เลือกตั้ง 66 : “ปานปรีย์” แจง ไร้ทหารควบคุมตัว-คลุมถุงดำ-อายัดบัญชี ตอนบินกลับไทย 19 ก.ย. 49

United States News News

เลือกตั้ง 66 : “ปานปรีย์” แจง ไร้ทหารควบคุมตัว-คลุมถุงดำ-อายัดบัญชี ตอนบินกลับไทย 19 ก.ย. 49
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 122 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 52%
  • Publisher: 63%

ขอให้ไปถาม “พิธา” เอง “ปานปรีย์” แจงเหตุการณ์ 19 ก.ย.49 บินกลับไทยในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนการค้า ไม่ถูกอายัดบัญชีการเงินหรือถูกกระทำใดๆเลย กลับบ้านเหมือนผู้โดยสารปกติทั่วไป เลือกตั้ง2566 ข่าวการเมืองไทยรัฐ

วันที่ 27 เมษายน 2566 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร คณะทำงานด้านนโยบายเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ชี้แจงถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทยในวันรัฐประหารและถูกควบคุมตัว รวมถึงถูกอายัดบัญชีการใช้จ่าย โดยได้เอ่ยชื่อนายปานปรีย์ ว่า ช่วงปี 2549 ตนเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนการค้าไทยรับผิดชอบอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยวันนั้นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็มีภารกิจที่ UN และตนเองก็ต้องไปปฏิบัติภารกิจด้วย ซึ่งระหว่างที่กำลังจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เวลาประมาณ 10 โมงตามเวลาท้องถิ่นก็มีข่าวว่าประเทศไทยเกิดการรัฐประหาร จึงยกเลิกกำหนดการทั้งหมด และเดินทางกลับประเทศไทย โดยช่วงเย็นวันที่ 19 กันยานยน 2549 เวลา 17.

00 น. ได้เดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับไทย ซึ่งระหว่างนั้นนายทักษิณยังเดินทางไม่ถึงสนามบินนิวยอร์ก แต่นายทักษิณกลับมาถึงสนามบินตี 5 ของอีกวัน ทั้งหมดที่อยู่บนเครื่องบินต่างอ่อนล้า เพราะอยู่บนเครื่องบินตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงตี 5 หลังจากขึ้นเครื่องบินมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมาบอกกับตนเองว่า ฝากน้องพิธากลับประเทศไทยด้วย เพราะมาเรียนอยู่ที่นิวยอร์ก ซึ่งตนก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เห็นเป็นนักศึกษา และไม่คิดว่าวันนี้จะมาเป็นนักการเมือง จากนั้นทั้งคณะก็ออกเดินทางจากนิวยอร์ก เมื่อเครื่องบินมาถึงประเทศไทยได้รับแจ้งว่าเครื่องน่าจะเข้าสนามบินดอนเมืองได้ เพราะไม่น่ามีปัญหา และนายทักษิณเดินทางถึงนิวยอร์กแล้ว แต่หลังจากที่เครื่องลงจอดที่สนามบินดอนเมืองได้ครึ่งชั่วโมง เครื่องจอดนิ่งจึงประเมินสถานการณ์ว่าคงไม่สู้ดี เลยเดินทางจากที่นั่งด้านหน้าไปท้ายเครื่องบิน ซึ่งมีนักข่าว เจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี และข้าราชการนั่งอยู่ ซึ่งตนได้เจอกับนายพิธาอีกครั้ง จึงบอกว่าได้ถูกยึดอำนาจเรียบร้อยแล้ว เครื่องบินลำนี้คงจะเข้าไปจอดที่บน.6 และขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ คิดว่าทหารคงไม่ทำอะไรกับคณะในเครื่องบินลำนี้ที่มาถึงส่วนนายพิธาจะขึ้นมาในฐานะผู้ช่วยของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในตอนนั้นหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ตอนนั้นทราบเพียงว่านายพิธาเป็นหลานของนายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขาส่วนตัวนายทักษิณ จึงไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเครื่องบินมีที่ว่าง ใครจะติดสอยมาด้วยก็ได้ ตนไม่ทราบเรื่องว่านายพิธามาในฐานะผู้ติดตามใคร เพราะตนเองก็เป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่มาทำงานต่างประเทศ ใครจะอาศัยเครื่องบินกลับมาก็ไม่ทราบ นอกจากคนที่จะรู้จักกัน เช่น สื่อมวลชนบางส่วนที่คุ้นหน้ากันอยู่แล้ว หลังจากนั้นมีทหารขึ้นมาตรวจบนเครื่องบินไม่นานก็ลงจากเครื่องไปและปล่อยทุกคนบนเครื่องบินออกมา ซึ่งตนเองถูกปล่อยตัวให้กลับบ้านทันที ไม่ได้ถูกเชิญตัวไปคุมขังหรือถูกคลุมถุงดำ แต่ของคนอื่นตนไม่ทราบ เพราะทุกคนต่างแยกย้ายกันออกไปแล้ว ทุกคนเดินตามหลังออกมาและบางส่วนก็ไปรอรับกระเป๋าเดินทาง ไม่เห็นมีปัญหา และที่นายพิธาให้สัมภาษณ์กับพิธีกรชื่อดังคนหนึ่งว่า ถูกจับกุมคลุมถุงดำและกักขังหลายชั่วโมง และถูกอายัดบัญชีการเงินนั้นข้อเท็จจริงตนก็ไม่สามารถทราบได้ ต้องไปถามนายพิธา แต่ตนเองไม่ถูกอายัดหรือถูกกระทำใดๆ เลย กลับบ้านเหมือนผู้โดยสารปกติทั่วไป ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ณ ขณะนั้น เป็นหัวหน้าผู้แทนการค้าไทย เป็นนักการเมือง เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งในเครื่องบินลำดังกล่าว ตนเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุด โดยนายปานปรีย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ทราบสถานะของนายพิธาในขณะนั้น ไม่ได้คิดอะไร คิดเพียงเป็นน้องคนหนึ่งไปเรียนเมืองนอก เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งบอกไปว่า กลับมาเมืองไทยแล้วขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียพ่อ ซึ่งตนได้พูดแค่นั้นกับนายพิธา และไม่ได้เจอกันอีกเลยจนวันนี้นายพิธาเป็นนักการเมือง

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-01 22:17:08