทั้งเงินอุดหนุนด้านอสังหาริมทรัพย์กับครอบครัวที่มีลูก ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติจีนเรียกร้องให้รัฐบาลกลางและส่วนภูมิภาคเพิ่มงบประมาณด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และปรับปรุงบริการดูแลเด็กทั่วประเทศ สภาท้องถิ่นของจีนระบุเมื่อปีที่แล้ว ว่าจะออกมาตรการใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และมีทางเลือกในการทำงานที่บ้านสำหรับพนักงานที่มีลูก พร้อมระบุให้ทางการท้องถิ่นจัดหาที่อยู่อาศัยพิเศษสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหลายคน เช่น จัดหาอพาร์ตเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นมารองรับ ไม่เพียงเท่านั้น ทางการท้องถิ่นที่เซินเจิ้น ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ยังให้เงินช่วยเหลือคู่สมรสที่มีลูก 3 คนหรือมากกว่านั้น ราว 6,000 หยวน ต่อปีสำหรับลูก 1 คน ไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 3 ปี ขณะที่เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง แม่ที่มีลูกคนที่ 2 หรือคนที่ 3 สามารถรับเงินช่วยเหลือ 600 หยวน ต่อเดือน ไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 3 ปี เห็นความพยายามของรัฐบาลจีนขนาดนี้แล้ว บางทีตำแหน่งแชมป์ที่เสียไปให้กับอินเดียในฐานะประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อาจจะทวงคืนกลับมาได้ในเร็ววัน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
อย่าชะล่าใจ หญิงปวดหัวเรื้อรัง อ่อนเพลีย คิดว่าเครียดงาน หมอตรวจเจอ 'เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง'หมอเตือน อย่าชะล่าใจ หลังหญิงปวดหัวเรื้อรัง อ่อนเพลีย คิดว่าเครียดงาน ตรวจเจอ ‘เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง’ 3 ซม.
Read more »
การเมืองโลกจะไม่เหมือนเดิม เมื่อ ‘สหรัฐ-จีน’ ฝังรอยร้าวลึกดูเหมือนว่าความตึงเครียดระหว่าง ‘สหรัฐ’ และ ‘จีน’ รวมไปถึงชาติพันธมิตรของทั้งสองประเทศจะร้าวหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแต่ละประเทศเริ่มเสริมเขี้ยวเล็บทางการทหารของตัวเองให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น อ่านการเมืองโลกจะไม่เหมือนเดิม เมื่อ ‘สหรัฐ-จีน’ ฝังรอยร้าวลึก
Read more »
'อนุทิน' ชู 3 ประเด็นจับมืออินเดียพัฒนาเรื่องสุขภาพร่วมกันไทย-อินเดีย กระชับความร่วมมือการวิจัย ยาและเวชภัณฑ์ 'อนุทิน' หนุน 3 ประเด็นด้านสุขภาพเพิ่มจุดแข็ง 2 ประเทศ ชื่นชมอินเดียเป็นประธาน G20
Read more »
'อนุทิน' หนุน 3 ประเด็นด้านสุขภาพ ยกระดับจุดแข็ง 'ไทย-อินเดีย''ไทย-อินเดีย' กระชับความร่วมมือการวิจัย ยาและเวชภัณฑ์ 'อนุทิน' หนุน 3 ประเด็นด้านสุขภาพเพิ่มจุดแข็ง 2 ประเทศ พร้อมชื่นชมอินเดียเป็นประธาน G20 ชูโลกหนึ่งเดียวไม่แบ่งแยกการพัฒนา
Read more »
‘ศก.จีน-โลก’ส่อแววสะเทือนหนัก พลเมืองแดนมังกรลดครั้งแรก‘ศก.จีน-โลก’ส่อแววสะเทือนหนัก พลเมืองแดนมังกรลดครั้งแรก โดยผู้เชี่ยวชาญพากันวิตกกังวลว่า วิกฤติด้านประชากรศาสตร์ในจีนอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนและลุกลามไปทั่วโลก อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »
สี จิ้นผิง ปธน.จีน กล่าวอวยพรชาวจีนช่วงเทศกาลตรุษจีนสี จิ้นผิง ปธน.จีน กล่าวทักทายและอวยพรชาวจีนทั่วประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีนผ่านวิดีโอคอล พร้อมย้ำจีนเลือก 'ทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว' สำหรับการรับมือโควิด-19 อ่านข่าวเพิ่ม : ThaiPBSnews ตรุษจีน
Read more »
