เทรนด์ Coaching & Mentoring ระดับโลกในยุค AI พัฒนาผู้บริหารเข้าใจพนักงาน

United States News News

เทรนด์ Coaching & Mentoring ระดับโลกในยุค AI พัฒนาผู้บริหารเข้าใจพนักงาน
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 458 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 186%
  • Publisher: 63%

“การโค้ช ไม่ใช่นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ที่จะเข้ามารักษาความเครียด แต่การโค้ช เป็นการคุยแบบสร้างสรรค์ สบายๆ และทำให้คนเจอคำตอบ เป็นการช่วยผู้บริหารเข้าใจ สื่อสารกับพนักงานในสิ่งที่มองไม่เห็น อย่าง การดูแลสภาพจิตใจ หรือความเครียด”

การโค้ชช่วยพัฒนาผู้บริหาร นำไปสู่การสื่อสาร การบริหารจัดการพนักงานให้มีภูมิคุ้มกันรับมือได้ทุกสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ 4 ทักษะแห่งอนาคตที่ทุกคนควรมี คือ ทักษะการปรับตัว รู้จักล้มแล้วลุก ทักษะวางแผนทักษะในอนาคต ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และทักษะความร่วมมือ “การโค้ช ไม่ใช่นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ที่จะเข้ามารักษาความเครียด แต่การโค้ช เป็นการคุยแบบสร้างสรรค์ สบายๆ และทำให้คนเจอคำตอบ เป็นการช่วยผู้บริหารเข้าใจ สื่อสารกับพนักงานในสิ่งที่มองไม่เห็น อย่าง การดูแลสภาพจิตใจ หรือความเครียด” เมื่อการเปลี่ยนแปลงส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว ยิ่งยุคสมัยนี้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนตามให้เท่าทัน “องค์กร บริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ” ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ล้วนต้องปรับทั้งสิ้น แต่ละองค์กร “บุคลากร” ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน ทว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องดี หรือไม่ดีก็ตาม ล้วนบั่นทอนศักยภาพและประสิทธิภาพของบุคคลได้ หากไม่ได้รับการจัดการที่ดี ย่อมส่งผลต่อความเครียด สุขภาพกาย และใจร่วมด้วย นอกจากนั้น คนทำงานยังรับรู้และมีความกังวลใจว่า ระบบการทำงานอัตโนมัติ อาจจะทำให้พวกเขาสูญเสียงานที่ทำอยู่ หรือมีรายได้น้อยลงในอนาคต เพราะถูกระบบหรือเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ ดร.

อัจฉรา จุ้ยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอคคอมกรุ๊ป เล่าว่า ยุทธศาสตร์ขององค์กรจำเป็นต้องปรับบ่อยขึ้น ส่งผลต่อปริมาณการสื่อสารที่มาจากทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวัน เร่งความเหน็ดเหนื่อยให้กับบุคคลในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบให้ผู้บริหารและพนักงานมีความเครียดอยู่ภายใน และการก่อตัวของเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรามักมองไม่เห็น จนกว่าจะเกิดปัญหาแล้ว นอกจากนั้น การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่คาดการณ์ได้ยาก ส่งผลต่อความรู้สึกขาดความมั่นคงทางจิตใจ “เบื้องหลังความสำเร็จของคนๆ หนึ่งมักจะมีคนๆ หนึ่งอยู่เสมอ ซึ่งการโค้ช เป็นเสมือนการสร้างพี่เลี้ยงในองค์กร ที่ต้องเข้ามาช่วยปรับมุมมอง โค้ชผู้บริหาร ผู้นำองค์กรที่จะต้องสื่อสารกับลูกน้อง โค้ชลูกน้องในส่วนที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นสภาพจิตใจ หรือความเครียด เพราะผู้บริหารส่วนใหญ่ มักจะเคยชินกับสิ่งที่มองเห็น อย่าง กำไร ขาดทุน ตัวเลขที่ชัดเจน แต่พอเป็นความเครียด หรือจิตใจของพนักงาน พวกเขาอาจไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร เนื่องผู้บริหารส่วนใหญ่ไม่คุ้นชินกับการคุยกับลูกน้องในสิ่งที่มองไม่เห็น” ดร.อัจฉรา กล่าวต่อว่า คนทำงานยุคใหม่จำเป็นต้องมีทักษะในการ บริหารงาน บริหารตนเอง และความก้าวหน้าทางอาชีพบนสิ่งแวดล้อมที่แปรปรวน ซึ่งหนึ่งในหนทางที่คนจัดการกับความเครียดของตนเองก็คือ พยายามหนีจากสภาพแวดล้อมเดิม ในปี 2022 จึงเกิดปรากฏการณ์การลาออกหรือเปลี่ยนงานสูงมากเกิดขึ้น อย่าง ในประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก ถึงแม้ปัจจุบันปัญหานี้จะลดน้อยลงแล้ว แต่องค์กรก็ยังมีความหนักใจกับคนที่ไม่ลาออก แต่อยู่แบบถอดใจ ดร.อัจฉรา กล่าวต่อไปว่า การสำรวจจากหลายแหล่ง ระบุคล้ายกันว่า ทุกเจนเนอเรชั่นในประเทศไทยต้องการทำงานที่บ้าน ไม่ใช่เฉพาะบุคลากรอายุน้อยๆ เท่านั้น และจากพูดคุยกับองค์กรที่ให้ทางแอคคอมโค้ช มากกว่า 150 องค์กร พัฒนาคนมาแล้ว 150,000 คนตลอด 18 ปี พบว่าพนักงานประมาณ 25-30% ต้องการทำงานจากที่บ้าน และมากกว่า 50% ที่ต้องการทำงานแบบไฮบริด “ปีนี้องค์กร บริษัทต่างๆ ต้องการให้โค้ชผู้บริหาร ผู้นำที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งการพัฒนาคนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาคนเพื่อให้มีความเป็นมืออาชีพ การบริหารจัดการอาชีพ ส่วนอีกด้านจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการตัวเองในมุมความเครียด สภาวะจิตใจ ความรู้สึก แต่เทรนด์ในปีนี้องค์กร บริษัทต่างๆ อยากให้โค้ช 2 ส่วนพร้อมกันไปเลย คือ ในการพัฒนาผู้บริหารจะต้องโค้ชทั้งเรื่องความเป็นมืออาชีพ สมรรถนะ และการบริหารจัดการตัวเอง ความเครียด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คนเครียด 1 ใน5 พบว่ามีจากการเปลี่ยนแปลง จากตัวเองและสภาพแวดล้อม เพราะต่อให้คนไทยเคยชินกับการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงภายนอกเร็วกว่าเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง ทำให้เกิดความเครียด เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถคาดการณ์ข้างหน้าได้” ให้มีทักษะแห่งความสำเร็จและการอยู่รอดในอนาคตได้ เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันรับมือได้ทุกสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1.ทักษะด้านการปรับตัวรับมือกับอุปสรรค ความผิดหวัง รู้จักล้มแล้วลุก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่เปราะบางท่ามกลางอุปสรรค คนที่มีทักษะนี้จะมีประสิทธิผลในการทำงานสูง รักองค์กรและอยู่นาน มีวิธีคิดที่ดี Resilience Skill เป็นทักษะที่สอนวันเดียวไม่ได้ คนส่วนใหญ่เมื่อรู้และเข้าใจองค์ประกอบ ก็จะสร้างทักษะนี้ให้ตนเองได้ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รู้หรือไม่รู้ การพัฒนาทักษะนี้ ปัญหาอยู่ที่ ทำหรือไม่ทำ และทำแบบต่อเนื่อง หรือขาดตอน จึงต้องใช้การโค้ชเข้ามาช่วย 2. ทักษะด้านการวางแผนทักษะในอนาคต ให้ตัวเอง หากคาดการณ์ตำแหน่งในอนาคตของตัวเองไว้ จึงควรวางแผนในการพัฒนาทักษะในอนาคตที่สอดคล้องกับงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเอง มีการศึกษาที่สนับสนุนว่า คนที่มีการวางแผนทักษะในอนาคต มักเครียดน้อยกว่า ไม่เจอเซอร์ไพรส์ เพราะเตรียมตัวมาพร้อม และมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง มีความพึงพอใจในการใช้ชีวิตสูง 3. ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ คิดค้นหาวิธีใหม่ๆ หา New Solution ในการแก้ไขปัญหา ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ 4. ทักษะด้านความร่วมมือ คนที่มีทักษะด้านความร่วมมือ จำเป็นต้องมีซอฟต์สกิล เข้าใจคนอื่น สร้าง Trust ได้ รวมทั้งเปิดรับความแตกต่างและความหลากหลาย คนๆ หนึ่งจะประสบความสำเร็จในโลกปัจจุบันได้ ต้องพึ่งพาอาศัยคนรอบๆตัวดังที่กล่าวมาตอนต้น ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงต่อความรู้สึกเครียด ไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่มองไม่เห็น แต่โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์ชอบคุยเรื่องที่มองเห็น จับต้องได้ เช่น ผลงาน ตัวเลข ยอดขาย ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ หัวหน้าจึงมักคุยกับลูกน้องในสิ่งที่มองเห็น จับต้องได้ แต่ไม่ได้คุยลึกถึงสิ่งที่กระทบผลงานจริงๆ ดังนั้นถ้าผู้บริหารและหัวหน้าเข้าใจและใช้ทักษะการโค้ชได้อย่างแท้จริง ก็จะช่วยให้เข้าถึงและจัดการเชิงรุกกับอุปสรรคด้านบุคคลได้เร็วขึ้น เสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานให้กับทีมงานได้อย่างยั่งยืน การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่งให้ทันต่อพนักงานที่เกษียณเป็นประเด็นที่องค์กรทั่วไปมีความหนักใจ เนื่องจากพนักงานในกลุ่ม Baby Boomer และ Gen X ก็จะทยอยจากไป หรือมีการเกษียณก่อนกำหนด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจครอบครัวที่ในปัจจุบัน ผู้สืบทอดอายุประมาณ 32-35 ปี ก็จะก้าวขึ้นมาบริหารคนจำนวนมาก เผชิญกับความท้าทายและความรับผิดชอบต่างๆ อย่างไรก็ตามการโค้ชผู้สืบทอดไม่สามารถทำได้ข้ามคืน ต้องใช้เวลาประกบแบบโค้ชหรือพี่เลี้ยงอย่างน้อยหนึ่งปี และอาจจะมีพี่เลี้ยงมากกว่าหนึ่งคน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำคนใหม่ การโค้ชหรือเป็นพี่เลี้ยงจึงควรเริ่มให้เร็วมากกว่าที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน มุ่งสร้างผลงานให้ได้วันนี้ คนทำงานเกิดรูปแบบความคิด แบบอิงการตัดสินใจจากเหตุและผลเดิมๆ ที่เป็นมา หรือรอคำสั่ง ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้จินตนาการ และการวางแผนเพื่อความเป็นไปได้ต่างๆ ในอนาคต องค์กรที่มองเห็นความสำคัญของข้อนี้ จึงนำการโค้ชเข้ามาใช้ เพื่อการพัฒนาสมองและใจของอนาคต เพื่อสร้างองค์กรที่เรียกว่า Future-proved Organization ที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การโค้ชจึงมีบทบาทมาก เพราะกระบวนการโค้ชเป็นกระบวนการที่ยืดหยุ่น สามารถออกแบบอย่างสมดุลกับการสร้างความสามารถที่จำเป็นในปัจจุบันและอนาคตได้ในอดีต เรื่องนี้อาจไม่ได้อยู่ในสายตาขององค์กรมากนัก อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ที่เราตระหนักดีอยู่ว่า ข้อมูลความรู้และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทำให้ผู้นำไม่สามารถรู้ทุกอย่าง ไม่สามารถมีทุกคำตอบ หรือตัดสินใจได้ดีเสมอไป โดยปราศจากการมีส่วนร่วมของทีมงาน นอกจากนั้น เราลืมไม่ได้ว่าองค์กรประกอบไปด้วยทีมงานเล็กใหญ่มากมาย ความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่คุยหรือ Feedback กันตรงๆ ทั้งระหว่างหัวหน้าและลูกน้องในทีม และระหว่างทีม ทำให้ปัญหาบางอย่างไม่ได้รับการแก้ไข หรือการปรับปรุง และนวัตกรรมไม่คืบหน้า เพราะขาดความกล้าหาญในการทดลองสิ่งใหม่ๆ เนื่องจากกลัวพลาดแล้วโดนตำหนิ ถูกมองว่าไม่เก่ง จึงรู้สึกไม่ปลอดภัย องค์กรจึงหันมาพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานแบบนี้ รวมทั้งทักษะของผู้นำในการสร้าง Psychological Safety ให้เกิดขึ้นในทีม ซึ่งมีขั้นตอนเป็นระบบและเรียนรู้ได้การสร้างการเติบโตให้องค์กรอย่างยั่งยืน เริ่มต้นด้วยการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพทั้งในด้านการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ ควบคู่ไปกับความพร้อมทางจิตใจ การรับมือกับความผิดหวัง ล้มแล้วลุกได้เร็ว ในอดีต การพัฒนาทรัพยากรบุคคลนั้น มีการแยกการทำงานระหว่างทีมบริหารทรัพยากรบุคคล ที่ดูแลด้านสิทธิประโยชน์ การชดเชย การรับสมัครงาน และทีมพัฒนาทรัพยากรบุคคล ที่ดูแลด้านการพัฒนาคน ทุกวันนี้จำเป็นต้องมีการพัฒนาด้านการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ ควบคู่ไปกับความมั่นคงทางจิตใจ เพื่อสร้างทีมงานคุณภาพขับเคลื่อนองค์กร องค์กรที่เห็นว่าสองด้านนี้ต้องทำไปด้วยกัน จึงส่งเสริมให้หน่วยงาน HRM และ HRD แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน มากกว่าแยกกันทำงานตามเป้าหมายของตนเองจากการสำรวจในระดับโลกล่าสุดของสหพันธ์โค้ชนานาชาติ ได้พบว่า อาชีพโค้ชในเอเชียในปี 2022 มีการเติบโตสูงถึง 86% เมื่อเทียบกับปี 2019 ทั้งที่เป็นช่วงของการระบาดของโควิด 19 สำหรับตะวันออกกลางและแอฟริกา เติบโต 74% และในยุโรปตะวันออก เติบโต 59% นอกจากนี้ ปี 2022 ยังเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ ที่สหพันธ์โค้ชนานาชาติมีสมาชิกโค้ช เพิ่มจำนวนมากขึ้น แตะที่เกินหนึ่งแสนคนเป็นครั้งแรก มีมากถึง 109,200 คนทั่วโลก นับเป็นการเติบโต 54% จากปี 2019 นอกจากนั้น การสำรวจนี้ยังชี้ให้เห็นว่า ปริมาณรายได้โดยประมาณต่อปีของโค้ชสูงขึ้น 60% เทียบกับปี 2019 เป็นที่น่าสนใจว่าตัวเลขนี้กำลังบอกเราหรือไม่ว่า การโค้ชกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น . 2023 ICF Global Coaching Study, Executive Summary. International Coaching Federation) เทรนด์การโค้ชในประเทศไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดีเมื่อประมาณ10 ปีที่แล้ว คนเข้าใจเพียงว่า การโค้ชนำมาใช้เฉพาะผู้บริหารระดับสูง แต่ปัจจุบัน คนเริ่มเข้าใจว่าใครๆ ก็ใช้การโค้ชได้ และองค์กรที่มีการสร้าง Coaching & Mentoring Culture วัฒนธรรมการโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งมีคุณลักษณะเด่นๆ คือ เปิดโอกาสให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงการได้รับการโค้ชหรือการมีพี่เลี้ยงได้ มีการส่งเสริมให้นำการโค้ชมาใช้ในการทำงานและในชีวิตส่วนตัวได้อีกด้วย นอกจากนั้น ปัจจุบัน ผู้บริหารในองค์กรในประเทศไทยยังมีความเข้าใจมากขึ้นว่า การโค้ชแตกต่างจากการสั่งสอน มีความอยากรู้ มีความอยากรู้อยากเห็น เปิดรับสิ่งใหม่ๆ การเป็นโค้ชที่ดีจะไม่รีบตัดสินคน แต่สนใจที่จะเรียนรู้สไตล์ ค่านิยม และวัฒนธรรมของผู้ได้รับการโค้ช เป็นคู่คิดในการเรียนรู้ สร้างความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมในเป้าหมายและการพัฒนา รวมทั้งวางแผนร่วมกันเพื่อจัดสรรให้การพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น และเข้าใจความคาดหวังของกันและกัน ถ้าเป็นผู้นำในองค์กร ก็จะวางตัวเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีในการเรียนรู้ให้ลูกน้อง ปลูกฝังความเชื่อมั่น ไว้วางใจและความปลอดภัย ปัจจุบันองค์กรประกอบด้วยบุคคลที่มีความหลากหลาย เช่นมีวัยที่ต่างกัน ประสบการณ์ต่างกัน บางทีหัวหน้ากับลูกน้องพูดคุยกันจากประสบการณ์คนละแบบ ยกตัวอย่างคนละเรื่อง การใช้ภาษาโค้ช ช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยได้อย่างยอดเยี่ยม การเป็นโค้ชต้องศึกษาสไตล์คนที่เราจะโค้ชก่อน ไม่ตีตราว่าเขาเป็นคนประเภทไหนจากกลุ่มวัยหรือกลุ่มสังคมของเขา มีสติ มีสติบริหารจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ เนื่องจากหัวหน้ามักจะอารมณ์เสีย เวลาลูกน้องทำไม่ได้อย่างที่บอก แต่ผู้นำที่ดีต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารจัดการอารมณ์ตัวเองได้ การฟังแบบใส่ใจ การฟังแบบโค้ชมีเทคนิคหลายแบบ หนึ่งในนั้นคือ Listening in the Way that the Speakers Hear Themselves คือ ฟังแบบทำให้คนที่พูดอยู่ได้ยินเสียงตัวเองด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนมาบ่นว่าการทำงานของแผนกนี้แย่เสมอ โค้ชที่ดีก็สะท้อนกลับสิ่งที่ได้ยินก่อน แล้วอาจจะถามกลับไปว่าแผนกนี้หมายถึงใครบ้าง หรือคำว่าแย่ ในความคิดของเขาเป็นอย่างไร เป็นต้น

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

การ์ทเนอร์ เผย 6 เทรนด์ ความมั่นคงไซเบอร์ ปี 2567การ์ทเนอร์ เผย 6 เทรนด์ ความมั่นคงไซเบอร์ ปี 2567การ์ทเนอร์ เผย 6 เทรนด์ ความมั่นคงไซเบอร์ ปี 2567 ชี้ GenAI-พฤติกรรมพนักงานเสี่ยง-บุคคลที่สามเป็นความท้าทายสำคัญ
Read more »

เทรนด์ Plant-Based ยังมาแรง! กลุ่ม Gen Z นิยมโปรตีนทางเลือกมากสุดเทรนด์ Plant-Based ยังมาแรง! กลุ่ม Gen Z นิยมโปรตีนทางเลือกมากสุดเทรนด์ Plant-Based ยังมาแรง! ผลสำรวจเผย Gen Z และ Millennials นิยมโปรตีนทางเลือกมากที่สุด เสริมสุขภาพดี ควบคู่กับการตระหนักผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
Read more »

ไอบีเอ็ม-เอดับบลิวเอส ชี้ถึงยุค Gen AI ธุรกิจ SME-สตาร์ทอัพ เข้าถึงง่ายไอบีเอ็ม-เอดับบลิวเอส ชี้ถึงยุค Gen AI ธุรกิจ SME-สตาร์ทอัพ เข้าถึงง่าย2 ยักษ์ไอที ไอบีเอ็ม-เอดับบลิวเอส ชี้ถึงยุคธุรกิจใช้ Gen AI จริง เทรนด์ Small language ช่วยลดต้นทุน SME-สตาร์ทอัพ เข้าถึงบริการ แนะอัพสกิลบุคลากร ออกกฎหมายจริยธรรมAI รับมือการเติบโตอย่างยั่งยืน
Read more »

3 เหรียญ AI สุดฮอต AGIX, OCEAN, FET ประกาศรวมร่างเป็น ASI Token เตรียมปลุกพลัง AI สู่ยุคใหม่3 เหรียญ AI สุดฮอต AGIX, OCEAN, FET ประกาศรวมร่างเป็น ASI Token เตรียมปลุกพลัง AI สู่ยุคใหม่Fetch.ai, SingularityNET และ Ocean Protocol สามบริษัทชั้นนำในแวดวง AI บนบล็อกเชน ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ มุ่งสร้างพันธมิตรเพื่อพัฒนา AI
Read more »

Samsung ชูวิสัยทัศน์หลัก “Lead Future of AI Innovation” ประกาศเป็นผู้นำใช้ AI สร้างนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าซัมซุง สร้างแรงกระเพื่อมด้วยพลัง AI อย่างต่อเนื่องโดยชูวิสัยทัศน์หลัก “Lead Future of AI Innovation” ประกาศเป็นผู้นำการใช้ AI สร้างนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งอนาคต โดยตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่ง AI-Product ทุกเซกเมนต์
Read more »

เทรนด์ Predictive AI ช่วยลดอุบัติเหตุ ความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมเทรนด์ Predictive AI ช่วยลดอุบัติเหตุ ความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมวิศวฯ จุฬาฯ ชี้เทรนด์ Predictive AI จะช่วยลดอุบัติเหตุ ลดความเสี่ยงในภาคอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้าผนึก 17 องค์กรชั้นนำ เตรียมจัด “SISTAM 2024” โชว์ความล้ำสมัยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย - บำรุงรักษาขั้นสูง ครั้งยิ่งใหญ่ของไทย
Read more »



Render Time: 2026-04-02 21:06:50