เลือกตั้ง 66 ดันเม็ดเงินโฆษณาสะพัดแค่ 1% ทีวี-ดิจิทัล-OOH แรง

United States News News

เลือกตั้ง 66 ดันเม็ดเงินโฆษณาสะพัดแค่ 1% ทีวี-ดิจิทัล-OOH แรง
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 168 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 71%
  • Publisher: 63%

จับตา “เลือกตั้ง 66” ดันเม็ดเงินโฆษณาสะพัด 1% จับตาทีวี ออนไลน์ OOH ยังฮอต คาดทั้งปีเติบโตได้ 4-7% ขึ้นกับปัจจัยบวกและลบ ส่งผลอุตสาหกรรมกลับมาใกล้เคียงปี 62 เลือกตั้ง66 ฐานเศรษฐกิจ

ที่ลดลงต่อเนื่องในปี 2563 และปี 2564 ซึ่งเป็นผลจากวิกฤติโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะงักงัน การใช้จ่ายเงินต่างๆ ลดลง ก่อนที่จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในปี 2565 แต่ก็ยังไม่เท่ากับช่วงปี 2562 ก่อนที่จะเกิดการระบาด อย่างไรก็ดีในปี 2566 เป็นที่คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายเงินโฆษณาจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว รวมถึงภาคธุรกิจที่กลับมาลงทุน และการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่เชื่อว่าจะทำให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณากลับมาสะพัดอีกครั้ง นางสาวกนกกาญจน์ ประจงแสงศรี MD, Data & Analytics, Initiative เปิดเผยว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาหรือเม็ดเงินโฆษณาในปีนี้ยังต้องจับตามองเรื่องของเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งแต่ละเซ็กเตอร์ต่างมีปัจจัยที่ส่งผลต่อภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องของท่องเที่ยวที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในส่วนของ service, hospitality และ airline และอีกหนึ่งปัจจัยบวกคือการจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศ และ public service เพราะฉะนั้นในภาพรวมถือว่ายังมีความหวัง แม้ว่าในช่วงต้นจะมีการชะลอตัวไปบ้างจะเห็นว่า ทุกครั้งที่มีการเมือง การเลือกตั้งระดับชาติ สเปนดิ้งจะเพิ่มอยู่ประมาณ 1% แต่หลังจากมีการเลือกตั้ง 2-3 เดือนจะเห็นภาพที่ดีขึ้นในมุมของการใช้จ่ายด้านการโฆษณา ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเป็นเช่นเดียวกัน และหลังจากนั้นเม็ดเงินกระตุ้นและอัดฉีดจากรัฐบาลที่อาจจะเห็นช้าลงจากการเมืองที่ยังไม่แน่นอน ทำให้มีทั้งมุมที่ดีและมุมที่เสี่ยง โดยบางหมวดธุรกิจ อาทิ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว, รถยนต์ เป็นต้น ก็มีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวและดีเลย์การใช้เงินในช่วงต้นทำให้มีภาพติดลบเล็กน้อย แต่หลังจากนี้น่าจะกลับมาหลังมีนาคมเป็นต้นไป ที่กราฟจะมีทิศทางที่ดีขึ้น และในช่วงสงกรานต์และหน้าร้อนจะเป็นช่วงที่ food and beverage ใช้เงินโฆษณาเยอะก็น่าจะเป็นทิศทางที่ดีในการกลับมาเติบโต ดังนั้นปีนี้การเติบโตไม่น่าจะต่างจากปี 2562 แต่ทั้งนี้ถ้าปัจจัยลบมาก อาจจะโตได้ประมาณ 4% แต่ถ้าเป็นเปัจจัยบวกมีมาก จะเห็นการเติบโตขึ้นได้ถึง 7% โดยสื่อที่ยังมีการสเปนดิ้ง สูงยังคงเป็นสื่อทีวี เพราะแม้ว่าผู้ชมจะลดลงแต่บทบาทของทีวียังเป็นสื่อที่เข้าถึงได้เร็วที่สุด เข้าถึงคนได้มากที่สุด ช่วยสร้างแบรนด์และสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ดังนั้นการออกแคมเปญใหญ่ๆ ทีวียังเป็นสื่อสำคัญอยู่ แต่ในแง่ของราคาอาจจะไม่ได้ขึ้นมาก อาจจะปรับขึ้นตามเรตติ้งเท่านั้น เพราะฉะนั้นมองว่าโฆษณาจะเติบโตได้ประมาณ 2-3% ส่วนเทรดดิชั่นนอล มีเดีย ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ หรือสิ่งพิมพ์ จะลดลงตามธรรมชาติ ส่วนสื่อ Out of Home ในส่วนของอินสโตร์ ไม่ได้เติบโตขึ้น เพราะพฤติกรรมการซื้อขายถูกชิปไปที่ออนไลน์เยอะขึ้น ทำให้ปีนี้ออนไลน์น่าจะเติบโต 7% ด้านนางสาวนันท์นภัส โชติรัตนะกาญจน์ HEAD OF INVESTMENT OMNICOM MEDIA GROUP กล่าวว่า การขยายตัวของสื่อ เป็นสิ่งที่เอเจนซี่ให้ความสนใจค่อนข้างมาก ในส่วน TV จะประกอบไปด้วย 2 แฟคเตอร์ คือ ราคาและผู้ชม ซึ่งในปีที่ผ่านมา เรตโฆษณาของทีวีอยู่ที่ 6.

39% จากการที่ผู้ชมลดลง -5.6% ในขณะที่ปีนี้คาดการณ์ว่าภาพการขยายตัวของสื่อทีวี และเรตติ้งจะเพิ่มขึ้นแต่ราคาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาก ประมาณ 0.7% ในช่วงของไพร์มไทม์ ซึ่งมีเรตติ้งที่ดีและมีความต้องการค่อนข้างเยอะทำให้มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่แฟคเตอร์หลักๆที่เกิดขึ้นมาจากผู้ชมที่ลดลงค่อนข้างเห็นได้ชัดประมาณ -5.27% เพราะฉะนั้นเรตโฆษณา TV inflation จะขึ้นอยู่ประมาณ 6.30%ทำให้การใช้จ่ายมีการปรับตัวขึ้นจากเฟคเตอร์นี้ สำหรับสื่ออื่นๆในฝั่งออฟไลน์ สื่อที่มีความสำคัญอย่างมากในตอนนี้คือสื่อ OOH เพราะยังมีความต้องการสูงหลังจากโควิดจบลงผู้คนออกมาใช้ชีวิตข้างนอกทำให้ผู้บริโภคได้รับรู้และเห็นสื่อโฆษณา รวมถึงการเลือกตั้งจะทำให้เห็นสื่อ OOH มากขึ้น และคนโฆษณาเองก็เห็นความสำคัญของการกลับมาใช้จ่ายกับสื่อ OOH ทำให้การโฆษณาเติบโตขึ้นประมาณ 9% ในขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ปรับตัวขึ้น 1% จากสื่อแม็กกาซีนหัวนอกที่เป็นที่ต้องการของกลุ่มสินค้าลักชัวรี ทำให้หนังสือกลุ่มนี้เพิ่มราคาโฆษณาขึ้น ส่วนสื่อวิทยุกับสื่อโรงภาพยนตร์ มีการกลับมาสเปนดิ้งใน 2 สื่อนี้เล็กน้อย แต่ราคาไม่มีการปรับตัวขึ้นทำให้คาดการณ์ว่าการเติบโตจะทรงตัว ดังนั้นโดยรวมภาพของการโฆษณาสื่อต่างๆ เพิ่มขึ้นราว 5.65% ขณะที่นายภวัต เรืองเดชวรชัย MAAT’s Vice President และ PRESIDENT & CEO MI GROUP กล่าวว่า ในช่วง 2 -3 ปีนี้ ภูมิทัศน์สื่อจะกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่งขึ้น จากการกระจายตัวของ “แพลตฟอร์มสื่อ” โดยเฉพาะด้านออนไลน์ ทำให้โลกการสื่อสารซับซ้อนและยากต่อการเจาะกลุ่มเป้าหมายให้แม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันในด้านพฤติกรรมผู้บริโภคก็มีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน และมีการแตกกระจายเป็นกลุ่มก้อนที่ยิบย่อยมากขึ้น และลงลึกไปในระดับ Subculture และยิ่งเมื่อสังคมไทยได้ก้าวสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มตัว แต่เจนเนอเรชั่นใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในสังคมมีอัตราที่ลดต่ำลง ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการบริโภคสื่อทั้งด้านออฟไลน์และออนไลน์ อย่างไรก็ดีในปีนี้ ประเมินว่าภาพรวมตัวเลขจะบวก 6% ของเม็ดเงินโฆษณาทั้งหมด รวมถึงสื่อดิจิตอล โดยการเติบโตหลักๆมาจากบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการออกไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยว ผ่อนคลายและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล เพราะสังคมไทยปัจจุบันเป็น Digital society เต็มตัว ส่งผลให้การสเปนดิ้งในหมวดหมู่ต่างๆเหล่านี้มีความคึกคักมากขึ้นเป็นพิเศษ เช่น fast food เติบโต +79% เทรดแฟร์ +188% คอนเสิร์ต ซึ่งไม่ได้จัดงานเลยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทำให้เติบโตถึง 706% และแอร์ไลน์ + 80% ขณะที่การเติบโตของเม็ดเงินในฝั่งของ Digital society เติบโตตาม Digital Lifestyleของคนหลังโควิดที่ใช้ชีวิตบนดิจิทัลมากขึ้นจนพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปและไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม โดย E-marketplace ยังคงเติบโตต่อเนื่อง 13% การจองตั๋วเครื่องบินโรงแรมต่างๆผ่านทางอีคอมเมิร์ซเติบโต +345%, video streaming +23%,Online Game +12% นอกจากนี้คนไทยคอนเซิร์นเรื่องของสุขภาพตั้งแต่ในช่วงโควิดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันส่งผลให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเฮลท์เติบโตตามไปด้วย โดยสินค้าที่เกี่ยวกับยาแก้ไอ แก้ไข้ มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 99% ตามมาด้วยหมวดอาหารไม่ย่อย +163%และในกลุ่มของโรงพยาบาลและคลินิก +45% และสุดท้ายอุตสาหกรรมธนาคารและการเงิน โดยเฉพาะแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถมือสองเติบโต +753% ตามด้วยการขายผ่านออนไลน์ เติบโต +124 % และสินเชื่อส่วนบุคคล +99% แต่ในปีคาดว่าสินเชื่อส่วนบุคคลน่าจะแผ่วลงหลังจากหนี้ครัวสูงขึ้นทำให้การปล่อยกู้สินเชื่อยากขึ้นตามไปด้วย สำหรับการใช้จ่ายเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส 1 ปี 2566 มีการใช้จ่ายเงินผ่านสื่อต่างๆ ไปแล้ว 26,285 ล้านบาท โดยสื่อทีวี ยังคงเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีการใช้จ่ายไปแล้ว 13,478 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ อินเตอร์เน็ต 6,626 ล้านบาท สื่อนอกบ้าน 3,670 ล้านบาท โรงภาพยนตร์ 866 ล้านบาท วิทยุ 811 ล้านบาท สิ่งพิมพ์ 651 ล้านบาท สื่อ ณ จุดขาย 176 ล้านบาท

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เลือกตั้ง 66 : เนชั่นวิเคราะห์ “พิษณุโลก” แข่งกันดุเดือดทั้ง 5 เขตเลือกตั้ง 66 : เนชั่นวิเคราะห์ “พิษณุโลก” แข่งกันดุเดือดทั้ง 5 เขตเนชั่นวิเคราะห์ สนามพิษณุโลก ทั้ง 5 เขต ในศึกเลือกตั้ง 66 คาด เพื่อไทย ภูมิใจไทย ก้าวไกล ได้พรรคละ 1 ที่นั่ง รวมไทยสร้างชาติ ได้ 2 ที่นั่ง อ่านบทความ เจาะสนามเลือกตั้ง66 พิษณุโลก เนชั่นวิเคราะห์ NationOnline
Read more »

เลือกตั้ง 66 : น่าน “เพื่อไทย” ยังยืนหนึ่ง คาด กวาด 3 เขตยกจังหวัดเลือกตั้ง 66 : น่าน “เพื่อไทย” ยังยืนหนึ่ง คาด กวาด 3 เขตยกจังหวัดเนชั่นวิเคราะห์ เลือกตั้งจังหวัดน่าน สนามที่ “พรรคเพื่อไทย” ต้องชนะเท่านั้น โดยมีศักดิ์ศรี 'หัวหน้าพรรค' เป็นเดิมพัน อ่านบทความ เจาะสนามเลือกตั้ง66 เนชั่นวิเคราะห์ น่าน พรรคเพื่อไทย NationOnline
Read more »

เลือกตั้ง'66:ลุงป้อมนำไหว้ศาลหลักเมืองขอนแก่น ปัดมีสูตรจับขั้วตั้งรบ.แล้ว : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66:ลุงป้อมนำไหว้ศาลหลักเมืองขอนแก่น ปัดมีสูตรจับขั้วตั้งรบ.แล้ว : อินโฟเควสท์พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ 11 ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น ทำพิธีสักการะบูชาศาลหลักเมือง พร้อมถวายบายศรีทั้ง 4 ทิศ เอาฤกษ์เอาชัยโดยผู้ทำพิธีได้นำภาวนาให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จากนั้น ได้มาปิดทองเสาหลักเมืองจำลอง 4 ทิศ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ และเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่นทั้ง 11 เขต ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ หาเสียงให้เรียก”พี่ตู่”ว่า ตนเป็นพี่ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วเรียกพี่ป้อมได้หรือไม่ พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า อยากเรียกอะไรก็เรียก เมื่อถามถึงกระแสข่าวตอนนี้มีการประกาศจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า ใคร ที่บอกหลายพรรค ใครบ้าง เมื่อถามว่า มีสูตรจับขั้ว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามย้ำว่า […]
Read more »

เลือกตั้ง'66:'ชัยวุฒิ'ปลื้มเด็กแฝดแฟนคลับลุงป้อม มั่นใจเมืองคอนมาแน่ : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66:'ชัยวุฒิ'ปลื้มเด็กแฝดแฟนคลับลุงป้อม มั่นใจเมืองคอนมาแน่ : อินโฟเควสท์นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงที่จ.นครศรีธรรมราช โดยร่วมตักบาตร หน้าวัดพระธาตุ นครศรีธรรมราช ร่วมกับนายรงค์ บุญสวยขวัญ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 เบอร์ 1 พรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ เปิดเผยว่า มั่นใจในผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ จ.นครศรีธรรมราช เพราะที่ผ่านมาทุกคนอยู่ในพื้นที่ และดูแลประชาชน ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ได้รับการตอบรับจากประชาชน เป็นอย่างดี เพราะ บุคลิกท่านหัวหน้าพรรค เป็นกันเองเข้าถึงง่าย สัมผัสได้ นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่ นายชัยวุฒิ ได้ พบกับนายวิทยา แก้วภราดัย และบุตรชาย นายพูน แก้วภราดัย ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 เบอร์ 8 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซึ่งมีการทักทาย พูดคุยกัน ก่อนที่ต่างฝ่ายจะเดินไปหาเสียงกันต่อ ในระหว่างนั้น นายชัยวุฒิ ก็ต้องตกใจ เมื่อมีเด็กๆ […]
Read more »

มรสุมดราม่าเลือกตั้งโค้งสุดท้าย | เดลินิวส์มรสุมดราม่าเลือกตั้งโค้งสุดท้าย | เดลินิวส์มาแล้วสำหรับผลโหวตโพล “เดลินิวส์ X มติชน เลือกตั้ง ’66 รอบสอง” ทำการสำรวจเมื่อวันที่ 22-28 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยรอบนี้มีประชาชนร่วมโหวตมากถึง 78,583 ราย โหวตอนาคต โพลเลือกตั้งเดลินิวส์มติชน เลือกตั้งล่วงหน้า เลือกตั้ง66 เดลินิวส์
Read more »

เลือกตั้ง 2566 'ปราปต์ปฎล' การต่อสู้บทใหม่ จากศิลปินดาราสู่'สนามการเมือง'เลือกตั้ง 2566 'ปราปต์ปฎล' การต่อสู้บทใหม่ จากศิลปินดาราสู่'สนามการเมือง'การต่อสู้บทใหม่ของ'ปราปต์ปฎล' จากศิลปินดาราสู่ 'สมรภูมิเลือกตั้ง 66 ' อ่านข่าวเพิ่มเติม ปราบต์ปฎล การเมือง เลือกตั้ง66 เลือกตั้ง พรรคการเมือง ข่าววันนี้ NationOnline
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:48:03