เงินบาท ปิด 33.86 แข็งค่าต่อเนื่อง หลังตัวเลขศก.สหรัฐกดดอลลาร์อ่อนค่า-ทองพุ่ง ค่าเงินบาท อินโฟเควสท์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 33.86 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.95 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทเย็นนี้ปรับตัวแข็งค่าต่อจากช่วงเช้า และยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง หลังจากที่เงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก จากผลของตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน เดือนก.
พ. ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ประกอบกับราคาทองคำพุ่งขึ้นแรง โดยช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ ตลาดรอติดตามตัวเลขที่เกี่ยวกับการจ้างงานของสหรัฐฯ ทั้งการจ้างงานภาคเอกชน, การจ้างงานนอกภาคเกษตร และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เงินเยน อยู่ที่ระดับ 131.62 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 131.57 เยน/ดอลลาร์ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,571.13 จุด ลดลง 22.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 48,874 ล้านบาทอัตราเงินเฟ้อมี.ค.เพิ่มขึ้น 2.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และถือว่าเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำสุดในรอบ 15 เดือนนับตั้งแต่ ม.ค.65 โดยมีผลมาจากการชะลอตัวของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และ สินค้าในกลุ่มอาหารส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยไตรมาสแรกอยู่ที่ 3.88% กระทรวงพาณิชย์ ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2566 ลดลงมาอยู่ที่ 1.7-2.7% จากเดิม 2-3% แนวโน้มเงินเฟ้อตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไปมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากราคาสินค้าสำคัญหลายรายการมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับฐานราคาปี 65 ที่อยู่ในระดับสูง รวมทั้งภาครัฐยังมีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน คงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ไว้ตามเดิมที่ 3.0-3.5% ตามกรอบที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ และประเมินว่ามูลค่าการส่งออกของไทย มีโอกาสหดตัวในกรอบ -1 ถึง 0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 2.7-3.2% กกร. เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อขอให้ทบทวนค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ งวดเดือน พ.ค.- ส.ค. 66 เพื่อลดภาระของประชาชน ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มีมติเห็นชอบค่า Ft งวดดังกล่าวที่ 98.27 สตางค์/หน่วย ในอัตราเดียวทั้งบ้านอยู่อาศัยและผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 4.77 บาท/หน่วย ธนาคารกลางญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ผลผลิตทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นต่ำกว่ากำลังการผลิตสูงสุดเป็นไตรมาสที่ 11 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ในการยุติอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษนั้น ยังคงไม่เข้าที่เข้าทาง ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 5.25% จากเดิมที่ระดับ 4.75% โดย RBNZ ยังคงเดินหน้าใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงเผชิญภาวะถดถอยก็ตาม นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ โดยคืนวันพุธ จะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมี.ค. จาก ADP ส่วนคืนวันพฤหัสบดี จะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และคืนวันศุกร์ จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค.
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
บริดจสโตนฉลองครบรอบ 60 ปี สนับสนุนศึกมอเตอร์สปอร์ตทั้งในและต่างประเทศ : อินโฟเควสท์บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น เผยแผนงานสนับสนุนการจัดแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2566 ฉลองครบรอบ 60 ปี ผ่านกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต โดยจะสนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่รายการแข่งขันระดับมืออาชีพไปจนถึงการแข่งขันของมือสมัครเล่น รวมทั้งการสนับสนุนยาง Bridgestone POTENZA และยาง Firestone FIREHAWK สำหรับการแข่งขันรถยนต์ และยังมียาง Bridgestone BATTLAX สำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ บริดจสโตนกำหนดให้ความยั่งยืนเป็นแกนหลักในช่วงการสนับสนุนดังกล่าว ด้วยการยกระดับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกมุ่งสู่การเป็นแบรนด์พรีเมียมระดับโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน และการสนับสนุนวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก บริดจสโตนจะสนับสนุนการจัดแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตใหม่อีก 2 รายการ ในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปี ในวงการมอเตอร์สปอร์ต ได้แก่ การก่อตั้ง Bridgestone eMotorsport Institute ซึ่งจะนำเสนอบทเรียนด้าน eMotorsport แก่เหล่านักแข่งรถระดับมืออาชีพ และจะเปิดตัว POTENZA Circuit Challenge หรือ PCC ซึ่งเป็นกิจกรรมการมีส่วนร่วมแบบเปิดโอกาสให้มือใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์ขับรถรอบสนามแข่งเป็นครั้งแรก ด้วยการผสมผสานระหว่างการแข่งขันรถจริงในสนามแข่งและผ่านระบบดิจิทัล เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ความสนุกสนานของกีฬามอเตอร์สปอร์ต และขยายฐานแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต ทั้งนี้ บริดจสโตนสนับสนุนการขับขี่รถยนต์โดยยึดหลักความปลอดภัยและมอบความอุ่นใจในช่วงการแข่งขัน ภายใต้หลักพื้นฐานของบริษัทที่ว่า ยางดูแลชีวิต (tires […]
Read more »
COM7 ดิ่ง 5.04% โบรกฯ มองกำไรสุทธิ Q1/66 ลดจาก Q4/65 ตามปัจจัยฤดูกาล : อินโฟเควสท์COM7 ร่วง 5.04% หรือลดลง 1.50 บาท มาที่ 28.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 161.72 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.14 น.จากราคาเปิด 29.50 บาท ราคาขึ้นไปสูงสุด 29.50 บาท ราคาต่ำสุด 28.25 บาท บล. เคจีไอ(ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดแนวโน้มกำไรสุทธิของ COM7 ในระยะสั้นยังไม่น่าตื่นเต้น ขณะที่กำไรระยะยาว (โดยเฉพาะในแง่ของการขยายธุรกิจ) จะเป็นปัจจัยหลักที่ต้องเฝ้าติดตาม ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 66 ที่ 37.00 บาท ประมาณการกำไรสุทธิของ COM7 ในไตรมาส 1/66 ที่ 800 ล้านบาท (+2% YoY และ -12% QoQ) คิดเป็น 23% จากประมาณการกำไรสุทธิเต็มปีของเรา […]
Read more »
BOJ เผย ศก.ญี่ปุ่นยังชะลอตัว นโยบายดอกเบี้ยต่ำอาจได้ไปต่อ : อินโฟเควสท์ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยวันนี้ (5 เม.ย.) ว่า ผลผลิตทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นต่ำกว่ากำลังการผลิตสูงสุดเป็นไตรมาสที่ 11 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ในการยุติอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษนั้นยังคงไม่เข้าที่เข้าทาง BOJ ระบุว่า ช่องว่างในการผลิตของญี่ปุ่น ซึ่งวัดจากความแตกต่างระหว่างผลผลิตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงกับผลผลิตตามกำลังการผลิตสูงสุด อยู่ที่ -0.43% ในไตรมาส 4/2565 กว้างขึ้นจากระดับ -0.08% ในไตรมาสเดือน ก.ค. – ก.ย. ทั้งนี้ ตัวเลขระยะห่างที่ติดลบเกิดขึ้นเมื่อผลผลิตแท้จริงต่ำกว่าผลผลิตตามกำลังการผลิตสูงสุด และเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอลง ซึ่งมักสร้างแรงกดดันที่ลดลงต่ออัตราเงินเฟ้อ ข้อมูลช่องว่างระหว่างผลผลิตเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ BOJ ใช้เป็นตัวชี้วัดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ในประเทศยังคงแข็งแกร่งพอที่จะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ได้หรือไม่ ทั้งนี้ ตลาดต่างคาดการณ์กันว่า BOJ จะยุติการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินแบบพิเศษ (Ultraloose Monetary Easing Policy) เมื่อนายคาซูโอะ อุเอดะ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการ BOJ คนใหม่ในเดือนเม.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจของญี่ปุ่นขยายตัวเพียง 0.1% ต่อปี ในช่วงเดือนต.ค. – […]
Read more »
TTB ชี้รัฐหนุนเที่ยวเมืองรอง ดันไทยเที่ยวไทยโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ : อินโฟเควสท์ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี (ttb analytics) ประเมินการตัวเลขการท่องเที่ยวในประเทศปี 66 ขยับเพิ่มต่อเนื่องอีก 25.4% จากปีก่อนที่เติบโตสูงกว่า 182.2% จากความสำเร็จของนโยบายรัฐผ่านท่องเที่ยวเมืองรอง และโปรเจกต์ Unseen New Series ที่ช่วยขยายศักยภาพเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น ประกอบกับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ผ่านกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวไทยปรับเพิ่มขึ้น ก้าวข้ามจุดสูงสุดเดิมมาแตะที่ระดับ 254.4 ล้านคน/ครั้ง บนศักยภาพที่ยังไปต่อได้อีก ttb analytics ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวภายในประเทศปี 66 มีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่องอีก 25.4% จากปีก่อนที่โตทะยานสูงกว่า 182.2% ขยับมาแตะที่ 254.4 ล้านคน/ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าจุดสูงสุดของนักท่องเที่ยวชาวไทยในปี 62 จำนวน 229.7 ล้านคน/ครั้ง สะท้อนความสำเร็จในการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศของภาครัฐ ผ่านนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ที่ช่วยยกระดับเมืองที่ยังไม่เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจเพียงพอ ให้มีการสร้างและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีความดึงดูดน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงโปรเจกต์ Unseen New Series ที่พัฒนาคู่ขนานต่อยอดการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลัก หรือเมืองรองให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เทรนด์สังคมและกระแสในโลกดิจิทัล ทำให้การท่องเที่ยวถูกเปลี่ยนมุมมองจากเรื่องการพักผ่อนให้เป็นในรูปแบบการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ […]
Read more »
