ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.06 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.07 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.80-34.50 บาท/ดอลลาร์ ส่วนวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.95-34.
ค่า เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.06 บาท/ ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.07 บาทต่อ ดอลลาร์ มองกรอบค่า เงินบาท สัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.80-34.50 บาท/ ดอลลาร์ ส่วนวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.
95-34.15 บาท/ดอลลาร์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.06 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.07 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท เคลื่อนไหวผันผวน ในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ทว่าโดยรวมก็เป็นการเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ต่างออกมาสนับสนุนว่า เฟดควรเพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายการเงิน อีกทั้งเฟดอาจใกล้ถึงจุดพิจารณาชะลอการลดดอกเบี้ยได้ อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน ก็ออกมาดีกว่าคาด แม้ว่าโดยรวมภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะออกมาผสมผสาน โดยยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม เดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 2.27 แสนราย สูงกว่าคาดเล็กน้อย ทว่ายอดการจ้างงานจาก Household Survey กลับลดลงถึง 3.35 แสนราย ส่งผลให้อัตราการว่างงาน สูงขึ้นสู่ระดับ 4.246% อย่างไรก็ดี บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างยังไม่รีบปรับสถานะถือครองสินทรัพย์ หรือ เงินดอลลาร์อย่างชัดเจน จนกว่าจะรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ที่จะรายงานในช่วงวันพุธนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าหลุด 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ตามจังหวะการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ รวมถึงแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ ทว่าการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำ หลังราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงการปรับฐาน สำหรับสัปดาห์นี้ เราประเมินว่า ควรเตรียมรับมือความผันผวน ในช่วงตลาดรับรู้ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป รวมถึง การประชุม CEWC ของทางการจีน▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งผู้เล่นในตลาดจะใช้ประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้ โดยล่าสุด จาก CME FedWatch Tool บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า เฟดมีโอกาสราว 86% ในการเดินหน้าลดดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 4.25%-4.50% ในการประชุม FOMC เดือนธันวาคมนี้ ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้ จนอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงิน ในช่วงทยอยรับรู้รายงานข้อมูลดังกล่าวได้ ซึ่งจากสถิติในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา พบว่า เงินบาท อาจผันผวน +0.5%/-0.4% ได้ในช่วง 30 นาที หลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ▪ ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป โดยเราคาดว่า ECB จะเดินหน้าลดดอกเบี้ย ลง 25bps สู่ระดับ 3.00% อย่างไรก็ดี ECB อาจไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง เหมือนอย่างที่ผู้เล่นในตลาดกำลังคาดหวังอยู่ว่า ECB อาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้อีกราว 5 ครั้ง ครั้งละ 25bps สู่ระดับ 1.75% ในปี 2025 พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ และ ECB เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยของทั้ง BOE และ ECB โดยเฉพาะแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในปี 2025 ▪ ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI, ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI รวมถึง ยอดการส่งออกและนำเข้า ในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามผลการประชุม Central Economic Work Conference ของทางการจีน ในช่วงวันอังคาร-วันพุธ อย่างใกล้ชิด ซึ่งการประชุม CEWC มักจะมีการประกาศเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจ รวมถึงแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น ทางฝั่งญี่ปุ่น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจรายไตรมาส ที่สำรวจโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น ในส่วนนโยบายการเงิน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.35% จนกว่าทาง RBA จะมั่นใจว่า อัตราเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มชะลอลงสู่กรอบเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน ▪ ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนพฤศจิกายน ที่มีแนวโน้มทยอยปรับตัวดีขึ้น หนุนโดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล สำหรับแนวโน้มเงินบาทนั้น หากประเมินในเชิงเทคนิคัล โดยใช้กลยุทธ์ Trend-Following พบว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นได้ ตราบใดที่เงินบาท ไม่ได้กลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องทะลุโซนแนวต้าน 34.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ทว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็อาจถูกชะลอลงบ้างแถวโซนแนวรับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทอาจชะลอลงบ้าง ซึ่งต้องรอลุ้นทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ รวมถึงราคาทองคำ ที่จะผันผวนไปตามการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนจากเงินหยวนจีน ที่อาจขึ้นกับผลการประชุม CEWC ของทางการจีน ว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมขนาดไหน ส่วนฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจไม่ได้เป็นปัจจัยหนุนเงินบาทได้ เนื่องจากเราคาดว่า บรรดานักลงทุนต่างชาติทยอยขายทำกำไรสินทรัพย์ไทย ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นได้ หากอัตราเงินเฟ้อ CPI เร่งตัวขึ้น ลดโอกาสเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม หรือ ECB ลดดอกเบี้ยตามคาด และส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.80-34.50 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.95-34.15 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาท เงินบาทแข็งค่า ธนาคารกรุงไทย ดอลลาร์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย' 34.79 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.79 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 34.81 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ 34.50-35.10 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 34.65-34.
Read more »
เงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นมาก' 34.60 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.60 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.85 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.50-34.70 บาท/ดอลลาร์
Read more »
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพเผยค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 34.56/60 บาท/ดอลลาร์นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 34.56/60 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิดเช้าที่ 34.68 บาท/ดอลลาร์ จากปัจจัยราคาทองคำและเศรษฐกิจสหรัฐ ที่จะเปิดเผยในคืนนี้
Read more »
มุมมองทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 34.00-34.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 34.24 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 34.21-34.78 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทเปิดเช้านี้ 'แข็งค่าขึ้นมาก' 34.09 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.09 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” จากระดับปิดวันพุธที่ผ่านมาที่ระดับ 34.34 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.95-34.35 บาท/ดอลลาร์
Read more »
Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิด 34.06 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.06 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 34.07 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.
Read more »
