โค่นแชมป์! ‘อินเดีย’ มีประชากรแซงหน้า ‘จีน’ ไปแล้วตั้งแต่สิ้นปี 65

United States News News

โค่นแชมป์! ‘อินเดีย’ มีประชากรแซงหน้า ‘จีน’ ไปแล้วตั้งแต่สิ้นปี 65
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 132 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 56%
  • Publisher: 63%

แชมป์ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีน อาจถูกอินเดียโค่นไปเรียบร้อยแล้ว โดย ณ สิ้นปี 65 อินเดียมีประชากร 1,417 ล้านคน มากกว่าจีนที่มีประชากร 1,412 ล้านคน ฐานเศรษฐกิจ

จีนพยายามกระตุ้นการเติบโตของประชากรตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อน หลังยุตินโนบาย one-child policy ที่ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1980-2015 เป้าหมายของนโยบายดังกล่าวก็เพื่อให้ประชาชนมีลูกคนเดียว เชื่อว่านโยบายนี้ป้องกันการกำเนิดของเด็กทารกจีนเอาไว้ราว 400 ล้านคน อย่างไรก็ตาม หลังยุตินโนบาย one-child policy ความพยายามของรัฐบาลจีนที่ต้องการส่งเสริมให้คู่สมรสมีบุตรเพิ่มขึ้น ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก สาเหตุหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ คือการเลี้ยงดูบุตรในเมืองใหญ่ของจีนมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ประชากรจีนเริ่มลดลงตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน และอัตราการเกิดที่ต่ำของจีน ก็อยู่ในระดับต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเทียบได้กับของไต้หวันและเกาหลีใต้ สิ่งที่น่ากังวลสำหรับจีนคือ จีนอาจจะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าญี่ปุ่น ที่ซึ่งเศรษฐกิจเติบโตช้า โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมีประชากรลดลงนั่นเอง ศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ สจ๊วต เก็ตเทล-บาสเตน แห่งมหาวิทยาลัย คาลิฟา ที่เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การลดลงประจำนวนประชากรไม่จำเป็นต้องนำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ชะลอลงเสมอไป โดยระบุว่า ปัจจัยด้านจิตวิทยาน่าจะเป็นสิ่งท้าทายที่สำคัญที่สุด เขามองว่า จีนพยายามรับมือกับเรื่องนี้ด้วยการยกระดับด้านนวัตกรรม เช่น ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และภาคบริการการเงิน “แม้ว่าอินเดียจะมีประชากรที่อายุน้อยกว่าจีน และมีประชากรเพิ่มขึ้น แต่ก็มีปัจจัยที่น่าจะขัดขวางการแซงหน้าจีนด้านเศรษฐกิจในระยะสั้นด้วยเช่นกัน เช่น การที่สตรีมีบทบาทในตลาดการจ้างงานน้อยกว่าจีนอย่างชัดเจน” ศาสตราจารย์ เก็ตเทล-บาสเตน กล่าวตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนอนุญาตให้คู่สมรสมีลูกได้ 3 คนต่อครอบครัว และผุดนโยบายจูงใจเพื่อกระตุ้นการมีลูกของชาวจีน และในปีเดียวกันนั้น รัฐบาลท้องถิ่นในจีนออกมาตรการกระตุ้นการมีลูก รวมทั้งการลดหย่อนภาษี การให้ลาคลอดได้นานขึ้น รวมทั้งเงินอุดหนุนด้านอสังหาริมทรัพย์กับครอบครัวที่มีลูก ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติจีนเรียกร้องให้รัฐบาลกลางและส่วนภูมิภาคเพิ่มงบประมาณด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และปรับปรุงบริการดูแลเด็กทั่วประเทศ สภาท้องถิ่นของจีนระบุเมื่อปีที่แล้ว ว่าจะออกมาตรการใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และมีทางเลือกในการทำงานที่บ้านสำหรับพนักงานที่มีลูก พร้อมระบุให้ทางการท้องถิ่นจัดหาที่อยู่อาศัยพิเศษสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหลายคน เช่น จัดหาอพาร์ตเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นมารองรับ ไม่เพียงเท่านั้น ทางการท้องถิ่นที่เซินเจิ้น ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ยังให้เงินช่วยเหลือคู่สมรสที่มีลูก 3 คนหรือมากกว่านั้น ราว 6,000 หยวน ต่อปีสำหรับลูก 1 คน ไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 3 ปี ขณะที่เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง แม่ที่มีลูกคนที่ 2 หรือคนที่ 3 สามารถรับเงินช่วยเหลือ 600 หยวน ต่อเดือน ไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 3 ปี เห็นความพยายามของรัฐบาลจีนขนาดนี้แล้ว บางทีตำแหน่งแชมป์ที่เสียไปให้กับอินเดียในฐานะประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อาจจะทวงคืนกลับมาได้ในเร็ววัน.

จีนพยายามกระตุ้นการเติบโตของประชากรตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อน หลังยุตินโนบาย one-child policy ที่ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1980-2015 เป้าหมายของนโยบายดังกล่าวก็เพื่อให้ประชาชนมีลูกคนเดียว เชื่อว่านโยบายนี้ป้องกันการกำเนิดของเด็กทารกจีนเอาไว้ราว 400 ล้านคน อย่างไรก็ตาม หลังยุตินโนบาย one-child policy ความพยายามของรัฐบาลจีนที่ต้องการส่งเสริมให้คู่สมรสมีบุตรเพิ่มขึ้น ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก สาเหตุหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อย ๆ คือการเลี้ยงดูบุตรในเมืองใหญ่ของจีนมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ประชากรจีนเริ่มลดลงตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน และอัตราการเกิดที่ต่ำของจีน ก็อยู่ในระดับต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเทียบได้กับของไต้หวันและเกาหลีใต้ สิ่งที่น่ากังวลสำหรับจีนคือ จีนอาจจะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าญี่ปุ่น ที่ซึ่งเศรษฐกิจเติบโตช้า โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมีประชากรลดลงนั่นเอง ศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ สจ๊วต เก็ตเทล-บาสเตน แห่งมหาวิทยาลัย คาลิฟา ที่เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การลดลงประจำนวนประชากรไม่จำเป็นต้องนำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ชะลอลงเสมอไป โดยระบุว่า ปัจจัยด้านจิตวิทยาน่าจะเป็นสิ่งท้าทายที่สำคัญที่สุด เขามองว่า จีนพยายามรับมือกับเรื่องนี้ด้วยการยกระดับด้านนวัตกรรม เช่น ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และภาคบริการการเงิน “แม้ว่าอินเดียจะมีประชากรที่อายุน้อยกว่าจีน และมีประชากรเพิ่มขึ้น แต่ก็มีปัจจัยที่น่าจะขัดขวางการแซงหน้าจีนด้านเศรษฐกิจในระยะสั้นด้วยเช่นกัน เช่น การที่สตรีมีบทบาทในตลาดการจ้างงานน้อยกว่าจีนอย่างชัดเจน” ศาสตราจารย์ เก็ตเทล-บาสเตน กล่าวตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา รัฐบาลจีนอนุญาตให้คู่สมรสมีลูกได้ 3 คนต่อครอบครัว และผุดนโยบายจูงใจเพื่อกระตุ้นการมีลูกของชาวจีน และในปีเดียวกันนั้น รัฐบาลท้องถิ่นในจีนออกมาตรการกระตุ้นการมีลูก รวมทั้งการลดหย่อนภาษี การให้ลาคลอดได้นานขึ้น รวมทั้งเงินอุดหนุนด้านอสังหาริมทรัพย์กับครอบครัวที่มีลูก ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพแห่งชาติจีนเรียกร้องให้รัฐบาลกลางและส่วนภูมิภาคเพิ่มงบประมาณด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และปรับปรุงบริการดูแลเด็กทั่วประเทศ สภาท้องถิ่นของจีนระบุเมื่อปีที่แล้ว ว่าจะออกมาตรการใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และมีทางเลือกในการทำงานที่บ้านสำหรับพนักงานที่มีลูก พร้อมระบุให้ทางการท้องถิ่นจัดหาที่อยู่อาศัยพิเศษสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหลายคน เช่น จัดหาอพาร์ตเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นมารองรับ ไม่เพียงเท่านั้น ทางการท้องถิ่นที่เซินเจิ้น ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ยังให้เงินช่วยเหลือคู่สมรสที่มีลูก 3 คนหรือมากกว่านั้น ราว 6,000 หยวน ต่อปีสำหรับลูก 1 คน ไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 3 ปี ขณะที่เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง แม่ที่มีลูกคนที่ 2 หรือคนที่ 3 สามารถรับเงินช่วยเหลือ 600 หยวน ต่อเดือน ไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 3 ปี เห็นความพยายามของรัฐบาลจีนขนาดนี้แล้ว บางทีตำแหน่งแชมป์ที่เสียไปให้กับอินเดียในฐานะประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อาจจะทวงคืนกลับมาได้ในเร็ววัน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

อย่าชะล่าใจ หญิงปวดหัวเรื้อรัง อ่อนเพลีย คิดว่าเครียดงาน หมอตรวจเจอ 'เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง'อย่าชะล่าใจ หญิงปวดหัวเรื้อรัง อ่อนเพลีย คิดว่าเครียดงาน หมอตรวจเจอ 'เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง'หมอเตือน อย่าชะล่าใจ หลังหญิงปวดหัวเรื้อรัง อ่อนเพลีย คิดว่าเครียดงาน ตรวจเจอ ‘เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง’ 3 ซม.
Read more »

การเมืองโลกจะไม่เหมือนเดิม เมื่อ ‘สหรัฐ-จีน’ ฝังรอยร้าวลึกการเมืองโลกจะไม่เหมือนเดิม เมื่อ ‘สหรัฐ-จีน’ ฝังรอยร้าวลึกดูเหมือนว่าความตึงเครียดระหว่าง ‘สหรัฐ’ และ ‘จีน’ รวมไปถึงชาติพันธมิตรของทั้งสองประเทศจะร้าวหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแต่ละประเทศเริ่มเสริมเขี้ยวเล็บทางการทหารของตัวเองให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น อ่านการเมืองโลกจะไม่เหมือนเดิม เมื่อ ‘สหรัฐ-จีน’ ฝังรอยร้าวลึก
Read more »

'อนุทิน' ชู 3 ประเด็นจับมืออินเดียพัฒนาเรื่องสุขภาพร่วมกันไทย-อินเดีย กระชับความร่วมมือการวิจัย ยาและเวชภัณฑ์ 'อนุทิน' หนุน 3 ประเด็นด้านสุขภาพเพิ่มจุดแข็ง 2 ประเทศ ชื่นชมอินเดียเป็นประธาน G20
Read more »

'อนุทิน' หนุน 3 ประเด็นด้านสุขภาพ ยกระดับจุดแข็ง 'ไทย-อินเดีย''อนุทิน' หนุน 3 ประเด็นด้านสุขภาพ ยกระดับจุดแข็ง 'ไทย-อินเดีย''ไทย-อินเดีย' กระชับความร่วมมือการวิจัย ยาและเวชภัณฑ์ 'อนุทิน' หนุน 3 ประเด็นด้านสุขภาพเพิ่มจุดแข็ง 2 ประเทศ พร้อมชื่นชมอินเดียเป็นประธาน G20 ชูโลกหนึ่งเดียวไม่แบ่งแยกการพัฒนา
Read more »

‘ศก.จีน-โลก’ส่อแววสะเทือนหนัก พลเมืองแดนมังกรลดครั้งแรก‘ศก.จีน-โลก’ส่อแววสะเทือนหนัก พลเมืองแดนมังกรลดครั้งแรก‘ศก.จีน-โลก’ส่อแววสะเทือนหนัก พลเมืองแดนมังกรลดครั้งแรก โดยผู้เชี่ยวชาญพากันวิตกกังวลว่า วิกฤติด้านประชากรศาสตร์ในจีนอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนและลุกลามไปทั่วโลก อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »

สี จิ้นผิง ปธน.จีน กล่าวอวยพรชาวจีนช่วงเทศกาลตรุษจีนสี จิ้นผิง ปธน.จีน กล่าวอวยพรชาวจีนช่วงเทศกาลตรุษจีนสี จิ้นผิง ปธน.จีน กล่าวทักทายและอวยพรชาวจีนทั่วประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีนผ่านวิดีโอคอล พร้อมย้ำจีนเลือก 'ทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว' สำหรับการรับมือโควิด-19 อ่านข่าวเพิ่ม : ThaiPBSnews ตรุษจีน
Read more »



Render Time: 2026-04-01 23:25:31