เมื่อวันที่ 14 ก.ค.
เมื่อวันที่ 14 ก.ค.68 เพจเฟซบุ๊ก"Sulkiflee Saei" โพสต์รูป พร้อมข้อความระบุว่า วันนี้ผมขอนำเสนอ แรร์เคสในพื้นที่อื่นแต่เจอได้ที่วอร์ดเด็ก โรงพยาบาลปัตตานี ซึ่งตอนนั้นผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้าเวรวอร์ดเด็ก ก็ได้ดูว่าตอนนั้นมีรับใหม่หรือไม่ในเวร ณ เวลานั้น ก็พบว่าไม่มีเคสรับใหม่ แต่มีเคสหนึ่งที่น่าสนใจมากจนพี่พยาบาลทักว่า “น้องหมอมีเคส ” ผมกับเพื่อนเลยไปซักประวัติพบว่าเป็นเคสเด็กชายอายุ 8 ปี มาด้วยอาการปวดกราม ร่วมกับมีกลืนน้ำลายไม่ได้ อ้าปากไม่ได้ ปวดหลัง มีหลังแข็งเป็นบางช่วง เดินแข็งเกร็ง ประมาณ 4 วันก่อนมาโรงพยาบาล ตรวจร่างกายพบว่า vital signs stable, alert, no dyspnea, limit open mouse, stiffneck ; positive, clonus ; positive และได้ตรวจ spatula test พบว่า positive ซึ่งเป็นการตรวจที่มี sentivity และ specificity สูง อาจารย์แพทย์ที่มาราวน์จึงนึกถึงโรคบาดทะยัก ซึ่งในคนที่เป็นบาดทะยัก เกิดจากการติดเชื้อ Clostridium tetani ที่ปนเปื้อนผ่านเข้ามาทางบาดแผลที่สกปรก หรือถ้าไม่มีแผลตามตัวก็ให้ลองเปิดปากคนไข้อาจจะมีฟันผุ โดยจะมีอาการแข็งเกร็งเริ่มจากกล้ามเนื้อที่มี axon สั้นก่อน คือ เริ่มต้นจากบริเวณใบหน้า จากนั้นกระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อคอ ลำตัว และแขนขา ซึ่งถ้ามีการแข็งเกร็งที่ขากรรไกรทำให้ขากรรไกรแข็ง จากนั้นมีการแข็งเกร็ง ตามมาด้วยการอ้าปากได้น้อย จากนั้นจะเกิดการเกร็งตังของกล้ามเนื้อหลัง ทำให้หลังแอ่น ทั้งนี้ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี การรักษาที่สำคัญนั้น คือ การให้ Human tetanus immunoglobulin ร่วมกับให้ antibiotic อาจจะพิจารณาให้ penicillin หรือ metronidazole เป็นเวลา 7-10 วัน รวมไปถึงการให้ sedative กลุ่ม benzodiazepine เพื่อควบคุม spasm และ hypersymphathic activity และให้ baclofen เพื่อควบคุมการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งในเคสนี้ประวัติที่สำคัญเลยคือ ฉีดวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์เด็กไทย ฉีดล่าสุดตอนแรกเกิด ซึ่งวัคซีนป้องกันบาดทะยักเด็กไทยควรได้รับตอนอายุ 2,4,6 เดือน 18 เดือน 4-6 ปี และกระตุ้นทุกๆ 10 ปี สุดท้ายนี้ผมจึงอยากชวนเชิญผู้ปกครองให้ลูกหลานไปฉีดวัคซีนตามเกณฑ์เด็กไทยให้ครบตามช่วงอายุ เพื่อป้องกันโรคภัยที่เป็นอันตรายถึงขั้นพิการและเสียชีวิต.
เมื่อวันที่ 14 ก.ค.68 เพจเฟซบุ๊ก"Sulkiflee Saei" โพสต์รูป พร้อมข้อความระบุว่า วันนี้ผมขอนำเสนอ แรร์เคสในพื้นที่อื่นแต่เจอได้ที่วอร์ดเด็ก โรงพยาบาลปัตตานี ซึ่งตอนนั้นผมกับเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้าเวรวอร์ดเด็ก ก็ได้ดูว่าตอนนั้นมีรับใหม่หรือไม่ในเวร ณ เวลานั้น ก็พบว่าไม่มีเคสรับใหม่ แต่มีเคสหนึ่งที่น่าสนใจมากจนพี่พยาบาลทักว่า “น้องหมอมีเคส ” ผมกับเพื่อนเลยไปซักประวัติพบว่าเป็นเคสเด็กชายอายุ 8 ปี มาด้วยอาการปวดกราม ร่วมกับมีกลืนน้ำลายไม่ได้ อ้าปากไม่ได้ ปวดหลัง มีหลังแข็งเป็นบางช่วง เดินแข็งเกร็ง ประมาณ 4 วันก่อนมาโรงพยาบาล ตรวจร่างกายพบว่า vital signs stable, alert, no dyspnea, limit open mouse, stiffneck ; positive, clonus ; positive และได้ตรวจ spatula test พบว่า positive ซึ่งเป็นการตรวจที่มี sentivity และ specificity สูง อาจารย์แพทย์ที่มาราวน์จึงนึกถึงโรคบาดทะยัก ซึ่งในคนที่เป็นบาดทะยัก เกิดจากการติดเชื้อ Clostridium tetani ที่ปนเปื้อนผ่านเข้ามาทางบาดแผลที่สกปรก หรือถ้าไม่มีแผลตามตัวก็ให้ลองเปิดปากคนไข้อาจจะมีฟันผุ โดยจะมีอาการแข็งเกร็งเริ่มจากกล้ามเนื้อที่มี axon สั้นก่อน คือ เริ่มต้นจากบริเวณใบหน้า จากนั้นกระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อคอ ลำตัว และแขนขา ซึ่งถ้ามีการแข็งเกร็งที่ขากรรไกรทำให้ขากรรไกรแข็ง จากนั้นมีการแข็งเกร็ง ตามมาด้วยการอ้าปากได้น้อย จากนั้นจะเกิดการเกร็งตังของกล้ามเนื้อหลัง ทำให้หลังแอ่น ทั้งนี้ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี การรักษาที่สำคัญนั้น คือ การให้ Human tetanus immunoglobulin ร่วมกับให้ antibiotic อาจจะพิจารณาให้ penicillin หรือ metronidazole เป็นเวลา 7-10 วัน รวมไปถึงการให้ sedative กลุ่ม benzodiazepine เพื่อควบคุม spasm และ hypersymphathic activity และให้ baclofen เพื่อควบคุมการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งในเคสนี้ประวัติที่สำคัญเลยคือ ฉีดวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์เด็กไทย ฉีดล่าสุดตอนแรกเกิด ซึ่งวัคซีนป้องกันบาดทะยักเด็กไทยควรได้รับตอนอายุ 2,4,6 เดือน 18 เดือน 4-6 ปี และกระตุ้นทุกๆ 10 ปี สุดท้ายนี้ผมจึงอยากชวนเชิญผู้ปกครองให้ลูกหลานไปฉีดวัคซีนตามเกณฑ์เด็กไทยให้ครบตามช่วงอายุ เพื่อป้องกันโรคภัยที่เป็นอันตรายถึงขั้นพิการและเสียชีวิต
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ล่าไอ้หื่น! ชายวัย 30 ปี ลาก ด.ญ. 10 ขวบไปชำเรากลางป่าใกล้สุสานจีนด.ญ.วัย 10 ขวบ ถูกชายวัย 30 ปี ล่อลวงไปกระทำชำเรากลางป่าใกล้สุสานจีน ก่อนทิ้งไว้กลางสี่แยก ให้เดินกลับบ้าน
Read more »
'ปวดหลัง-เครียด-นั่งนาน' ระเบิดเวลาทำลายสุขภาพออฟฟิศซินโดรม โรคร้ายที่พบเจอมากขึ้นกับยุคสมัยใหม่ ที่ต้องทำงานก้มหน้ามองจอมือถือคอมพิวเตอร์ ทำให้อาการนี้พบเจอได้ในคนไข้อายุน้อยลงเรื่อย ๆ ทำให้โรคพัฒนาไปเป็นอาการข้อเสื่อมในคนอายุน้อยจึงเป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งบทความให้ความรู้โดย นพ.ฉัตรดนัย พันธุ์อุดม (ว.
Read more »
ศูนย์รับเลี้ยงเด็กปฐมวัยขยายเวลารับเลี้ยงลดภาระผู้ปกครองสถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ที่รับเลี้ยงเด็ก 1-6 ขวบ ลดความกังวลของผู้ปกครอง ทั้งขยา...
Read more »
ปวดหลัง นั่งนาน เครียดเรื้อรัง ระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ ‘ออฟฟิศ’อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์
Read more »
ออกหมายจับ 'บังเอ็น' กราดยิงเพื่อนบ้านดับพร้อมลูก 1 ขวบตร.เกาะลันตา ออกหมายจับ 'บังเอ็น' ก่อเหตุยิง เพื่อนบ้านดับพร้อมลูก 1 ขวบ เหตุขอ 'นกขุนทองคืน' ถูกพูดจาหยาบใส่
Read more »
แม่พาลูกสาว ไหว้พระบน 7 วัด หวังพบสามี แต่เครียด พยายามขับรถชนคันอื่นแม่พาลูกสาววัย 10 ขวบ ไหว้พระบนบาน 7 วัด หวังให้สามีกลับมาหา หลังหายไป 2 เดือน สุดท้ายเครียดจัด พยายามจะขับรถชนคันอื่น ลูกสาวกลัว จนให้แม่จอดรถและวิ่งขอความช่วยเหลือ
Read more »
