เงินเดือนขึ้น แต่จนกว่าเดิม ปรากฏการณ์ “เงินหด” ของคนเมือง พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่ทำให้เราไม่รวยสักที

รายได้เฉลี่ยคนไทย News

เงินเดือนขึ้น แต่จนกว่าเดิม ปรากฏการณ์ “เงินหด” ของคนเมือง พฤติกรรมอะไรบ้าง ที่ทำให้เราไม่รวยสักที
ค่าใช้จ่ายในชีวิตLifestyle Inflationการวางแผนการเงิน
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 103 sec. here
  • 11 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 73%
  • Publisher: 63%

รายได้เพิ่ม แต่เงินออมลด ปรากฏการณ์ “เงินหด” คนเมืองที่เส้นรายจ่ายวิ่งแซงรายได้ เจาะสาเหตุจากไลฟ์สไตล์ฟุ้ง-ค่าครองชีพแฝง และกับดัก “รวยปลอม” ที่ทำให้รวยจริงยากขึ้นทุกวัน

แม้รายได้จะขยับขึ้นทุกปี แต่กลับรู้สึกว่ากระเป๋าเบากว่าเดิมนี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึก เพราะตัวเลขก็ยืนยัน — เจาะข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า เส้นรายได้และเส้นรายจ่าย ของคนไทยกำลังเดินสวนทางกันอย่างชัดเจนปี 2564 รายได้เพิ่มเล็กน้อยเป็น 15,305 บาท แต่ค่าใช้จ่ายพุ่งไปถึง 18,802 บาทนั่นหมายความว่า แม้เราจะ “หาเงินได้มากขึ้น” แต่ก็ “ใช้มากกว่าที่หา” และช่องว่างนี้กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆที่น่ากังวลคือ ช่องว่างนี้ไม่ได้เกิดจาก ค่าครองชีพ แพงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจาก “ Lifestyle Inflation ” หรือ ภาวะใช้เงินฟุ้งตามรายได้ กับดักทางการเงินที่แยบยล เพราะมักมาในรูปของ “รางวัลให้ตัวเอง” และ “การอัปเกรดชีวิต” ที่ฟังดูสมเหตุสมผล เมื่อ เงินเดือนเพิ่มขึ้น เล็กน้อย หลายคนรู้สึกว่าตัวเอง “พร้อมใช้” มากกว่าเดิม จึงเผลอปรับวิถีชีวิตให้กินดี อยู่ดี และสะดวกขึ้นทันที แต่สิ่งที่มาพร้อมกับความสะดวกและความรู้สึกพิเศษ ก็คือค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นแบบถาวรกินข้าวนอกบ้านบ่อยขึ้น เพราะเหนื่อยเกินจะทำเอง — ค่าอาหารเพิ่ม 2–3 เท่า และมักบวกค่ารถหรือค่าส่ง ผ่อนของใหญ่ เช่น รถ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพง — เพราะคิดว่าเงินเดือนสูงขึ้นแล้วไหว แต่ลืมคิดถึงดอกเบี้ยและค่าซ่อมบำรุงในอนาคต ซื้อคอร์ส–สมัครแอป เพราะกลัวตกเทรนด์ เช่น ฟิตเนส, คอร์สเรียน, สตรีมมิ่ง — ค่าใช้จ่ายรายเดือนเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นก้อนใหญ่ เช่าห้องคนเดียว ด้วยเหตุผลว่า “โตแล้วต้องมีพื้นที่ส่วนตัว” — ทำให้ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ ค่าตกแต่ง เพิ่มขึ้นเท่าตัว ใช้เงินเป็นรางวัลชีวิต เช่น ซื้อกระเป๋า นาฬิกา หรือทริปเที่ยว — ซึ่งมักให้ความสุขชั่วคราว แต่ไม่มีผลต่อความมั่นคงในระยะยาว ผลลัพธ์คือ เงินเดือนขึ้น แต่เงินเก็บหดเช่น ปี 2563 เงินเดือน 25,000 บาท ใช้ 20,000 เหลือเก็บ 5,000 บาทแต่ปี 2568 เงินเดือนเพิ่มเป็น 30,000 บาท ใช้พุ่งเป็น 29,000 เหลือเก็บเพียง 1,000 บาท แทบไม่เหลือกันชนทางการเงินเลยค่าเดินทาง + เวลา ค่าดูดีในสังคม เมื่อบวกทั้งหมดเข้าด้วยกัน จึงไม่แปลกที่หลายคนรู้สึกว่า “เงินไม่เคยพอ” เพราะรายได้ที่เพิ่มขึ้น ถูกดูดออกไปจากหลายทิศทางแบบเงียบ ๆอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ซ่อนอยู่ในภาวะ “เงินหด” คือ การสร้างภาพลักษณ์ให้ดูรวย ดูดี เพื่อเข้ากับสังคม วงเพื่อน หรือโลกโซเชียลปัญหาคือ ภาพลักษณ์เหล่านี้ต้อง “ใช้เงินหล่อเลี้ยง” ตลอดเวลา และแทบไม่มีมูลค่าจริงในอนาคตรายได้เพิ่ม แต่เงินเก็บน้อยลง.

แม้รายได้จะขยับขึ้นทุกปี แต่กลับรู้สึกว่ากระเป๋าเบากว่าเดิมนี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึก เพราะตัวเลขก็ยืนยัน — เจาะข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า เส้นรายได้และเส้นรายจ่าย ของคนไทยกำลังเดินสวนทางกันอย่างชัดเจนปี 2564 รายได้เพิ่มเล็กน้อยเป็น 15,305 บาท แต่ค่าใช้จ่ายพุ่งไปถึง 18,802 บาทนั่นหมายความว่า แม้เราจะ “หาเงินได้มากขึ้น” แต่ก็ “ใช้มากกว่าที่หา” และช่องว่างนี้กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆที่น่ากังวลคือ ช่องว่างนี้ไม่ได้เกิดจากค่าครองชีพแพงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจาก “Lifestyle Inflation” หรือ ภาวะใช้เงินฟุ้งตามรายได้ กับดักทางการเงินที่แยบยล เพราะมักมาในรูปของ “รางวัลให้ตัวเอง” และ “การอัปเกรดชีวิต” ที่ฟังดูสมเหตุสมผล เมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลายคนรู้สึกว่าตัวเอง “พร้อมใช้” มากกว่าเดิม จึงเผลอปรับวิถีชีวิตให้กินดี อยู่ดี และสะดวกขึ้นทันที แต่สิ่งที่มาพร้อมกับความสะดวกและความรู้สึกพิเศษ ก็คือค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นแบบถาวรกินข้าวนอกบ้านบ่อยขึ้น เพราะเหนื่อยเกินจะทำเอง — ค่าอาหารเพิ่ม 2–3 เท่า และมักบวกค่ารถหรือค่าส่ง ผ่อนของใหญ่ เช่น รถ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพง — เพราะคิดว่าเงินเดือนสูงขึ้นแล้วไหว แต่ลืมคิดถึงดอกเบี้ยและค่าซ่อมบำรุงในอนาคต ซื้อคอร์ส–สมัครแอป เพราะกลัวตกเทรนด์ เช่น ฟิตเนส, คอร์สเรียน, สตรีมมิ่ง — ค่าใช้จ่ายรายเดือนเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นก้อนใหญ่ เช่าห้องคนเดียว ด้วยเหตุผลว่า “โตแล้วต้องมีพื้นที่ส่วนตัว” — ทำให้ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ ค่าตกแต่ง เพิ่มขึ้นเท่าตัว ใช้เงินเป็นรางวัลชีวิต เช่น ซื้อกระเป๋า นาฬิกา หรือทริปเที่ยว — ซึ่งมักให้ความสุขชั่วคราว แต่ไม่มีผลต่อความมั่นคงในระยะยาว ผลลัพธ์คือ เงินเดือนขึ้น แต่เงินเก็บหดเช่น ปี 2563 เงินเดือน 25,000 บาท ใช้ 20,000 เหลือเก็บ 5,000 บาทแต่ปี 2568 เงินเดือนเพิ่มเป็น 30,000 บาท ใช้พุ่งเป็น 29,000 เหลือเก็บเพียง 1,000 บาท แทบไม่เหลือกันชนทางการเงินเลยค่าเดินทาง + เวลา ค่าดูดีในสังคม เมื่อบวกทั้งหมดเข้าด้วยกัน จึงไม่แปลกที่หลายคนรู้สึกว่า “เงินไม่เคยพอ” เพราะรายได้ที่เพิ่มขึ้น ถูกดูดออกไปจากหลายทิศทางแบบเงียบ ๆอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ซ่อนอยู่ในภาวะ “เงินหด” คือ การสร้างภาพลักษณ์ให้ดูรวย ดูดี เพื่อเข้ากับสังคม วงเพื่อน หรือโลกโซเชียลปัญหาคือ ภาพลักษณ์เหล่านี้ต้อง “ใช้เงินหล่อเลี้ยง” ตลอดเวลา และแทบไม่มีมูลค่าจริงในอนาคตรายได้เพิ่ม แต่เงินเก็บน้อยลง

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

ค่าใช้จ่ายในชีวิต Lifestyle Inflation การวางแผนการเงิน เงินเดือนเพิ่มขึ้น การเก็บเงิน ปัญหาการเงิน ค่าครองชีพ การเงินส่วนบุคคล

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

AI บนทางแยกของธุรกิจAI บนทางแยกของธุรกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ AI ได้กลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ของประเทศมหาอำนาจทั่วโลก ไม่ใช่เพียงเพราะมันเป็นนวัตกรรมล้ำยุคแต่เพราะมันคือแต้มต่อทางเศรษฐกิจที่จะกำหนดว่าใครจะเป็นผู้นำในทศวรรษต่อไป
Read more »

ยุคสมัยที่คนทำงานไม่ลาออก แต่หัวใจ “ลาจาก”ไปนานแล้ว วิกฤติซ้อนวิกฤติของตลาด “แรงงาน” หลายประเทศยุคสมัยที่คนทำงานไม่ลาออก แต่หัวใจ “ลาจาก”ไปนานแล้ว วิกฤติซ้อนวิกฤติของตลาด “แรงงาน” หลายประเทศทำไมคนทำงานยุคนี้ ถึงยังอยู่กับองค์กร แต่หัวใจกลับจากไปแล้ว?ในวันที่ AI เริ่มแย่งงาน และความเบื่อหน่ายกัดกินแรงใจ ปรากฏการณ์ “ลาออกในใจ” กำลังกลายเป็นวิกฤติใหม่ของตลาดแรงงาน
Read more »

ถอดรหัสโอกาสไร้พรมแดนกับ SCB Julius Baer ต่อยอดความมั่งคั่งครั้งประวัติศาสตร์ในมือ Gen Y [ADVERTORIAL]ถอดรหัสโอกาสไร้พรมแดนกับ SCB Julius Baer ต่อยอดความมั่งคั่งครั้งประวัติศาสตร์ในมือ Gen Y [ADVERTORIAL]ปรากฏการณ์ ‘The Great Wealth Transfer’ หรือการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งประวัติศาสตร์ คือหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและระหว่าง...
Read more »

ความหรูหราแบบ ‘Kawaii’ สินทรัพย์ทางเลือกในยุคแห่งความไม่แน่นอนความหรูหราแบบ ‘Kawaii’ สินทรัพย์ทางเลือกในยุคแห่งความไม่แน่นอนปรากฏการณ์ LABUBU เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่แสดงให้เห็นว่า ‘ความน่ารัก’ เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังสำหรับแบรนด์หรูเพื่อสร้าง...
Read more »



Render Time: 2026-04-01 21:59:58