โกลด์แมน แซคส์ คาดจีนเปิดประเทศ ช่วยหนุนจีดีพีไทยโต 2.9% ฐานเศรษฐกิจ
โกลด์แมน แซคส์ ยังระบุด้วยว่า การใช้จ่ายด้านการเดินทางของไทยจะมีส่วนช่วยสนับสนุนตัวเลข GDP ในอัตราส่วน 3% และการใช้จ่ายด้านการเดินทางของฮ่องกงจะเป็นปัจจัยหนุนตัวเลข GDP ในอัตราส่วน 6%ผลกระทบเชิงบวกเหล่านี้อาจจะแข็งแกร่งขึ้นอีก หากความต้องการการเดินทางของชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่รัฐบาลจีนได้สั่งปิดพรมแดนเป็นเวลานานถึง 3 ปีนอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ คาดว่า ความต้องการน้ำมันในจีนที่เพิ่มขึ้นหลังมีการเปิดประเทศนั้น จะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้น 15 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันจะส่งผลกระทบด้านลบต่อบางประเทศ เช่นสิงคโปร์และฮ่องกง สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานก่อนหน้านี้ว่า ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์ แมนแซคส์ได้พยายามที่จะคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกไปจนถึงปี 2618 หรืออีก 53 ปีข้างหน้าทั้งนี้ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ ได้ออกรายงานที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศในกลุ่ม BRIC ซึ่งประกอบด้วยบราซิล, รัสเซีย, อินเดีย และจีน และในขณะนี้ ทีมนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งนำโดยนายแจน แฮตซิอุซ ก็ได้ขยายขอบเขตการคาดการณ์เศรษฐกิจให้ครอบคลุมถึง 104 ประเทศในช่วง 50 ปีข้างหน้า และได้สรุปการคาดการณ์ไว้ดังนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉลี่ยจะอยู่ต่ำกว่า 3% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า ลดลงจากระดับ 3.
6% ในช่วง 10 ปีก่อนที่จะเกิดวิกฤตการเงินโลก และหลังจากนั้นคาดว่า แนวโน้มเศรษฐกิจจะอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะสะท้อนถึงการขยายตัวของกำลังแรงงานที่ชะลอลงประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่จะยังคงปรับตัวตามกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ขณะที่จีน สหรัฐ อินเดีย อินโดนีเซีย และเยอรมนี จะผงาดขึ้นเป็นกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเมื่อวัดมูลค่าในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ส่วนไนจีเรีย, ปากีสถาน และอียิปต์ ก็อาจจะติดกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดด้วยเช่นกันเศรษฐกิจสหรัฐไม่มีแนวโน้มที่จะหวนกลับไปแข็งแกร่งเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และคาดว่าความแข็งแกร่งอย่างมากของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะลดลงในช่วง 10 ปีข้างหน้าขณะที่ความไม่เท่าเทียมด้านรายได้ระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้ลดน้อยลง แต่ความไม่เท่าเทียมดังกล่าวจะยังคงเพิ่มขึ้นภายในประเทศเหล่านั้นนายเควิน ดาลี และนายทาดาส เกดมินาส นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ระบุว่า การกีดกันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญอย่างมากต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเสมอภาคด้านรายได้"การคาดการณ์ของเราแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกได้ผ่านช่วงเวลาของการเติบโตสูงสุดไปแล้ว และการชะลอตัวส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากจำนวนประชากร โดยการขยายตัวของจำนวนประชากรทั่วโลกได้ลดลงครึ่งหนึ่งในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา" นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุนอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ยังกล่าวว่า จำนวนประชากรที่ชะลอการขยายตัวนั้น "ถือเป็นข่าวดีในข่าวร้าย" เนื่องจากจะทำให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมลดน้อยลง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การลดลงของจำนวนประชากรจะส่งผลให้เศรษฐกิจเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการที่หลายประเทศอาจจะมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นสำหรับประชากรสูงวัย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ตลาดหุ้นทั่วโลก ส่อแววฟื้นปี 66 หลังเงินเฟ้อผ่านจุดพีค เฟดชะลอขึ้นดบ.ผู้จัดการกองทุนชั้นนำโลก รวมถึงแบล็คร็อค อิงค์, โกลด์แมน แซคส์ และ Amundi SA ต่างคาดว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกจะฟื้นตัวในปี 66 จากเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุด เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย
Read more »
ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแววฟื้นตัวปีหน้า รับอานิสงส์เงินเฟ้อผ่านจุดพีก-เฟดผ่อนคันเร่งขึ้นดบ. : อินโฟเควสท์ผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก ซึ่งรวมถึงแบล็คร็อค อิงค์, โกลด์แมน แซคส์ แอสเซท แมเนจเมนท์ และอมุนดิ เอสเอ (Amundi SA) ต่างก็คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2566 เมื่อพิจารณาจากมุมมองที่ว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย การสำรวจดังกล่าวจัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก โดยพบว่า 71% ของผู้จัดการกองทุนที่ได้รับการสำรวจครั้งนี้เชื่อมั่นว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกจะฟื้นตัวในปี 2566 และมีเพียง 19% เท่านั้นที่คาดว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะอ่อนแรงลงในปีดังกล่าว ผลสำรวจยังระบุด้วยว่า ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่คาดว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ย 10% ในปี 2566 ซึ่งสอดคล้องกับสถิติการฟื้นตัวโดยเฉลี่ยของดัชนี MSCI All-Country World Index อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังน้อยกว่าในปี 2552 และปี 2562 ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 30% และ 20% ตามลำดับ ผู้จัดการกองทุนที่เข้าร่วมการสำรวจต่างก็มองว่า ความเสี่ยงที่รุนแรงที่สุดต่อการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกนั้น คือการที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งจะสร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุน ขณะเดียวกันคาดว่านักลงทุนจะให้ความสนใจต่อเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพ.ย.ของสหรัฐ …
Read more »
ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแววฟื้นตัวปีหน้า รับอานิสงส์เงินเฟ้อผ่านจุดพีกผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก ซึ่งรวมถึงแบล็คร็อค อิงค์, โกลด์แมน แซคส์ แอสเซท แมเนจเมนท์ และอมุนดิ เอสเอ (Amundi SA) ต่างก็คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2566 เมื่อพิจารณาจากมุมมองที่ว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
Read more »
โกลด์แมนแซคส์คาดจีนเปิดประเทศช่วยหนุน GDP ไทยขยายตัว 2.9% : อินโฟเควสท์โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทย ฮ่องกง และสิงคโปร์ จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเปิดประเทศของจีน โดยขณะนี้ทางการจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และมีแนวโน้มที่จะเปิดประเทศในไม่ช้านี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์การส่งออกและการเดินทางระหว่างประเทศ ทีมนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ซึ่งนำโดยนายหุย ชาน คาดการณ์ว่า การเปิดประเทศของจีนจะช่วยหนุนตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยให้ขยายตัวราว 2.9%, หนุน GDP ฮ่องกงขยายตัว 7.6% และช่วยหนุน GDP สิงคโปร์ขยายตัว 1.2% โดยคาดว่าการที่จีนเปิดประเทศจะช่วยให้การส่งออกและรายได้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเหล่านี้ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การคาดการณ์ดังกล่าวของโกลด์แมน แซคส์ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การเปิดประเทศของจีนจะช่วยหนุนอุปสงค์ภายในประเทศจีนให้ขยายตัว 5% และเป็นแรงผลักดันให้ทริปการเดินทางระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับเดียวกับในปี 2562 “การเปิดประเทศของจีนมีแนวโน้มที่จะสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อการเดินทางระหว่างประเทศมากที่สุด รองลงมาคือช่วยสนับสนุนตัวเลขการนำเข้าสินค้าให้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง” ทีมนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ระบุ รายงานของโกลด์แมน แซคส์ยังระบุด้วยว่า การใช้จ่ายด้านการเดินทางของไทยจะมีส่วนช่วยสนับสนุนตัวเลข GDP ในอัตราส่วน 3% และการใช้จ่ายด้านการเดินทางของฮ่องกงจะเป็นปัจจัยหนุนตัวเลข GDP ในอัตราส่วน 6% พร้อมระบุว่า ผลกระทบเชิงบวกเหล่านี้อาจจะแข็งแกร่งขึ้นอีกหากความต้องการการเดินทางของชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่รัฐบาลจีนได้สั่งปิดพรมแดนเป็นเวลานานถึง 3 ปี นอกจากนี้ โกลด์แมน …
Read more »
จีน-ฮ่องกงจ่ออนุญาตให้ประชาชนข้ามพรมแดนโดยไม่ต้องกักตัวก่อนตรุษจีน : อินโฟเควสท์สำนักข่าว HK01 รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า จีนและฮ่องกงจะเริ่มอนุญาตให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามพรมแดนไปมาหาสู่กันได้โดยไม่ต้องเข้ารับการกักตัวอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 9 ม.ค.ปีหน้า ก่อนถึงวันตรุษจีน ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค. ในขณะที่จีนกำลังเร่งผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการสกัดการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า จีนจะกำหนดให้นักเดินทางจากฮ่องกงสังเกตอาการที่บ้านเป็นเวลา 3 วัน การเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่เช่นในอดีตนี้จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฮ่องกง หลังจากถูกบั่นทอนจากการบังคับใช้มาตรการควบคุมพรมแดน เพื่อสกัดโรคระบาดมาเป็นเวลากว่า 2 ปี โดยนักเศรษฐศาสตร์จากโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์คาดการณ์เมื่อวันจันทร์ (12 ธ.ค.) ว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฮ่องกงจะปรับตัวขึ้นประมาณ 7.6% จากการที่จีนเปิดประเทศอีกครั้ง เนื่องจากรายได้การส่งออกและการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น ฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ปิดกั้นพรมแดนระหว่างกันตั้งแต่เดือนก.พ. 2563 โดยจีนได้จำกัดจำนวนนักเดินทางรายวันจากฮ่องกง พร้อมกำหนดให้นักเดินทางเหล่านั้นต้องเข้ารับกการกักตัวที่โรงแรมเป็นเวลา 5 วัน ทำให้การไปมาหาสู่ระหว่างกันลดน้อยลงอย่างมาก สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนได้เร่งผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการโควิดเป็นศูนย์ตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเศรษฐกิจได้รับผลกระทบเพิ่มสูงขึ้นและเกิดสถานการณ์ความไม่สงบทางสังคมครั้งใหญ่ โดยจีนสั่งยกเลิกการใช้แอปพลิเคชันติดตามบนโทรศัพท์มือถือตั้งแต่วันนี้ (13 ธ.ค.) เป็นต้นไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ใช้แอปฯ ดังกล่าวในการติดตามประวัติการเดินทางของประชาชนทั่วประเทศ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ธ.ค. …
Read more »
'โกลด์แมน แซคส์' เตรียมปลดพนักงาน 400 ตำแหน่ง เหตุธุรกิจซบ-ศก.ไม่แน่นอน : อินโฟเควสท์สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า โกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐ เตรียมปลดพนักงานอย่างน้อย 400 ตำแหน่งในธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อย (Retail Banking) โดยโกลด์แมน แซคส์ดำเนินปรับโครงสร้างธุรกิจดังกล่าว และกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในปีหน้า แหล่งข่าวระบุว่า โกลด์แมน แซคส์ กำลังร่างแผนการต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมถึงการปลดพนักงานอย่างน้อย 400 ตำแหน่งในธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยซึ่งกำลังประสบปัญหา นายเดวิด โซโลมอน ซีอีโอของโกลด์แมน แซคส์เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ทางบริษัทจะทำการปรับโครงสร้างธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อย และจะทบทวนการดำเนินงานของธุรกิจอื่น ๆ เพื่อควบคุมต้นทุนและจำนวนพนักงาน โดยโกลด์แมน แซคส์กำลังเผชิญกับแรงกดดันอันเนื่องมาจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลกำไรของโกลด์แมน แซคส์ อาจจะลดลงถึง 44% ในปีนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สถาบันการเงินในวอลล์สตรีทซึ่งรวมถึงโกลด์แมน แซคส์และมอร์แกน สแตนลีย์นั้น กำลังกลับมาใช้แนวทางปฏิบัติแบบเดิมอีกครั้ง คือการปลดพนักงานที่มีผลการทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเมื่อไม่นานมานี้ มอร์แกน สแตนลีย์ ปลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 2% ที่ผ่านมานั้น ภาคธนาคารของสหรัฐจะทำการปลดพนักงานที่มีผลงานต่ำกว่ามาตรฐานเป็นประจำทุกปี โดยธนาคารจะปลดพนักงาน 1% -5% หากพนักงานเหล่านั้นถูกพิจารณาว่าเป็นจุดอ่อนขององค์กร ก่อนถึงช่วงเวลาการจ่ายเงินโบนัส เพื่อที่จะนำเงินก้อนดังกล่าวมาจ่ายให้พนักงานที่เหลืออยู่ได้มากขึ้น …
Read more »
