เปิดข้อเสนอ ป.ป.ช.! ป้องกัน ‘นายทุน’ยึดที่ดินหลวง ก่อนฟัน‘สุนทร-กนกวรรณ’รุกเขาใหญ่ isranews สำนักข่าวอิศรา ปปช สุนทร กนกวรรณ
สำหรับการจัดการปัญหาการบุกรุกและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นโยบายของภาครัฐ เช่น นโยบายเพื่อการแก้ปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่าไม้ ,การปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐ และการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ เป็นต้น ได้เปิดช่องให้มีการบุกรุกและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ของรัฐโดยมิชอบมากขึ้น ที่สำคัญนอกจากนโยบายของภาครัฐดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะเปิดช่องและเอื้อประโยชน์ให้ ‘นายทุน’ ใช้เป็นช่องว่างในการบุกรุกที่ดินของรัฐแล้ว ยังพบว่าหลายกรณีมี ‘เจ้าหน้าที่ของรัฐ’ ให้การสนับสนุน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีเจตนาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ‘ร่วมกันทุจริต’ เสียเอง จากปัญหาดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มิ.
ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้มีข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ กรณีปัญหาการบุกรุกและใช้ประโยชน์ในที่ดินป่า ตามหนังสือที่ ปช.0011/0083 ลงวันที่ 4 เม.ย.2565 มีรายละเอียด ดังนี้ด้านการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ 1) คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ควรบูรณาการหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อการบริหารจัดการที่ดิน ประกอบด้วย ข้อมูลการถือครองที่ดินและทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐในภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งกรณีที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิ และข้อมูลการยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐทุกประเภท รวมทั้งให้มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชนด้วย 2) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เห็นควรตรวจสอบและคัดกรองผู้มีคุณสมบัติด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักกับฐานข้อมูลระบบสวัสดิการแห่งรัฐ และข้อมูลการถือครองที่ดินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม และต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนในการครอบครองที่ดินของรัฐ รวมทั้งให้กำหนดแนวทางการแก้ปัญหาการให้ตัวแทนอำพราง ถือครองที่ดินแทนด้วย 3) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรมีการตรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงที่ดินของรัฐจากการบุกรุก และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างสม่ำเสมอทุกปี เพื่อมั่นใจว่าที่ดินที่มอบสิทธิในการใช้ประโยชน์ให้กับชุมชน ไม่ได้มีการขยายขอบเขตเพิ่มเติม และไม่ได้มีการถูกโอนหรือเปลี่ยนมือไปเป็นของนายทุนหรือผู้มีอิทธิพล รวมทั้งมีการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น การลงโทษ การยึดคืนที่ดิน เป็นต้น และการลงโทษข้าราชการที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ให้เกิดการบุกรุกและการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐโดยมิชอบ 4) พื้นที่ที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินไปแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีแผนงานโครงการในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับผู้ได้รับจัดที่ดิน รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ให้มีการใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดิน1) รัฐบาลควรให้การสนับสนุนและเร่งรัดการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สัมฤทธิผล สามารถบูรณาการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐให้ชัดเจนและไม่ทับซ้อนกัน และให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กำหนดแผนการดำเนินงาน และกรอบระยะเวลาการดำเนินการที่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ เพื่อมิให้การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐเกิดความล่าช้า ให้มีการประกาศใช้แผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ เฉพาะบริเวณพื้นที่ผ่านการปรับปรุงแนวเขตที่ดินที่เสร็จแล้ว และไม่มีปัญหาความขัดแย้งก่อน รวมทั้งให้เร่งรัดดำเนินการในพื้นที่เศรษฐกิจซึ่งที่ดินมีราคาสูงด้วย 2) ในขั้นตอนการดำเนินงานปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการฯ เห็นควรให้มีการชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการปฏิบัติและการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน 3) เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ ในบริเวณพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐ รวมทั้งการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยา หากการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชน 4) เมื่อดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการฯ แล้วเสร็จ ในพื้นที่จังหวัดใด เห็นควรให้ดำเนินการเปิดเผยแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐที่ผ่านการรับรองแล้วในระบบอินเตอร์เน็ตหรือแอปพลิเคชัน ด้านการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกที่ดินของรัฐ1.1) เมื่อมีการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการฯ แล้ว หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาที่ดินของรัฐทุกประเภท ควรมีการตรวจสอบแนวเขตที่ดินของรัฐอย่างละเอียดรอบคอบ โดยจะต้องดำเนินการจัดให้มีหลักเขต ป้าย และเครื่องหมายแสดงแนวเขตให้ชัดเจน และต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ที่รับผิดชอบเพิ่มเติม รวมทั้งพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพกับผู้บุกรุกในพื้นที่ใหม่ด้วยความรวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ 1.2) เห็นควรให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาที่ดินของรัฐทุกประเภท ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนในการบริหารจัดการที่ดินของรัฐทั้งระบบ ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป มีการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการครอบครองหรือใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐอย่างมีส่วนร่วม 1.3) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาที่ดินของรัฐทุกประเภท ควรเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ให้ผู้กระทำผิดมีความเกรงกลัว ไม่กล้ากระทำความผิดในกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มิใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรบูรณาการหน่วยงานทั้งหมดที่มีการบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2465 เป็นต้น2) ด้านการบูรณาการและส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน 2.1) เห็นควรให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาให้จังหวัดดำเนินการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และให้จำนวน คุณภาพ และขนาดที่ดินของรัฐ เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญด้านประสิทธิภาพในการบริหารราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารพื้นที่ที่ดินของรัฐซึ่งต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานในทุก 6 เดือน และ 12 เดือน 2.2) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาที่ดินของรัฐทุกประเภท เช่น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมธนารักษ์ เป็นต้น ควรพิจารณากันพื้นที่ป่าที่มีสภาพป่าไม้สมบูรณ์ หรืออยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 และส่งมอบให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อสร้างมาตรการป้องกันและดูแลให้เกิดความยั่งยืนต่อไป 2.3) ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการจัดสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือการให้บริการสาธารณะต่างๆ จัดบริการดังกล่าวแก่ผู้ที่บุกรุกที่ดินของรัฐ เช่น การออกเลขที่บ้าน น้ำประปา ไฟฟ้า การส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจ การจดทะเบียนสถานประกอบการ เป็นต้น และให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างจริงจัง 2.4) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาที่ดินของรัฐทุกประเภท ควรมีการส่งเสริมการสร้างทัศนคติและปลูกจิตสำนึกให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน เพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมจากการทุจริต และให้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและช่องทางของประชาชนในการเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสการบุกรุกที่ดินของรัฐด้านการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินป่าไม้ 1) การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินป่าไม้ทุกประเภทของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เห็นควรปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยจะต้องได้รับอนุญาตก่อน จึงจะเข้าดำเนินการได้ หากปรากฎว่า ยังมีส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐใด เข้าทำประโยชน์ในที่ดินป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการปฏิบัติโดยมิชอบ ตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ให้ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ในขั้นตอนการขอจัดสรรงบประมาณของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่มีแผนงานโครงการในที่ดินป่าไม้ เห็นควรประสานหน่วยงานผู้อนุญาตก่อนล่วงหน้า และหากยังไม่ได้รับอนุญาตห้ามมิให้จัดสรรงบประมาณให้ 2) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจในการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ที่ดินป่าไม้ทุกประเภท ควรจัดทำแผนที่แสดงความเหมาะสมการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ โดยการจำแนกพื้นที่ต่างๆ ตามหลักวิชาการและหลักเกณฑ์การอนุญาตตามระเบียบการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ที่ดินป่าไม้ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้หน่วยงานของรัฐใช้ในการวางแผน และใช้ในการพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ 3) เห็นควรให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาปรับปรุงแก้ไขระเบียบการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ที่ดินป่าไม้ทุกประเภท ดังนี้ 3.1) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้มีความชัดเจน เพื่อลดปัญหาการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐในการพิจารณา เช่น กรณีการกำหนดคำนิยามคำว่า ‘ไม่เป็นพื้นที่ป่าที่มีสภาพป่าไม้สมบูรณ์’ ตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ.2558 ให้มีความชัดเจน 3.2) ปรับปรุงการพิจารณาอนุญาต ให้มีการพิจารณาผ่านคณะกรรมการในระดับจังหวัด เช่น มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ และองค์ประกอบของกรรมการประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่มีพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบตามกฎหมายทุกแห่ง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ป่าแห่งนั้นตั้งอยู่ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง 3.3) ปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน หรือผู้มีส่วนได้เสีย จากโครงการของรัฐหรือที่รัฐอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าไม้ทุกประเภทให้มากขึ้น เช่น การประชาพิจารณ์ การสำรวจความคิดเห็น การเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ เป็นต้น โดยมุ่งให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการ และรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อโครงการนั้น รวมทั้งความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนด้วย การติดตามเงื่อนไขการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ที่ดินป่าไม้ เห็นควรให้ภาคประชาชน ชุมชน ผู้นำท้องที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม และจะต้องเปิดเผยข้อมูลการขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ ได้แก่ ชื่อหน่วยงาน/นิติบุคคล/บุคคลที่ขอใช้/บุคคลที่อยู่ระหว่างการขอ วัตถุประสงค์การขอใช้ แผนที่ ระยะเวลาเช่า และจำนวนพื้นที่ที่ขอใช้ทำประโยชน์ต่อสาธารณะ เหล่านี้เป็นข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ กรณีปัญหาการบุกรุกและใช้ประโยชน์ในที่ดินป่า ที่เสนอให้ ครม.รับทราบ และมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อไป ที่สำคัญหลังจาก ป.ป.ช. ได้มีข้อเสนอแนะ เรื่อง มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ กรณีปัญหาการบุกรุกและใช้ประโยชน์ในที่ดินป่า ตามหนังสือที่ ปช.0011/0083 ลงวันที่ 4 เม.ย.2565 ไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเข้าที่ประชุม ครม. แล้ว เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2565 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาฯ ป.ป.ช. ได้ออกมาแถลงผลมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด สุนทร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปราจีนบุรี และ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กับพวก กรณีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในเขต จ.ปราจีนบุรี เป็นทางการ หลังจากได้รับการประสานงานจากอัยการให้ตามตัวผู้ถูกกล่าวหาไปรายงานตัวต่อพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องคดีต่อศาลฯ ก่อนที่คดีจะหมดอายุความในวันที่ 13 มิ.ย.2565 หากนับระยะเวลาช่วงที่ ป.ป.ช.เสนอเรื่องต่อ ครม. กับการออกมาแถลงผลชี้มูลความผิดคดีนายสุนทร วิลาวัลย์ -พวก ห่างกันประมาณ 2 เดือน !
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รวบ รปภ.เมายา 'โคลนาซีแพม' อาละวาดชักปืนโชว์บนรถเมล์ รับกินให้อึดทน ก่อนไปเผด็จศึกเมียชุด ป.หัวหมาก ดักหน้าโรงพัก รวบชายนราฯ คลั่งยา โชว์ปืนโวยวายบนรถเมล์ ค้นตัวพบยาโคลนาซีแพม รับสารภาพ กำลังไปหาแฟนสาว เลยกินไป 1 เม็ด เพื่อให้อึดทนในการร่วมรัก .
Read more »
“เรือ-โดรน-สงคราม” ยุทธศาสตร์ลาก “กองทัพ” เขย่าอำนาจ 3 ป.rerun | แม้ “พล.อ.ประยุทธ์ ” จะมั่นใจว่า “ศึกซักฟอก”ผ่ านฉลุย แต่ได้เน้นย้ำ 'ผบ.เหล่าทัพ' ให้เตรียมข้อมูลสนับสนุนรัฐบาล เพราะปัญหาภายในกองทัพ ที่เกี่ยวพัน 'พี่น้อง 3 ป.' อาจส่งผลให้ตกเก้าอี้นายกฯแบบไม่รู้ตัว กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »
ชาวบ้านขอมา! นายกอบจ.มุกดาฯ แจงทำถนนเขตป่าสงวนฯ หลัง ป.ป.ช.สอบสั่งชะลอไปแล้วพ.ต.ท.ดร.จิตต์ ศรีโยหะ นายกอบจ.มุกดาหาร แจงปมสร้างถนนลูกรังในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงหมู ล่าสุด สั่งชะลอแล้ว เผยเป็นโครงการต่อเนื่องทำมาตั้งแต่ปี 60 ก่อนตนเองเข้ารับตำแหน่ง ดำเนินงานตามความต้องการชาวบ้าน 3 ตำบล เพาะปลูกผลผลิตการเกษตรเพียบ ยันทำเรื่องขออนุญาตตามมติครม.ช่วงเดือน ก.ย.64 ปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐานส่ง ป.ป.ช.
Read more »
จาก 'สะพานพิบูลสงคราม' สู่ 'สะพานท่าราบ'“สะพานพิบูลสงคราม” นั่นหลายคนน่าจะทราบดีว่า มาจากชื่อบรรดาศักดิ์ที่ต่อมาเป็นนามสกุลของ “จอมพล ป. พิบูลสงคราม” บรรดาศักดิ์เดิม คือ “หลวงพิบูลสงคราม” นามเดิม
Read more »
นายกฯ ขอบคุณคนไทย ยังยกการ์ดสูงป้องกันโควิดนายกฯ ขอบคุณคนไทย ยัง “ยกการ์ดสูง” หลังอนามัยโพล เผย ประชาชนป้องกันตนเองมากขึ้น แม้จะคลายมาตรการแล้ว
Read more »
