วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายที่จำกัด, การส่งออกที่ผันผวน, และความไม่แน่นอนภายนอก พร้อมทั้งมองไปข้างหน้าถึงปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในปี 2569
ใช้เงินจำนวน 8.4 หมื่นล้านบาท มีผู้เข้าถึงประมาณ 20 ล้านคน แต่ด้วยเงินไม่มากจำกัดใช้วันละไม่เกิน 200 บาท แค่สิบวัน หรือ ไม่เกินสิบสองวันเงินก็หมดแล้ว คงช่วยดึง เศรษฐกิจ ได้บ้างดีกว่าไม่ทำอะไร สภาวะที่ไม่เอื้อเช่นนี้ มีการปรับลด GDP ปีนี้ อาจขยายตัวได้ร้อยละ 2.
0 – 2.2 ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่ขยายตัวได้ร้อยละ 2.5 และปีหน้าจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ที่มีความเปราะบางและไม่แน่นอนสูงเศรษฐกิจอาจขยายตัวได้ร้อยละ 1.6–1.8 ต่ำสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้ความวิตกกังวลเกี่ยวกับปากท้องและการจ้างงาน มีความไม่แน่นอนสูง สัญญานทางบวกซึ่งพอเริ่มเห็นซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2569 เกี่ยวข้องกับปัจจัยเอื้อดังต่อไปนี้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนทำให้สกุลบาทแข็งค่าตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5.37 ที่น่าประหลาดใจการส่งออกของไทย ยังสามารถขยายตัวได้ดีเป็นเสาค้ำยันเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศ สะท้อนจากอัตราว่างงานล่าสุดร้อยละ 0.79 และอัตราว่างงานประกันสังคมมาตรา 33 ร้อยละ 2.34 ขณะที่เครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักล้วนออก “อาการเดี้ยง” กล่าวคือช่วง 9 เดือนแรก ส่งออกขยายตัวเชิงเหรียญสหรัฐฯ สูงถึงร้อยละ 13.94 หากเป็นอัตราเงินบาทขยายตัวได้ร้อยละ 5.58 ข้อมูลล่าสุด ส่งออกเดือนกันยายน ขยายตัวถึงร้อยละ 19.0 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หากส่องกล้องพบว่า สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวได้ถึงร้อยละ 26.4 ตรงข้ามกับสินค้าเกษตร-ประมง-ปศุสัตว์ส่งออกขยายตัวติดลบ ร้อยละ 18.2 ทำให้มีผลต่อราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และรายได้ครัวเรือนลดลง ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน การที่ส่งออกช่วงที่ผ่านมาขยายตัวได้ดี มาจากมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ 9 เดือนแรกขยายตัวสูงถึงร้อยละ 28.57 แม้แต่เดือนกันยายน ขยายตัวได้ร้อยละ 35.34 แสดงว่า มาตรการภาษีของที่น่าวิตกคือ การส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับสองลดลงต่อเนื่อง เดือนสิงหาคม ขยายตัวได้ร้อยละ 5.8 และเดือนกันยายน ขยายตัวได้ร้อยละ 3.22 จากที่ก่อนหน้าขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 20-23 ทำให้ซับพลายสินค้าของจีนมีส่วนเกินสูง และไหลบ่าด้วยราคาต่ำกว่าทุน เข้ามาแย่งตลาดของไทย หากไม่มีมาตรการประเภท “Anti Dumpling” จะทำให้ผู้ผลิตของไทยแข่งขันไม่ได้ กระทบไปถึงการจ้างงานเดิมพันทางเศรษฐกิจมูลค่าส่งออก 3.236 แสนล้านบาท เป็นการส่งออกผ่านชายแดนมูลค่า 1.745 แสนล้านบาท ปัจจุบันมาตรการปิดด่านยังคงมีอยู่ทำให้การส่งออกในส่วนนี้เป็น “0” ช่วงก่อนมีการปะทะกันส่งออกไปกัมพูชา เฉลี่ยเดือนละ 2.7 หมื่นล้านบาท อัตราการขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 42.7 ปัจจัยบวกที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจไทย ปี 2569 คือ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมาสามารถทำข้อตกลงสันติภาพ “Thai-Cambodia Peace Deal” ณ นครกัวลาลัมเปอร์ โดยมีประธานอาเซียน และ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเป็นสักขีพยาน ภายใต้ปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อกัมพูชาทำให้ไม่มีข้อต่อรอง และทางเลือก จนนำไปสู่การลงนามสันติภาพ อาจเป็นการยุติปัญหา ได้ระดับหนึ่ง และอาจนำไปสู่การเปิดด่านชายแดน ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจทั้งด้านการค้า-บริการ และความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับทางกัมพูชาว่า จะทำตามข้อตกลงมากน้อยเพียงใดมีความคืบหน้าหลังจากไทยสามารถเข้าถึงปธน.ทรัมป์ ได้มากขึ้น และ นายกฯ อนุทิน เชิญ ทรัมป์ ให้มาเยือนประเทศไทย ล่าสุด มีการลงรายละเอียดการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมจากสหรัฐฯ อัตราร้อยละ 99 และรายละเอียดต่างๆ ที่ไทยไปทำความข้อตกลง เช่น การนำเข้าสินค้าเกษตร การจัดซื้อเครื่องบิน 80 ลำ การซื้อเชื้อเพลิง รวมทั้งการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการสวมสิทธิ์ และแหล่งกำเนิดสินค้าเกี่ยวข้องกับสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของวัตถุดิบภายในภูมิภาค ซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงลบต่อเศรษฐกิจ ด้วยการเข้ามาของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญ และเงื่อนไขต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน ประมาณปลายเดือนมกราคม หรือ อาจเร็วกว่า ทำให้เห็นทิศทางการเมืองได้ชัดเจนว่า ภายในไตรมาสแรกปีหน้า จะมีการด้วยการเลือกตั้งใหม่ ส่วนจะได้รัฐบาลผสมข้ามขั้ว หรือจะติดล็อกเป็นสามก๊กเหมือนเดิม ค่อยไปลุ้นหลังเลือกตั้ง แต่ประการสำคัญคงปลดล็อกการเมืองติดกับดักได้ระดับหนึ่ง เศรษฐกิจปีนี้เหลือเวลาแค่สองเดือนภายใต้รัฐบาลเฉพาะกิจ รอวันยุบสภา ใน 2 - 3 เดือนข้างหน้า คงหวังพึ่งอะไรไม่ได้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 จะมีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋า ซึ่งแทบจะฉีก สำหรับปี 2569 ปัจจัยเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยยังขาดความชัดเจน เป็นปัญหาทางโครงสร้างทั้งด้านการเมือง มีช่องว่างต้องรอรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง อย่างเร็วต้นเดือนเมษายนปีหน้า ทำให้เกิดสุญญากาศในการแก้ปัญหาและฟื้นเชื่อมั่น ด้านหนี้ประชาชนซึ่งสูงทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ ทำให้ถ่วงกำลังซื้อมีความเปราะบาง ตลอดจนภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม เศรษฐกิจปีหน้าอาจอยู่ในอาการซบเซา และมีความไม่แน่นอน จากปัจจัยภายในและภายนอกเป็นความท้าทายและโจทย์ยากของรัฐบาล ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกมีความแปรปรวน ผสมโรงกับมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา และข้อจำกัดจากเสถียรภาพทางการเมืองไทย เป็นปัญหาทางโครงสร้างเป็นโจทย์แก้ยาก ที่ไทยจะต้องเผชิญ เศรษฐกิจปีหน้าอาจขยายในอัตราที่ต่ำกว่าปีนี้ ซึ่งนับว่าแย่แล้วคงต้องรับมือหนักกว่าเดิม เป็นความเสี่ยงของภาคธุรกิจ ตลอดจนมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องก้าวผ่านขึ้นอยู่กับศักยภาพของธุรกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันคือ ความอยู่รอดประคองตัวไม่ให้ “เจ๊ง” ปัญหาการขาดสภาพคล่อง หรือ “Liquidity Effect” ซึ่งกำลังก่อตัวเป็นวิกฤตระดับประเทศ ขณะที่นายแบงค์ดังๆ หลายธนาคารออกมาระบุว่า มีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ด้วยการตั้งการ์ดลดความเสี่ยงของสถาบันการเงิน นำไปสู่การพิจารณาสินเชื่อระดับเข้มข้นและซับซ้อนสูงสุด จะทำให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ขาดสภาพคล่อง มีผลต่อการจับจ่ายใช้สอยทำให้เศรษฐกิจไทย หรือ GDP ขยายตัวต่ำสุดในภูมิภาค ฉากทัศน์เศรษฐกิจปีนี้ตลอดไปจนถึงปีหน้า มีแนวโน้มผันผวนและเปราะบาง รวมถึงมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะเสถียรภาพทางการเมือง สอดคล้องกับล่าสุดออกแถลงการณ์เตือนว่า ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกปี 2569 เข้าสู่ภาวะผันผวนและไร้ทิศทาง เศรษฐกิจไทยขาดแรงหนุนเผชิญปัจจัยเชิงลบ ทั้งจากภายนอกและภายใน ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอหนี้-ครัวเรือนสูง และภาคท่องเที่ยวไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ภาคธุรกิจและประชาชนขาดสภาพคล่อง นำไปสู่วิกฤตหนี้เสียกระทบเป็นลูกโซ่ ภาวะเช่นนี้ส่งผลทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยโตต่ำกว่าศักยภาพต่อเนื่องเป็นทศวรรษ เสมือนเป็นกับดักต่อความอยู่รอดของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะขนาดกลางและเล็กที่มีขีดความสามารถแข่งขันต่ำทั้งด้านนวัตกรรมและราคา เกี่ยวข้องไปถึงเสถียรภาพมนุษย์เงินเดือนและแรงงาน ซึ่งทำงานอยู่ในภาคส่วนเหล่านี้ล้วนมีความเสี่ยงที่จะต้องหาทางออก.....
เศรษฐกิจไทย ส่งออก GDP การใช้จ่าย ข้อตกลงสันติภาพ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
กางแผนจัดสรรงบประมาณปี 69 ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ?ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา วาระที่ 1 ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ซึ่งหากเปิดดูงบประมาณปี 2569 พบว่า กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับการจัดสรรงบมากที่สุด สัปดาห์นี้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.
Read more »
เทียบงบฯ “รายกระทรวง” ศธ.เพิ่มมากสุด 1.4 หมื่นล้าน “ยุติธรรม” 612 ล้านบาทวันนี้ (27 พ.ค.2568) ไทยพีบีเอสออนไลน์ ตรวจสอบเอกสาร “งบประมาณโดยสังเขป ประจำปีงบประมาณ 2569” พบว่า ในการรายงานงบประมาณของกระทรวง กรม และหน่วยงานต่าง ๆ มีการระบุตัวเลขเปรียบเทียบงบประมาณปี 2569 กับงบประมาณประจำปี 2568 พบว่า มีหลายกระทรวง กรม และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับงบประมาณมากขึ้นและน้อยลงศธ.ได้งบฯ เพิ่มมากสุด 1.
Read more »
'ณัฐพงษ์' ติงรัฐบาลจัดงบประมาณปี 69 'ไร้ทิศ-ไร้ทาง-ไร้ภาพ'ผู้นำฝ่ายค้านสะท้อนการจัดทำงบประมาณปี 2569 เป็นแบบ 'ไร้ทิศ-ไร้ทาง-ไร้ภาพ' โดยเฉพาะงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ที่โยกงบฯ ดิจิทัลวอลเล็ตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,850 แห่ง วันนี้ (28 พ.ค.2568) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายภาพรวมการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ของรัฐบาล น.ส.
Read more »
กทม.เสนองบ 9.2 หมื่นล้าน ปี69 เพิ่มขึ้น 2 พันล้านบาท(31ก.ค.68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงงบประมาณในปี 2569 ว่า งบประมาณปี 2569 จำนวน 92,000 ล้านบาท เพิ่มมากขึ้น 2,000 ล้านบาทจากปี 2568 ขณะเดียวกันมีงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล จำนวน 29,000 ล้านบาท เป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนและระบบระบายน้ำ ที่ร่วมกับงบประมาณกรุงเทพมหานคร รวมงบประมาณทั้งหมด 121,000 ล้านบาท 'กทม.
Read more »
เปิดไทม์ไลน์รัฐบาล 4 เดือน: ยุบสภา ม.ค. 69 เลือกตั้ง มี.ค. 69 พร้อมประชามติรัฐบาลเสนอไทม์ไลน์ยุบสภาภายใน 4 เดือน โดยคาดว่าจะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 2569 และกำหนดวันเลือกตั้งพร้อมกับการทำประชามติในวันที่ 29 มีนาคม 2569 รองนายกฯ ชี้แจงถึงขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ
Read more »
โรดแมปยุบสภา เลือกตั้ง ประชามติ รีเซ็ตการเมืองไทย ปี 2569โรดแมปยุบสภา เลือกตั้ง-ประชามติ รีเซ็ตการเมืองไทย ปี 2569 : ปี 2569 อาจกลายเป็นปีที่รัฐธรรมนูญใหม่ และ รัฐบาลใหม่ เดินเคียงกัน เปิดฉากการรีเซ็ตทางการเมืองไทยอีกครั้ง
Read more »
