เปิดหนังสือแจ้งฉบับเต็มจากเนสท์เล่ (ไทย) กรณีข้อพิพาทกับตระกูลมหากิจศิริ ส่งผลให้หยุดจำหน่ายเนสกาแฟในไทยตามคำสั่งศาล กระทบตลาดกาแฟมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท พร้อมอ่านรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับสาเหตุและผลกระทบ
บริษัท เนสท์เล่ จำกัด ขอขอบคุณที่ท่านให้การสนับสนุน เนสท์เล่ เป็นอย่างดีตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจ เนสกาแฟ ให้ท่านได้รับทราบ เนสท์เล่ เป็นเจ้าของแบรนด์ เนสกาแฟ แต่เพียงผู้เดียว โดยตั้งแต่ปี พ.
ศ. 2533 จนถึง พ.ศ. 2567 เนสท์เล่มีสัญญาการร่วมทุนกับนายประยุทธ มหากิจศิริ และได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด ซึ่งถือหุ้นฝั่งละ 50/50 เพื่อดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟในประเทศไทย เมื่อไม่นานมานี้ สัญญาการร่วมทุนดังกล่าวได้ยุติลง ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา และการยุติสัญญาดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายโดยคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการสากล ถึงแม้จะมีความพยายามอย่างมากในการพูดคุยเกี่ยวกับทิศทางของบริษัท QCP กับตระกูลมหากิจศิริ แต่ผู้ถือหุ้นทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ถึงอนาคตของบริษัท QCP ทางเนสท์เล่ เอส เอ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเลิกบริษัท QCP ในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งกระบวนการพิจารณาคำร้องเพื่อขอเลิกบริษัทอยู่ในการพิจารณาของศาล ในช่วงเดือนมีนาคม ถึง เมษายน ปี พ.ศ. 2568 นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ได้ฟ้องร้องต่อศาลแพ่งมีนบุรีเพื่อดำเนินคดีแพ่งกับบริษัทในเครือเนสท์เล่ และกรรมการจำนวน 2 คดี และต่อมาศาลแพ่งมีนบุรีได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในแต่ละคดี ซึ่งถือว่าเป็นคำสั่งในลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และสร้างความตกตะลึงและความผิดหวังให้กับเนสท์เล่ ในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568 ศาลแพ่งมีนบุรี ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้เนสท์เล่ ผลิต ว่าจ้างผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูปโดยใช้เครื่องหมายการค้า Nescafe ในประเทศไทย ถึงแม้คำสั่งศาลฉบับนี้จะขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ว่าเนสท์เล่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและมีสิทธิพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของตนเอง แต่บริษัทเนสท์เล่ก็ให้ความเคารพต่อกฎหมายและจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลฉบับนี้ ดังนั้น บริษัทฯ จึงขอทำหนังสือฉบับนี้เพื่อเรียนแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัทฯ จะไม่สามารถรับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เนสกาแฟจากท่าน โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบภายหลัง บริษัทฯ ตระหนักดีถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นต่อธุรกิจของท่าน ในแง่ของรายได้ ความพึงพอใจของผู้บริโภค พนักงานของท่าน รวมถึงคู่ค้าซัพพลายเออร์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ หวังว่าท่านจะให้ความเข้าใจ ในขณะที่บริษัทฯ กำลังพยายามแก้ไขสถานการณ์ บริษัทฯ จะแจ้งความคืบหน้าให้ท่านทราบเป็นระยะๆ หากท่านมีคำถามใด สามารถติดต่อได้โดยตรง ทั้งนี้ เนสท์เล่ มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และจะยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์แก่ลูกค้า ผู้บริโภค พนักงานของเรา เกษตรกรที่ทำงานร่วมกับเรา ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจ และคู่ค้าของเรานางสาวเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประเทศไทย
เนสท์เล่ เนสกาแฟ ตระกูลมหากิจศิริ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
”พิชัย“ โชว์วิชั่น ไทย-ฮ่องกง จับมือศูนย์กลางการค้า-การเงินโลกพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ โชว์วิชั่น ไทย-ฮ่องกง จับมือเป็นศูนย์กลางการค้า-การเงินระดับโลก ย้ำจุดแข็ง ศก.ไทย เปิดรับลงทุน เร่งรัดเจรจา FTA หลายประเทศ
Read more »
พาณิชย์ ปิดดีล เอฟทีเอ ไทย-ภูฏาน เตรียมลงนามต้นเม.ย.นี้“พิชัย” เผย ไทย-ภูฏาน สรุปผลเจรจาเอฟทีเอ ไทย-ภูฏาน ถือเป็นฉบับที่ 17 ของไทย เตรียมลงนามต้นเมษายนนี้ สร้างแต้มต่อส่งออก-ขยายโอกาสการค้าไทย
Read more »
การบินไทย โชว์กำไรปี 67 ทะลุ 4.15 หมื่นล้านบาท พร้อมออกจากแผนฟื้นฟูกิจการผลประกอบการการบินไทยปี 67 กำไรจากการดำเนินงานทะลุ 4.15 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 16.7 % ยันภาพรวมขาดทุน 2.6 หมื่นล้านบาท แค่ขาดทุนทางบัญชี พร้อมออกจากการฟื้นฟูกิจการ และกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ
Read more »
บีเจซี ปิดปี 67 โกยรายได้ 1.7 แสนล้าน กำไร 4 พันล้าน ลดลง 16.5%บีเจซี เผยผลประกอบการปี 67 ทำรายได้รวม 1.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 4,001 ล้านบาทด ลดลง 16.5%
Read more »
เปิดวิสัยทัศน์ ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย คนใหม่“ณพพงศ์ ธีระวร” รับไม้ต่อ นั่งประธานสมาพันธ์ SME ไทย ต่อจาก “แสงชัย ธีรกุลวาณิช” ชู 4 วิสัยทัศน์ ขับเคลื่อน SMEs ไทย
Read more »
รายย่อยแบกหุ้นไทยไม่ไหว ต่างชาติถล่มขายไม่หยุด กองทุนพยุงความหวัง หวั่นเทขายซ้ำ กดดัชนีวูบ 215 จุดวอลุ่มการซื้อขายนักลงทุนต่างชาติครองอันดับ 1 แต่กลับขายสุทธิสูงถึง 3.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบัน และ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ยังเฮโลซ้ำเติมตลาดรวม 1.16 หมื่นล้านบาท ทิ้งให้นักลงทุนรายย่อยเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ซื้อสุทธิ 4.8 หมื่นล้านบาท ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงอย่างหนัก 215.28 จุด หรือ -15.01% นับตั้งแต่ต้นปี (2 ม.ค.-25 มี.ค.
Read more »
