เงินบาทเปิด 32.63 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค ให้กรอบวันนี้ 32.60-32.95 ค่าเงินบาท อัตราแลกเปลี่ยน เงินบาท อินโฟเควสท์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 32.63 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจาก เย็นวันศุกร์ที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.73 บาท/ดอลลาร์ เช้านี้เงินบาทแข็งค่าตามทิศทางของสกุลเงินอื่นในภูมิภาค หลังจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่า เนื่องจากเมื่อคืนวันศุกร์ มีท่าทีจาก สมาชิกของธนาคารกลางยุโรป ที่สนับสนุนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.
50% ใน 2 ครั้งติดต่อกัน ส่งผลให้เงินยูโรปรับ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60 – 32.95 บาท/ดอลลาร์ แต่คาดว่า การซื้อขายจะเบาบาง เนื่องจากหลายประเทศในเอเชียยังติดวันหยุดในช่วงเทศกาลตรุษ จีน– เงินเยนอยู่ที่ระดับ 129.10 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 129.42/46 เยน/ดอลลาร์– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.831 บาท/ดอลลาร์ – กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถิติการค้าของไทยกับประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หลังเปิดใช้ครบ 1 ปีแรก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.65 พบว่าไทยมีการขาดดุลการค้ากับประเทศคู่ค้าที่เป็นสมาชิกกว่า 9 แสนล้าน บาท ซึ่งเป็นผลจากการที่ไทยส่งออกไปประเทศสมาชิกอาร์เซปมูลค่า 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 4.8 ล้านล้านบาท และยอดนำ เข้าจากประเทศสมาชิกอาร์เซป มูลค่า 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 5.7 ล้านล้านบาท โดยการนำเข้าส่วนใหญ่ของไทยมา จากบรูไน ออสเตรเลีย และเมียนมา เป็นอันดับต้น ส่วนการส่งออกส่วนใหญ่เป็นประเทศกลุ่มอาเซียน อย่างอินโดนีเซีย กัมพูชา และ สิงคโปร์ เป็นตลาดส่งออกอันดับต้น รองลงมาเป็นเกาหลีใต้ และออสเตรเลีย – รอง ปธ.หอการค้าไทยในจีนเผย’บ.ทัวร์ไทย-จีน’หารือจัดแคมเปญ เชื่อสัญญาณท่องเที่ยวคึกคัก มั่นใจปีนี้รับ นทท. 10 ล้านคน – “โฆษกรัฐบาล” ระบุฐานะการเงินการคลังของไทยแข็งแกร่ง 3 เดือนแรกปีงบฯ 66 จัดเก็บรายได้ 6.33 แสนล้าน ชี้ เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณเป็นไปในทิศทางบวก เล็งทบทวนประมาณการเศรษฐกิจทั้งปี อาจขยายตัวถึงร้อยละ 3.5-4 – นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์โควิด-19 ในจีนอย่างใกล้ชิด ล่าสุดนักระบาดวิทยาของจีนระบุว่า ชาวจีนกว่า 1.1 พันล้าน คนติดเชื้อโควิด-19 แล้วในขณะนี้ หรือคิดเป็น 80% ของจำนวนประชากร ในขณะที่เชื้อแพร่ระบาดทั่วประเทศ – ธนาคารกลางญี่ปุ่น มีกำหนดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค.ในช่วงเช้าวันนี้ ทางด้านสหรัฐเตรียม เปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนธ.ค.จาก Conference Board – บิตคอยน์พุ่งขึ้นมากกว่า 6% ในวันศุกร์ ทะลุระดับ 22,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือน ก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ต้นเดือนหน้า ซึ่งคาดกันว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% – นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า บิตคอยน์ได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ จะชะลออัตราการ ปรับขึ้นดอกเบี้ย – ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ในวันศุกร์ที่ระบุว่า เฟดอาจใกล้ถึงจุดที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการ ชะลอเงินเฟ้อตลาดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 1 ก.พ. – บรรดานักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ในการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในเดือนก.พ. ซึ่ง เป็นการประชุมนโยบายการเงินนัดแรกของเฟดในปีนี้ หลังดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิต ของสหรัฐต่างบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. หลังจากที่ก่อนหน้านี้ให้น้ำหนัก 76.7% – ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนธ.ค.จาก Conference Board, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคการผลิตขั้นต้น-ภาคบริการขั้นต้น เดือนม.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศ ไตรมาส 4/2565 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. เป็นต้น
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
KBANK คาดกรอบบาท 32.50-33.00 จับตาผลประชุมกนง.กลางสัปดาห์ : อินโฟเควสท์ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (23-27 ม.ค.) ที่ระดับ 32.50-33.00 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ (20 ม.ค.) ที่ระดับ 32.78 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 10 เดือนครั้งใหม่ที่ 32.70 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงแรกท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะชะลอขนาดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ (หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอ) ในระหว่างสัปดาห์เงินบาทเผชิญแรงขายเป็นระยะจากสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับสกุลเงินเอเชียบางส่วนอ่อนค่าลงตามเงินหยวน ซึ่งมีปัจจัยลบจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ออกมาอ่อนแอ สะท้อนผลกระทบจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าและทดสอบแนว 32.70 บาท/ดอลลาร์ อีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางทิศทางแข็งค่าของสกุลเงินเอเชีย ขณะที่ตลาดกลับมารอติดตามสัญญาณดอกเบี้ยของไทยจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 ม.ค. อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย อัตราเงินเฟ้อที่คำนวณจาก PCE/Core […]
Read more »
สหรัฐสั่งยึดทรัพย์สินเกือบ 700 ล้านดอลล์จาก 'แบงค์แมน-ฟรีด' : อินโฟเควสท์เอกสารของศาลสหรัฐเมื่อวันศุกร์ (20 ม.ค.) ระบุว่า อัยการของรัฐบาลสหรัฐได้ยึดทรัพย์สินเกือบ 700 ล้านดอลลาร์จากนายแซม แบงค์แมน-ฟรีด ผู้ก่อตั้งบริษัทเอฟทีเอกซ์ (FTX) ในเดือนม.ค. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหุ้นบริษัทโรบินฮูด (Robinhood) นายแบงค์แมน-ฟรีดได้ถูกกล่าวหาว่าขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากลูกค้าของ FTX เพื่อนำไปชำระหนี้ให้กับอลาเมดา รีเสิร์ช (Alameda Research) ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ด้านคริปโทเคอร์เรนซีของเขา แต่นายแบงค์แมน-ฟรีดปฏิเสธไม่ยอมรับผิดข้อหาฉ้อโกง และมีกำหนดจะเข้ารับการพิจารณาคดีในเดือนต.ค.ปีนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้เปิดเผยถึงการยึดหุ้นโรบินฮูดไปเมื่อต้นเดือนนี้ แต่ได้มาทำการแจกแจงรายการสินทรัพย์ที่ถูกยึดในวันศุกร์ ซึ่งรวมถึงเงินสดที่อยู่ในธนาคารต่าง ๆ และสินทรัพย์ที่ฝากไว้กับไบแนนซ์ (Binance) ซึ่งเป็นบริษัทซื้อขายคริปโทฯ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
Read more »
ข่าวดี! รถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ คาดแล้วเสร็จภายในปีนี้ : อินโฟเควสท์น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ งบประมาณก่อสร้าง จำนวน 21,467 ล้านบาท ผ่านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยพ.ศ. 2558-2565 เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งระบบราง รองรับจำนวนผู้โดยสารและปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น และลดระยะเวลาในการเดินทางและการขนส่งสินค้า เพื่อเร่งยกระดับให้บริการโลจิสติกส์สู่พื้นที่ภาคเหนือ โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในปี 2566 โครงการดังกล่าวเป็นงานก่อสร้างทางรถไฟใหม่ขนานไปกับทางรถไฟเส้นเดิมของช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ รวมระยะทางประมาณ 145 กิโลเมตร โดยส่วนใหญ่อยู่ในเขตทางรถไฟและเป็นทางวิ่งระดับพื้นระยะทางประมาณ 116 กิโลเมตร และทางช่วงเลี่ยงเมืองลพบุรีเป็นโครงสร้างทางรถไฟยกระดับ ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร ประกอบด้วยงานก่อสร้างรถไฟทางคู่ จำนวน 2 สัญญา และงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม สัญญาที่ 1 ได้แก่ ช่วงบ้านกลับ – โคกกระเทียม เป็นการเป็นก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ใหม่ เพื่อเบี่ยงแนวเส้นทางเดิมช่วงที่ผ่านเข้าตัวเมืองลพบุรี ระยะทาง 29 กิโลเมตร […]
Read more »
นายกฯ อวยพรตรุษจีน 'ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ' : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันตรุษจีนประจำปี 2566 ซึ่งตรงกับวันที่ 22 มกราคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขออวยพรตรุษจีนชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศ ให้มีความสุข มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ทำมาค้าขายประกอบอาชีพด้วยความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง ขอให้เฉลิมฉลองตรุษจีนด้วยความสุข รวมทั้งเดินทางท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีนอย่างปลอดภัย มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง เพื่อให้เทศกาลตรุษจีนนี้ เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีความสุขอย่างแท้จริง ช่วงเทศกาลตรุษจีนถือเป็นโอกาสสำคัญ ที่จะได้ระลึกถึงสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับจีน มิตรภาพ ความผูกพัน และความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าไทยและจีนจะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่าง ๆ ได้ด้วยดี พร้อมทั้งนายกรัฐมนตรีชื่นชมมิตรภาพความสัมพันธ์ไทยจีนเสมอมา ซึ่งเป็นความร่วมมือทวิภาคีที่มีพลวัตอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะมีความร่วมมือกันในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนาร่วมกันต่อไป “นายกรัฐมนตรีอวยพรให้ชาวไทยเชื้อสายจีนทุกท่านสุขสมหวังและร่ำรวยตลอดปี ‘ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ’ เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข โชคดี ก่อเกิดโชคลาภ และความเป็นสิริมงคลรับปีกระต่ายด้วย” นายอนุชา กล่าว โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
Read more »
ธอส.ปักธงสินเชื่อใหม่ปี 66 โต 3% : อินโฟเควสท์นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2566 ธอส. ยังคงเดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐบาล สร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับประชาชน ด้วยการทำให้คนไทยมีบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 233,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากเป้าหมายในปี 2565 ที่อยู่ที่ 226,423 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะมาจากความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในการจัดทำ “โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน” ภายใต้กรอบวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 สามารถใช้สิทธิในการไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัย จากสถาบันการเงินอื่นมาที่ ธอส. รวมถึงเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในบัญชีเงินกู้ที่กู้อยู่กับ ธอส. อัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีที่ 1-5 ปี เท่ากับ 1.99% ต่อปี วงเงินให้กู้สูงสุดตามจำนวนเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยหลังจากเปิดให้ผู้ประกันตนขอรับรหัสเข้าร่วมโครงการเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ล่าสุด ณ วันที่ 17 […]
Read more »
ชาติพัฒนากล้า เปิดนโยบายลดภาษีบุคคลธรรมดา เอาใจมนุษย์เงินเดือน : อินโฟเควสท์นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) แถลงนโยบายเศรษฐกิจชุดที่ 2 “ลดภาษีบุคคล เงินเดือนไม่ถึง 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี!” ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ทันที 4 ล้านคน โดย 2 ล้านคนที่รายได้เงินเดือนไม่ถึง 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีทันที ส่วนที่รายได้สูงกว่านั้น จะได้รับการยกเว้นภาษีในเงิน 40,000 บาทแรกด้วยเช่นกัน สำหรับนโยบายนี้พุ่งเป้าไปถึงกลุ่มคนที่ถูกมองข้ามทางการเมืองมาโดยตลอด เป็นกลุ่มคนที่แบกรับภาระภาษีเต็มๆ มายาวนาน นั่นก็คือกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ เกณฑ์เดิมเงินเดือนต่ำกว่า 26,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งอัตรานี้ไม่ได้เปลี่ยนมายาวนานหลายปี ในขณะที่ค่าครองชีพ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเดินทางสูงขึ้น ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ได้รับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 20% มายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว ประกอบกับการประมาณการรายได้ของรัฐบาลปี 2567 รายได้ภาษีของรัฐจะเพิ่มขึ้นเกือบ 3 แสนล้านบาท จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้น จึงเป็นเวลาที่เหมาะสม ที่ต้องหันมาให้ความช่วยเหลือมนุษย์เงินเดือน “รายได้ที่จะเข้ารัฐส่วนนี้ มีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของรายได้รวมของรัฐ […]
Read more »
