เทรนด์ท่องเที่ยว 'LGBTQ+' มูลค่า 19.7 ล้านล้าน ททท.แนะเอกชนชิงโอกาส

United States News News

เทรนด์ท่องเที่ยว 'LGBTQ+' มูลค่า 19.7 ล้านล้าน ททท.แนะเอกชนชิงโอกาส
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 166 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 70%
  • Publisher: 63%

เจาะเทรนด์ท่องเที่ยว LGBTQ+ ทั่วโลกมูลค่า 568.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 19.70 ล้านล้านบาท) ในปี 2573 ททท.แนะผู้ประกอบการไทยสร้างความได้เปรียบชิงตลาดสีรุ้ง ท่องเที่ยว

การเติบโตของการท่องเที่ยวในกลุ่ม LGBTQ+ เป็นผลมาจากการเปิดกว้างมากขึ้นในหลายๆ ประเทศพัฒนาแล้ว ที่ให้การยอมรับความเสมอภาคทางเพศ ส่งผลให้ประเทศท่องเที่ยวชั้นนำตระหนักถึงความสำคัญของการต้อนรับและให้บริการนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ ข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council ระบุว่า กลุ่ม LGBTQ+ มีสัดส่วนมากกว่า 10% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและคิดเป็นราว 16% ของค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งมากกว่า 195 พันล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี ทั้งจากการวิจัยของ Booking.

com ซึ่งเป็นระบบจองที่พักออนไลน์ระดับโลก ยังพบว่า 64% ของนักเดินทาง เลือกจองที่พักกับแบรนด์ที่เข้าใจ LGBTQ+ มากที่สุด ไปจนถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะ LGBTQ+ ของสถานที่นั้นๆ เช่นกฎหมายท้องถิ่น ความอ่อนไหวทางศาสนา ข้อบังคับเรื่องเสื้อผ้า และสถิติการเกลียดชัง LGBTQ+ ผู้เดินทาง อย่างไรก็ตามปัจจุบันสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เยอรมนี, ออสเตรเลีย และอินเดีย อนุญาตให้พลเมืองของตนสามารถระบุตัวเลือกเพศที่สาม X gender ในเอกสารการเดินทางอย่างเป็นทางการได้ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ได้ปรับปรุงระบบการจองเพื่อให้ผู้เดินทางระบุตัวเลือกเพศที่สาม เพื่อให้สอดคล้องกับหนังสือเดิน ทางที่เป็นกลางทางเพศ Gender neutral passports ที่ออกสหรัฐอเมริกา ขณะที่เดลต้า แอร์ไลน์ ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการระบบเพื่อชาว LGBTQ+เช่นกันอเมริกาเหนือถือเป็นผู้ครองตลาดนี้อยู่ ทั้งการยอมรับ โดยหลายประเทศออกกฏหมายให้การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันและให้ความคุ้มครองต่อต้านการเลือกปฏิบัติแก่บุคคล LGBTQ+ ทั้งยังมีกิจกรรมหลากหลาย มีบริษัททัวร์ โรงแรมที่เป็นมิตรกับกลุ่ม LGBTQ+ ขณะที่เอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด โดยเฉพาะอินเดีย ที่มีชุมชน LGBTQ+ ที่มีชีวิตชีวาโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น มุมไบ เดลี บังกาลอร์ มีบาร์คลับ คาเฟ่ที่เป็นมิตรกับกลุ่มนี้ มีกิจกรรมต่างๆ เช่น ขบวนพาเหรดและเทศกาล ภาพยนตร์ และรัฐบาลส่งเสริมให้อินเดียเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับนักเดินทางกลุ่มนี้ได้แก่ สวีเดน, มิโคนอส ประเทศกรีซ, แวนคูเวอร์ แคนาดา, ซิดนีย์ ออสเตรเลีย, เคปทาวน์ แอฟริกาใต้, ไอซ์แลนด์, นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา, ไทเป ไต้หวัน, เทลอาวีฟ อิสราเอล, มอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย ส่วน “ไทย” ก็เป็นประเทศที่เปิดกว้างและได้รับการยอมรับในความเป็น “LGBTQ+ Friendly” อยู่แล้ว จึงมีโอกาสที่ดี ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ทรงพลังนี้ นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่าหากผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยสนใจที่จะทำการตลาดกับกลุ่มนี้ควรศึกษาข้อมูลให้ลึกซึ้ง เพื่อออกแบบสร้างสรรค์สินค้าและบริการการท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้องและถูกใจ “เสน่ห์ของ LGBTQ+ ที่พิเศษก็คือ รักแล้วรักเลย ไม่เปลี่ยนใจ มี Loyalty สูง” ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ท้าทาย นักเดินทาง LGBTQ+ ใช้จ่ายมากกว่า และเดินทางบ่อยกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป จึงเป็นกลุ่มเฉพาะ หรือ Niche ที่แม้จะเล็ก แต่ก็ทรงพลังมากในการจับจ่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวจึงไม่ควรพลาดที่จะทำความเข้าใจในความคิด ความสนใจของ LGBTQ+ ในหลายๆ ประเด็น เช่น ความต้องการการยอมรับ การให้เกียรติ บางครั้งเมื่อสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ใช้รูปภาพของนักเดินทาง LGBTQ+ ในสื่อโฆษณา ถือเป็นการส่งข้อความว่ายินดีต้อนรับโดยไม่แบ่งแยกสำหรับความหลากหลายทางเพศ การสื่อสารการตลาด โดยแสดงความเป็นพันธมิตรกับนักเดินทางกลุ่มนี้ ก็จะส่งอิทธิพล และสร้างความมั่นใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเดินทาง กฎหมายต่อต้านคนข้ามเพศ หรือทัศนะของคนในท้องถิ่นก็เป็นประเด็นที่ให้ความสำคัญ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทางในประเทศนั้นๆ คำถามที่รุกรานหรือรุกลํ้าความเป็นส่วนตัว ก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความระมัดระวัง ขณะเดียวกันกลุ่มความหลากหลายทางเพศก็มีทัศนะต่อการแสดงความรักว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น การจับมือกัน หรือแสดงความรักในที่สาธารณะ นักเดินทางในกลุ่มนี้ ออกสำรวจสถานที่ใหม่ๆ เพื่อการพักผ่อน และรู้จักสถานที่ใหม่ๆ ซึ่งเป็นแรงจูงใจอันดับต้นๆ ในการวางแผนการเดินทางเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ๆ และความมีอิสระในการแสดงตัวตน ก็เป็นสิ่งที่ชาว LGBTQ+ เสาะแสวงหา ดังนั้น เทศกาล PRIDE POWER ขบวนพาเหรดและปาร์ตี้ไพรด์ในหลายประเทศ จึงถือเป็นงานสำคัญในปฏิทินประจำปีของนักเดินทางในกลุ่มนี้ ผู้ประกอบการไทยจึงควรสร้างความได้เปรียบชิงตลาดสีรุ้งที่มีการเติบโตต่อเนื่องเช่นนี้

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

BCPG ทุ่ม 5,031 ล้านบาท ซื้อหุ้นเพิ่ม 40% โรงไฟฟ้าก๊าซสหรัฐฯBCPG ทุ่ม 5,031 ล้านบาท ซื้อหุ้นเพิ่ม 40% โรงไฟฟ้าก๊าซสหรัฐฯบมจ.บีซีพีจี (BCPG) ส่งบริษัทย่อยซื้อหุ้นเพิ่มอีก 40% โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ มูลค่า 5,031 ล้านบาท ดันพอร์ตลงทุนโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แตะ 857 เมกะวัตต์
Read more »

ททท.ปรับแผนดึงสหรัฐฯ-ซาอุฯ เที่ยวไทยเพิ่ม ดันรายได้ถึงเป้า 1.62 ล้านลบ. : อินโฟเควสท์ททท.ปรับแผนดึงสหรัฐฯ-ซาอุฯ เที่ยวไทยเพิ่ม ดันรายได้ถึงเป้า 1.62 ล้านลบ. : อินโฟเควสท์น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลปรับแผนยุทธศาสตร์การทำงานเพื่อให้เป็นไปตามสถานการณ์ตลาดอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนสนับสนุนตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long haul) โดยเฉพาะจากยุโรป สหรัฐฯ และตะวันออกกลางให้เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น กระตุ้นรายได้ตลาดการท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้ถึงเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้มูลค่ารวม 1.62 ล้านล้านบาทในปีนี้ โดยนโยบายด้านการท่องเที่ยวได้ปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น แบ่งเป็นตลาดการท่องเที่ยวระยะใกล้ และตลาดการท่องเที่ยวระยะไกล ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 (ม.ค.-มิ.ย.) มีนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางเข้าไทย 2,933,660 คน อเมริกา 620,474 คน ตะวันออกกลาง 231,206 คน จากสถิติที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long haul) จากยุโรป สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว รวมถึงเวลาที่พำนักอยู่มากกว่ากลุ่มอื่นๆ โดยจากข้อมูลการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศปี 2566 ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 (ม.ค.-มี.ค.) พบว่านักท่องเที่ยวจากยุโรปมีวันพักเฉลี่ย […]
Read more »

ททท. ปั้นเกม 'Home Sweet Home' เป็น Soft Power สร้างการรับรู้ท่องเที่ยวไทย : อินโฟเควสท์ททท. ปั้นเกม 'Home Sweet Home' เป็น Soft Power สร้างการรับรู้ท่องเที่ยวไทย : อินโฟเควสท์นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. มีเป้าหมายในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Z, Gen Alpha และ Native Digital ซึ่งกลุ่มศักยภาพในอนาคต ได้แก่ เกมออนไลน์ต่างๆ มาเป็นช่องทางในการสื่อสารนำเสนอข้อมูล ตลอดจนเสนอขายเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจของไทยสู่กลุ่มเป้าหมายเหล่านั้น ทั้งนี้ เกมซีรีส์ Home Sweet Home เป็นเกมแนวผจญภัยระทึกขวัญที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทย มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเชื่อ และ Soft Power ของไทย ผ่าน Story telling ร้อยเรียงเรื่องราวเผยแพร่ออกไปจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ได้รับความนิยมจากเกมเมอร์ผ่านยอดดาวน์โหลดมากกว่า 8 แสนครั้งทั่วโลก ดังนั้น ททท. จึงได้กำหนดกลยุทธ์ Digital as Game Changer เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมิติใหม่ สู่ Smart Tourism […]
Read more »

ททท.ปรับแผนดึงสหรัฐ-ซาอุฯ หนุนตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล ดันรายได้ปี 66 ถึงเป้า 1.62 ล้านลบ.ททท.ปรับแผนดึงสหรัฐ-ซาอุฯ หนุนตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล ดันรายได้ปี 66 ถึงเป้า 1.62 ล้านลบ.ททท.วางแผนสนับสนุนตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long haul) โดยเฉพาะจากยุโรป สหรัฐ และตะวันออกกลางให้เข้ามาท่องเที่ยวไทยมากขึ้น ดันรายได้ปี 66 ถึงเป้า 1.62 ล้านล้านบาท
Read more »

TTCL รับงานก่อสร้างโครงการปิโตรเคมี YHP LPG Refrigerated Terminal ในเวียดนาม มูลค่า 4.3 พันลบTTCL รับงานก่อสร้างโครงการปิโตรเคมี YHP LPG Refrigerated Terminal ในเวียดนาม มูลค่า 4.3 พันลบTTCL รับงานก่อสร้างโครงการปิโตรเคมี YHP LPG Refrigerated Terminal ในเวียดนาม มูลค่า 4.3 พั... อ่านต่อ efinanceThai
Read more »

ธุรกิจค้าปลีกทยอยฟื้นตัว คาดมูลค่าปี 66 โต 10% จับตาหนี้ครัวเรือน-ดอกเบี้ยธุรกิจค้าปลีกทยอยฟื้นตัว คาดมูลค่าปี 66 โต 10% จับตาหนี้ครัวเรือน-ดอกเบี้ยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) วิเคราะห์ ธุรกิจค้าปลีกทยอยฟื้นตัว คาดมูลค่าปี 66 โต 10% จับตาหนี้ครัวเรือน-ดอกเบี้ย กดไม่ถึง 3.7 ล้านล้าน
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:12:25