เอกชน ตัดพ้อ รัฐบาล อนุทิน ไม่หนุนข้อเสนอมาตรการ 6+1 พยุงภาคอสังหาฯ เสาหลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ รอความหวังรัฐบาลหน้าหลังเลือกตั้ง
ผู้ประกอบการชี้ว่ามาตรการเดิมของรัฐบาลไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ ขณะที่นโยบายแก้หนี้ปัจจุบันก็ไม่ครอบคลุมหนี้ที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ นโยบายแก้หนี้ของรัฐบาล“อนุทิน ชาญวีรกูล”โครงการ“ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเป็นมาตรการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ โดยมีแนวทางให้ AMC รับซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ วงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และเตรียม คณะรัฐมนตรี พิจารณาในไม่ช้านี้ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการแก้หนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ดังนั้น ภาระหนี้จากที่อยู่อาศัยจึงไม่อยู่ในข่าย ท่ามกลางผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ คนซื้อบ้านจำนวนไม่น้อยผิดนัดชำระหนี้หรือเสี่ยงเกิดปัญหา NPL ตามมา ขณะดีเวลลอปเปอร์มองว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญทางเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะมาตรการรัฐเพิ่มเติมที่พยุงให้ธุรกิจเดินต่อได้ เนื่องจากกำลังซื้อหดตัวขณะสต๊อกที่อยู่อาศัยสูงขึ้นสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อ แม้ว่ามีมาตรการลดค่าโอน จดจำนอง ราคาไม่เกิน 7ล้านบาท และการผ่อนปรนLTV กู้ได้100% แต่ดูเหมือนช่วยได้ไม่มากนักเมื่อเทียบกับความรุนแรงของวิกฤตเศรษฐกิจ นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ภาคเอกชนเสนอมาตราการเพิ่มเติม 6 +1 เพื่อต่อรัฐบาลอนุทิน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ มองว่ายังไม่ได้รับการสนับสนุน ทางออกภาคเอกชนต่างช่วยเหลือตนเองโดยจัดมหกรรมบ้านและคอนโด อัดแคมเปญลดแลกแจกแถมทำให้ มียอดจองกว่า1.
3หมื่นล้านบาทแต่จะผ่านการอนุมัติสินเชื่อว่าจะผ่านมากน้อยแค่ไหน 3. จัดให้มีนโยบายการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ ให้กับสถาบันการเงินในการกำหนดอัตราดอกบี้ยแตกต่างต่างได้ตามความเสี่ยงของผู้กู้ เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อ 4. ขอให้รัฐบาลพิจารณาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% เป็นเวลา 1–2 ปี เพื่อบรรเทาภาระการจำนองทรัพย์สินและกระตุ้นการลงทุนให้กับผู้ประกอบการและกระตุ้นการถือครองที่อยู่อาศัย 5. จัดให้มีนโยบายการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบด้วยแนวทาง Warehouse Debt เนื่องจากรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบหรือหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ที่ฉุดรั้งความสามารถในการใช้จ่ายเงินและการชำระหนี้ของประชาชน โดยใช้วงเงินบ้านที่ชำระแล้วบางส่วนรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบและหนี้ดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะช่วยบรรเทาและคลี่คลายปัญหาทางการเงิน ของลูกหนี้และกำลังซื้อในประเทศ และ6. ผลักดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการนโยบายการเงิน ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.5% จากอัตราปัจจุบัน 1.5% เหลือ 1% โดยเร็วและเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยของประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในภาคอสังหาฯ แม้ว่าที่ประชุมกนง.วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมามีมติคงอัตราดอกเบี้ย และเสนอเพิ่มอีก1มาตรการ เพิ่มเติมเป็นข้อที่7คือ ขยายสิทธิการเช่าที่ดินให้กับต่างชาติพร้อมเก็บภาษีทุกช่องทางเพื่อนำรายได้มาสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยสำหรับคนไทยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
