เงินเฟ้อปี 66 แนวโน้มชะลอลงชัดเจน คาดโต 2-3%-ไม่กดดันศก. : อินโฟเควสท์

United States News News

เงินเฟ้อปี 66 แนวโน้มชะลอลงชัดเจน คาดโต 2-3%-ไม่กดดันศก. : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 110 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 47%
  • Publisher: 68%

เงินเฟ้อปี 66 แนวโน้มชะลอลงชัดเจน คาดโต 2-3%-ไม่กดดันศก. กระทรวงพาณิชย์ เงินเฟ้อ เศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย อินโฟเควสท์

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสำหรับปี 2566 ว่า จะอยู่ในช่วง 2.0-3.0% จากสมมติฐานสำคัญ คือ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปีนี้ อยู่ที่ 3.

0-4.0% ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปี ที่ระดับ 85-95 ดอลลาร์/บาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน เฉลี่ยทั้งปี ที่ระดับ 36-37 บาท/ดอลลาร์ โดยอัตราเงินเฟ้อในปีนี้ จะเริ่มชะลอตัวลงจากปี 2565 อย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยที่จะส่งผลให้เงินเฟ้อในปีนี้จะขยายตัวไม่มากเช่นปีก่อน เนื่องจาก 1. ราคาสินค้าส่วนใหญ่เริ่มทรงตัวและบางรายการปรับลดลงหลังจากที่ทยอยปรับขึ้นตามต้นทุนแล้วในปีที่ผ่านมา 2.ราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ มีแนวโน้มชะลอตัวตามอุปสงค์โลกที่ลดลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ 3. ฐานราคาในปี 2565 ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อค่อนข้างสูง และ 4. มาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ และการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่การผลิต มีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อปี 2566 ขยายตัวไม่มากนัก “กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2566 จะอยู่ในช่วง 2.0 – 3.0% มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปี 2565 ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของไทย และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการทบทวนตัวเลขอีกครั้ง”อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่ากระแสไฟฟ้า การปรับขึ้นค่าจ้างทั้งระบบ และเงินบาทที่ยังผันผวน ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิต รวมถึงอุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าและบริการปรับสูงขึ้นได้ ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อปี 2566 ได้แก่ 1.ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก 2.ความเสี่ยงของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ 3.สภาพอากาศที่แปรปรวน และ 4.การแพร่ระบาดของโควิด-19 และโรคระบาดในสัตว์ ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป นายพูนพงษ์ ยังประเมินถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสแรก ของปี 2566 ด้วยว่า คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูง แต่อย่างไรก็ดี คงไม่สูงไปมากกว่า 5% แล้ว โดยจะเห็นอัตราเงินเฟ้อเริ่ม ทยอยปรับลดลงตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 เป็นต้นไป เนื่องจากแนวโน้มราคาสินค้าเริ่มทรงตัว พร้อมกันนี้ ยังเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ระดับ 2-3% ในปีนี้ จะไม่เป็นแรงกดดันต่อภาวะเศรษฐกิจของไทยเหมือนเช่นในปี 2565 ที่ผ่านมา เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในระดับดังกล่าว ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าประมาณการ GDP ที่สภาพัฒน์คาดการณ์ไว้ที่ 3-4% โดยเงินเฟ้อในปีนี้ จะเป็นการเพิ่มขึ้นจากฝั่งของ demand เป็นสำคัญ โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่คาดว่าจะทยอยเดินทางเข้ามาในไทยมากกว่า 20 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยอาจจะมีผลกระทบต่อราคาสินค้าอาหาร ค่าโรงแรมที่พัก รวมทั้งค่าเดินทาง ค่าขนส่ง เป็นต้น

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เงินบาทจ่อแซงหน้าดอลลาร์สิงคโปร์ขึ้นแท่นสกุลเงินทำผลงานดีสุดในปี 66 : อินโฟเควสท์เงินบาทจ่อแซงหน้าดอลลาร์สิงคโปร์ขึ้นแท่นสกุลเงินทำผลงานดีสุดในปี 66 : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์มองว่า เงินบาทของไทยมีแนวโน้มที่จะแซงหน้าดอลลาร์สิงคโปร์ขึ้นเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของเอเชียในปี 2566 นายคริสโตเฟอร์ หว่อง นักวิเคราะห์ด้านปริวรรตเงินตราต่างประเทศจากโอซีบีซี แบงก์ สิงคโปร์กล่าวว่า เงินบาทมีแนวโน้มที่จะได้ปัจจัยหนุนจากการไหลเข้าของนักท่องเที่ยวจีน หลังจากจีนยกเลิกมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 เป็นส่วนใหญ่ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งปูทางให้ไทยสามารถรับนักท่องเที่ยวขาออกจากจีนได้มากขึ้น นอกจากนี้ การที่จีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของไทยยังเป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทยด้วย นอกจากนี้ คาดว่าเงินบาทจะได้รับแรงหนุนในช่วงต้นปี หากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนธ.ค.ของไทยซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ (5 ม.ค.) บ่งชี้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อเริ่มดีดตัวขึ้นอีกครั้งตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณเมื่อไม่นานมานี้ว่า ธปท.อาจจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ซึ่งหากดัชนี CPI ปรับตัวขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย ก็อาจทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธปท.จะใช้วงจรการคุมเข้มนโยบายการเงินยาวนานขึ้น “เงินบาทจะได้ประโยชน์เช่นเดียวกับสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งฉุดให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง เราคาดว่าในปี 2566 เงินบาทจะทำผลงานแซงหน้าสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชียยกเว้นญี่ปุ่น เนื่องจากหลายปัจจัยเช่น จีนเปิดประเทศ, เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย และดอลลาร์อ่อนค่าลง นอกจากนี้เราคาดว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น” นายหว่องกล่าว นายหว่องยังกล่าวด้วยว่า ดอลลาร์สิงคโปร์เป็นอีกสกุลเงินที่น่าจับตา และเป็นเพียงสกุลเงินเดียวในเอเชียที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปี 2565 ที่ผ่านมา […]
Read more »

โบรกฯ มองบวกกลุ่มท่องเที่ยวหลังตัวเลขนทท.ปี 65 สูงกว่าคาด เล็งปี 66 แตะ 22 ล้านคน : อินโฟเควสท์โบรกฯ มองบวกกลุ่มท่องเที่ยวหลังตัวเลขนทท.ปี 65 สูงกว่าคาด เล็งปี 66 แตะ 22 ล้านคน : อินโฟเควสท์โบรกเกอร์มองบวกกลุ่มท่องเที่ยวจากจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2565 ฟื้นตัวมากกว่าคาดที่ 11.8 ล้านคน โดยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยตลอดปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2565 พบว่ามีจำนวน 11,818,727 คน สูงกว่าเป้าหมายของ ททท.ที่ตั้งไว้ 10 ล้านคน เฉพาะเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นและมีเทศกาลคริสต์มาสกับปีใหม่ มีจำนวนเดินทางเข้าไทยตั้งแต่ระดับ 65,000-93,000 คนต่อวัน บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว จากจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2565 ที่ 11.8 ล้านคน (ตัวเลขนักท่องเที่ยวจาก ททท. จะมากกว่าตัวเลขของกระทรวงท่องเที่ยวฯราว 200,000-300,000 คน) ซึ่งถือว่าฟื้นตัวมากกว่าที่เราคาดที่ 10 ล้านคน ขณะที่เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2566 จะอยู่ที่ 22 ล้านคน ซึ่งจะมี upside เพิ่มจากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในปี 2566 […]
Read more »

เงินเฟ้อปี 65 ทะยาน 6% สูงสุดรอบ 24 ปี พณ.ชี้ให้เบาใจปี 66 หดตัว เหลือเพิ่มแค่ 2.5%เงินเฟ้อปี 65 ทะยาน 6% สูงสุดรอบ 24 ปี พณ.ชี้ให้เบาใจปี 66 หดตัว เหลือเพิ่มแค่ 2.5%เงินเฟ้อปี 65 ทะยาน 6% สูงสุดรอบ 24 ปี พณ.ชี้ให้เบาใจปี 66 หดตัว เหลือเพิ่มแค่ 2.5% via MatichonOnline
Read more »

‘พาณิชย์’เผยเงินเฟ้อทั่วไป ธ.ค.65 ขยายตัว 5.89% เฉลี่ยทั้งปีโต 6.08%-คาดปีนี้เหลือ 2-3%‘พาณิชย์’เผยเงินเฟ้อทั่วไป ธ.ค.65 ขยายตัว 5.89% เฉลี่ยทั้งปีโต 6.08%-คาดปีนี้เหลือ 2-3%‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อทั่วไป ธ.ค.65 ขยายตัว 5.89% ตามราคา ‘พลังงาน-อาหาร’ ที่ยังขยายตัว ส่งผลให้ ‘เงินเฟ้อทั่วไป’ ทั้งปี 65 ขยายตัว 6.08% เมื่อเทียบกับปี 64 ขณะที่ ‘เงินเฟ้อพื้นฐาน’ ทั้งปีเติบโต 2.51% คาดเงินเฟ้อปี 66 ขยายตัว 2-3%
Read more »

พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อธ.ค.65 อยู่ที่ 5.89% - คาดกรอบปี 66 ที่ 2-3%พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อธ.ค.65 อยู่ที่ 5.89% - คาดกรอบปี 66 ที่ 2-3%สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ม.ค. 66 11:50 น.   พาณิชย์ เผยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ธ.ค. 65 อยู่ที่ 5.89% ขณะที่เฉลี่ยทั้งปี 6.08% จากราคาสินค้ากลุ่มพลัง...
Read more »

EKH ลุ้นดีมานด์จีนทะลักเข้าศูนย์ผู้มีบุตรยากหลังเปิดประเทศ หนุนปี 66 โตกว่า 10% : อินโฟเควสท์EKH ลุ้นดีมานด์จีนทะลักเข้าศูนย์ผู้มีบุตรยากหลังเปิดประเทศ หนุนปี 66 โตกว่า 10% : อินโฟเควสท์น.พ.อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บมจ.เอกชัยการแพทย์ (EKH) กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และเตรียมเปิดประเทศโดยเริ่มวันที่ 8 ม.ค. 66 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เนื่องจากจะได้รับประโยชน์จากการที่ลูกค้าชาวจีนที่จะกลับมาใช้บริการศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) ซึ่งจะทำให้จำนวนลูกค้า IVF เพิ่มขึ้น และช่วยสนับสนุนให้การเติบโตรายได้ และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปี 66 บริษัทตั้งเป้าลูกค้ามาใช้บริการจำนวน 300 คู่ จากปี 65 มีลูกค้าใช้บริการ 100 คู่ “การที่รัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้คนจีนเดินทางออกท่องเที่ยวต่างประเทศได้ ถือว่าเป็นผลดีกับ EKH เนื่องจากเชื่อว่าลูกค้าชาวจีนน่าจะกลับมาใช้บริการศูนย์ IVF อย่างคึกคัก ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของ EKH มีแนวโน้มดียิ่งขึ้น และคาดว่าจะสามารถเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้ในช่วงกลางปี 66 หรือปลายไตรมาส 2/66 จึงเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมธุรกิจ ซึ่งมีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่น” น.พ.อำนาจ กล่าว สำหรับแนวโน้มธุรกิจปี 66 เชื่อว่ามีโอกาสขยายตัวได้เป็นอย่างดี ทั้งในส่วนของรายได้และกำไร เนื่องจากยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่มาจากโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน […]
Read more »



Render Time: 2026-04-02 21:24:29