เงินบาทวันนี้ ! พลิกอ่อนค่า จับตาดัชนี PMI สหรัฐฯ -ประชุมบีโออี

United States News News

เงินบาทวันนี้ ! พลิกอ่อนค่า จับตาดัชนี PMI สหรัฐฯ -ประชุมบีโออี
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 tnnthailand
  • ⏱ Reading Time:
  • 149 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 63%
  • Publisher: 59%

เช็กอัตราแลกเปลี่ยนที่นี่ !! อัตราแลกเปลี่ยน บิทคอยน์ Bitcoin เงินบาท TNN TNNThailand TNNช่อง16 TNNONLINE TNNWEALTH

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวนสูง โดยในช่วงแรกตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับในเชิงบวกต่อแนวโน้มการชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ได้ระบุในแถลงการผลการประชุม หลังเฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ย +0.75% สู่ระดับ 3.75%-4.00% ตามคาด อย่างไรก็ดี ตลาดพลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ทันทีที่ประธานเฟดได้ย้ำจุดยืนการต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อสูง ซึ่งสะท้อนว่าการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟดนั้นยังไม่จบ แม้ว่าเฟดอาจเริ่มพิจารณาชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดๆไป และยังเร็วเกินไปที่ตลาดจะคาดการณ์ว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยได้ในเร็วนี้ นอกจากนี้ประธานเฟดยังได้ปรับลดโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งมุมมองดังกล่าวทั้งแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟดและโอกาสเกิดภาพ Soft Landing ที่ลดลง ได้ส่งผลให้ ผู้เล่นในตลาดการเงินสหรัฐฯ กลับมาเทขายสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ที่อ่อนไหวเป็นพิเศษกับแนวโน้มดอกเบี้ย กดดันให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq สหรัฐฯ ดิ่งลงหนัก -3.

36% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -2.50%ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป พลิกกลับมาย่อตัวลง -0.29% หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น ก่อนที่จะรับรู้ผลการประชุมของเฟด ทำให้ผู้เล่นบางส่วนอาจลดความเสี่ยงลงด้วยการขายทำกำไรออกมา ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดยังกังวลว่า การเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยจะยังคงมีอยู่ แม้เฟดอาจชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังจากการประชุมเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ล่าสุดยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังไม่ได้ชะลอตัวลงได้เร็ว กดดันให้หุ้นกลุ่มเทคฯ เผชิญแรงขายมากขึ้น อาทิ ASML -1.9% สำหรับตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม Healthcare อาทิ Novo Nordisk +7.4% หลังบริษัทรายงานผลกำไรที่ดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไรจากยอดขายยารักษาเบาหวาน Ozempic ที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4.11% หลังประธานเฟดเน้นย้ำความจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามองว่าจุดสูงสุดของดอกเบี้ยนโยบายเฟด หรือ Terminal rate อาจอยู่ที่ระดับ 5.25% หรือสูงกว่า ซึ่งเรามองว่า บอนด์ยีลด์ระยะสั้นและระยะยาวอาจปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง แต่มองว่า ในจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ดังกล่าว จะหนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยเข้าซื้อ เพื่อรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงหนัก หรือ เข้าสู่ภาวะถดถอย ตามที่ประธานเฟดได้ระบุว่า โอกาสที่เศรษฐกิจจะ soft landing นั้นเริ่มมีน้อยลง ในฝั่งตลาดค่าเงินนั้นเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนหนัก โดยเงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าในช่วงแรก หลังแถลงการณ์ผลการประชุมเฟดสะท้อนโอกาสเฟดชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ก่อนที่เงินดอลลาร์จะปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จากถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ย้ำจุดยืนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ตลาดปิดรับความเสี่ยง พร้อมกับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 112 จุด นอกจากนี้แนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ที่หนุนให้ทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ก็ได้กดดันให้ราคาทองคำ พลิกกลับมาปรับตัวลงแรงหลังจากที่ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลับสู่ระดับ 1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเราคาดว่า ราคาทองคำยังมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงใกล้โซนแนวรับ แต่มองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจรอทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวอาจกดดันเงินบาทในฝั่งอ่อนค่าได้สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ โดยตลาดคาดว่า ภาคการบริการของสหรัฐฯ อาจชะลอตัวลงหนักมากขึ้น สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการบริการที่จะลดลงสู่ระดับ 55.1 จุด กดดันโดยภาวะค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงและผลกระทบของการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่ผ่านมาในด้านนโยบายการเงิน ไฮไลท์สำคัญที่ผู้เล่นในตลาดจะจับตามอง คือ การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดว่า BOE จะเดินหน้าเร่งขึ้นดอกเบี้ย +75bps สู่ระดับ 3.00% หลังเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงกว่า 10% อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตามุมมองของ BOE ต่อการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตหรือโอกาสที่ BOE จะชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจอังกฤษชะลอตัวลงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการที่ลดลงต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำกว่า 50 จุด พอสมควร

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

tnnthailand /  🏆 29. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เงินบาทวันนี้ ! เปิดตลาด 38.04 บาทต่อดอลลาร์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯพุ่งเงินบาทวันนี้ ! เปิดตลาด 38.04 บาทต่อดอลลาร์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯพุ่งนายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ที่ระดับ 38.04 บาทต่อดอลลาร์“แข็งค่าขึ้น”จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 38.10 บาทต
Read more »

สรท.คาดส่งออกปี 66 โต 2-5% ปี 65 มีลุ้นแตะ 9% อานิสงส์บาทอ่อน-วิกฤตอาหาร : อินโฟเควสท์สรท.คาดส่งออกปี 66 โต 2-5% ปี 65 มีลุ้นแตะ 9% อานิสงส์บาทอ่อน-วิกฤตอาหาร : อินโฟเควสท์สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก คาดการณ์การส่งออกของไทยปี 2566 จะเติบโตได้ 2-5% ขณะที่ทั้งปี 2565 คาดการส่งออกจะเติบโต 8% และมีโอกาสไปแตะ 9% ได้ หากไตรมาส 4 ปีนี้การส่งออกยังมีทิศทางที่เติบโตได้ต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญ คือ 1.เงินบาทยังเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่าต่อเนื่อง และ 2. สถานการณ์วิกฤตอาหารทั่วโลก ส่งผลให้สินค้าไก่ (แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป) และอาหารกระป๋องแปรรูปของไทย ไปสหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ 1. สถานการณ์เงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าสำคัญ มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2. ดัชนีภาคการผลิต หรือ Manufacturing PMI ในประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ สหรัฐ ยุโรป จีน เกาหลีใต้ เริ่มส่งสัญญาหดตัวลดลงเล็กน้อย 3. ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ข้อพิพาทระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ยังคงยืดเยื้อ 4. ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวน อาทิ ข้าวสาลี …
Read more »

ภาวะตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 84,518 ล้านบาท : อินโฟเควสท์ภาวะตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 84,518 ล้านบาท : อินโฟเควสท์สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 84,518 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 35,138 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทประกัน ซื้อสุทธิ 2,746 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 466 ล้านบาท  Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 2.71%   ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.01% ภาพรวมของตลาดในวันนี้ Yield Curve เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-3 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 466 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 466 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ด้านปัจจัยต่างประเทศ มาร์กิตและไฉซิน รายงานผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) …
Read more »

เงินบาทวันนี้ ! เปิดตลาด 37.76 บาทต่อดอลลาร์ ข้อมูลแรงงานสหรัฐฯแกร่งเกินคาดเงินบาทวันนี้ ! เปิดตลาด 37.76 บาทต่อดอลลาร์ ข้อมูลแรงงานสหรัฐฯแกร่งเกินคาดนายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ที่ระดับ 37.76 บาทต่อดอลลาร์ โดยแนวโน้มค่าเงินบาท แม้ว่าจะปรับตัวแข็งค่ามากกว่าท
Read more »

อัปเดตโควิดกลายพันธุ์ กรมวิทย์ฯ จับตา BQ.1 คาดระบาดเป็นสายพันธุ์หลักในยุโรป-สหรัฐฯอัปเดตโควิดกลายพันธุ์ กรมวิทย์ฯ จับตา BQ.1 คาดระบาดเป็นสายพันธุ์หลักในยุโรป-สหรัฐฯอัปเดตโควิดกลายพันธุ์ ในไทยพบสายพันธุ์ย่อยเพิ่มมากขึ้น กรมวิทย์ฯ จับตา BQ.1 คาดระบาดเป็นสายพันธุ์หลักในยุโรป-สหรัฐฯ อัปเดตโควิดกลายพันธุ์ วันนี้ (2 พ.ย.65) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าโควิด-19…
Read more »

ภาวะตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 43,465 ล้านบาท : อินโฟเควสท์ภาวะตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 43,465 ล้านบาท : อินโฟเควสท์สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 43,465 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 4,342 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทประกัน ซื้อสุทธิ 546 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 3,804 ล้านบาท  Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 2.68%   ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.03% ภาพรวมของตลาดในวันนี้ Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 3-5 bps. ในทิศทางเดียวกับ US-Treasury ด้านปัจจัยต่างประเทศ เอสแอนด์พี โกลบอล รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ในเดือนต.ค. จากระดับ 52.0 ในเดือนก.ย. สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 49.9 …
Read more »



Render Time: 2026-04-02 07:35:20