เงินบาทอาจใกล้เจอจุดอ่อนค่าสุด ไฮไลท์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การประชุมของ ECB จับตาแตะ 37 บาทต่อดอลลาร์ หรือไม่ PPTVHD36 ช่อง36 ค่าเงินบาท อัตราแลกเปลี่ยน ตลาดค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐ บาทอ่อน บาทแข็ง ค่าเงิน ข่าวค่าเงิน
แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงต่อเนื่อง แต่ก็มีส่วนช่วยหนุนให้ยอดการส่งออก ในเดือนมิถุนายนยังโตราว +10% แต่ราคาสินค้าพลังงานรวมถึงผลจากการอ่อนค่าของเงินบาทกลับยิ่งหนุนให้ยอดการนำเข้า เพิ่มสูงขึ้น +19% ทำให้ ดุลการค้ายังคงขาดดุลราว 1.
2 พันล้านดอลลาร์ และเป็นอีกปัจจัยที่กดดันดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงนี้ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ ในเดือนกรกฎาคม นักวิเคราะห์มองว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทั้งภาคการผลิตและการบริการมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงต่อเนื่อง สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการที่จะลดลงสู่ระดับ 52 จุด และ 52.5 จุด ตามลำดับ ซึ่งหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด กอปรกับข้อมูลคาดการณ์เงินเฟ้อระยะกลางในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 2.8% ก็อาจทำให้ตลาดปรับลดโอกาสที่เฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงถึง 1.00% ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่กดดันเงินดอลลาร์ได้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ Bank of America, Tesla และ Netflix เป็นต้น โดยผลประกอบการที่ออกมาแย่กว่าคาด อาจกดดันให้ตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงและอาจหนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ปัญหาเงินเฟ้อสูง ที่ส่วนใหญ่มาจากราคาพลังงานอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกดดันให้เศรษฐกิจยุโรปชะลอลงหนักได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ รัสเซียลดปริมาณการส่งออกแก๊สธรรมชาติ หรือ ยุติการส่งออกแก๊สธรรมชาติสู่ยุโรป หลังครบกำหนดซ่อมบำรุงท่อส่งแก๊ส Nord Stream 1 ในวันที่ 21 นี้ อย่างไรก็ดี แม้เศรษฐกิจยุโรปเผชิญความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงหนัก แต่ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ -0.25% นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาท่าทีของ ECB ต่อโอกาสในการเร่งขึ้นดอกเบี้ยราว 0.50% ในอนาคต เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งอาจขึ้นกับมุมมองของ ECB ต่อภาพเศรษฐกิจยุโรป และนอกเหนือจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ตลาดคาดว่า ECB อาจเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือ Anti-Fragmentation Tool เพื่อควบคุมปัญหาภาระหนี้ของบรรดาประเทศสมาชิก อย่างไรก็ดี ต้องระวังความผันผวนในฝั่งตลาดบอนด์ที่อาจเกิดขึ้น หากสุดท้าย ECB ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเครื่องมือดังกล่าวมากนัก ซึ่งอาจยิ่งทำให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวในฝั่งยุโรป โดยเฉพาะประเทศที่มีความเปราะบางต่อปัญหาหนี้ เช่น อิตาลี พุ่งสูงขึ้นได้ ดังจะเห็นได้จากส่วนต่างระหว่างบอนด์ยีลด์ 10 ปี อิตาลี กับเยอรมนี ที่จะปรับตัวสูงขึ้น ส่วนในด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ตลาดมองว่า เศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อ โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการอาจลดลงสู่ระดับ 51 จุด และ 52 จุด ในเดือนกรกฎาคม ส่วนในฝั่งอังกฤษ ผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูง จะกดดันให้ยอดค้าปลีก เดือนมิถุนายน ยังคงหดตัวกว่า -0.2%m/m และกดดันแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอังกฤษตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย จะไม่เผชิญแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อสูงมากเท่ากับธนาคารกลางอื่นๆ ในภูมิภาค ดังจะเห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 3% ทำให้ BI สามารถคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% ส่วนในฝั่งของธนาคารกลางญี่ปุ่น แนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อและความจำเป็นที่ BOJ ต้องช่วยคุมต้นทุนการกู้ยืมเงินของรัฐบาลและภาคเอกชน ทำให้ BOJ ยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายสวนทางกับธนาคารกลางหลักอื่นๆ อาทิ การตรึงบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไม่ให้เกินระดับ 0.25% และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.10% ซึ่งการดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าวอาจกดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงได้ในระยะนี้
