เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 32.30-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของดอกเบี้ยเฟดและ BOJ พร้อมแนะนำผู้เล่นในตลาดใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณา Local Currencies เพื่อบริหารความเสี่ยง
ทั้งนี้ แม้เราจะมองว่า เงินบาท ก็อาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ไปก่อน โดย เงินบาท ยังพอมีโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวต้านอยู่แถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่เราขอเน้นย้ำว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวัง ความผันผวน ของ เงินบาท ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นชัดเจน จากช่วงก่อนหน้า และมองว่า เงินบาท ก็ยังอยู่ในภาวะผันผวนสูงไปอีกสักระยะ และเนื่องจาก ความผันผวน ของ เงินบาท ได้กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท เคลื่อนไหวผันผวนไร้ทิศทางที่ชัดเจน แม้จะมีจังหวะอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 32.
50 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ซึ่งได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องทะลุโซน 154 เยนต่อดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี เงินบาทก็พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง เข้าใกล้โซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ หลังราคาทองคำ ทยอยปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม จากแรงขายหุ้นเทคฯ ใหญ่ สหรัฐฯ หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มระมัดระวังต่อแนวโน้มการเดินหน้าลงทุนในธีม AI ของบรรดาบริษัทเทคฯ ใหญ่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันและเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง ตามแรงขายหุ้นเทคฯ ใหญ่ อาทิ Meta -11.3% และ Microsoft -2.9% หลังผู้เล่นในตลาดต่างกังวลต่อแนวโน้มการเดินหน้าลงทุนในธีม AI ของบรรดาบริษัทเทคฯ ใหญ่ดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลกำไรในอนาคตได้ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของเฟดก็มีส่วนกดดันบรรดาหุ้นเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ในฝั่งสหรัฐฯ ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.99% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ดิ่งลง -1.57%ดัชนี STOXX600 ย่อตัวลงเล็กน้อย -0.23% ตอบรับความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ส่วนในฝั่ง ECB ก็ยังมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในระดับ 2.00% ต่อ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาผสมผสาน ทว่า ตลาดหุ้นยุโรปก็พอได้แรงหนุนบ้าง จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่าง ASML +2.0%บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวสูงขึ้นบ้าง ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดโดยบรรดาผู้เล่นในตลาด ทว่า ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ก็พอช่วยชะลอการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้บ้าง และทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังแกว่งตัวแถว 4.10% เราประเมินว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังมีความเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้นได้ หากผู้เล่นในตลาดรับรู้ปัจจัยเชิงบวกที่อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลง โดยหากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ สามารถปรับตัวสูงขึ้นต่อได้จริง เราก็ยังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ในการทยอยเข้าซื้อ ส่วนผู้ที่มีสถานะลงทุนในบอนด์ระยะยาว ก็สามารถ Let Profits Run ได้เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง สอดคล้องกับการทยอยปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดโดยบรรดาผู้เล่นในตลาด นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น หลังผู้เล่นในตลาดต่างปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ส่งผลให้ โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นสู่โซน 99.5 จุด ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ ทยอยปรับตัวสูงขึ้น สู่โซน 4,040-4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง แม้จะเผชิญแรงกดดันบ้างจากการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการของจีน ในเดือนตุลาคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะหลังรับรู้ข่าวข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนล่าสุด ที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศผู้เล่นในตลาดจะประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ในเดือนตุลาคม ซึ่งมีแนวโน้มที่จะยังคงเกินระดับ 2.0% ทำให้ ECB ยังมีโอกาสคงดอกเบี้ยนโยบาย ไว้ที่ระดับ 2.00% ต่อได้ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน รวมถึง พัฒนาการของสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ หลังเข้าสู่ภาวะ Government Shutdown
เงินบาท ค่าเงินดอลลาร์ ความผันผวน อัตราดอกเบี้ย ตลาดหุ้น
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 4 ก.ย.68 ‘แข็งค่า‘ ตามราคาทองพุ่งค่าเงินบาทวันนี้ 4 ก.ย.68 เปิดตลาด“แข็งค่า“ ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ “กรุงไทย“ ชี้รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่า ทองพุ่ง มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.25-32.50 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
BAY คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.80-32.50 จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »
ประเด็นข่าวร้อน! 'รอบโลก' (19 ก.ย.68)ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เปิดบวกในวันนี้ (19 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนรอการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) การประชุมกำหนดนโยบายการเงินซึ่งใช้เวลาสองวันของ BOJ จะสิ้นสุดลงในวันนี้ โดยผลสำรวจบ่งชี้ว่า บรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 25 ก.ย.“อ่อนค่าลงเล็กน้อย” ที่ระดับ 32.09 บาทต่อดอลลาร์ค่าเงินบาทอาจเร่งการอ่อนค่าในระยะสั้น ผู้ส่งออกอาจรอทยอยขายดอลลาร์โซนแนวต้านถัดไปในช่วง 32.30-32.50บาทต่อดอลลาร์ ในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.95-32.20 บาท/ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทซื้อขายกรอบ 31.85-32.50 กรุงศรีฯคาดเฟดลดดอกเบี้ยอีกกรุงศรีฯคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายกรอบ 31.85-32.50 ลุ้นข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ ขณะที่ Fitch Ratings ลดมุมมองเครดิตไทยจาก เสถียรภาพ เป็น เชิงลบ อ้างความเสี่ยงการคลังจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่ศูนย์วิจัยกรุงไทยชี้ส่งออกไทยเริ่มแผ่ว วันนี้ ( 29 ก.ย.
Read more »
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 'อ่อนค่าลง' อยู่ที่ 32.47 บาท/ดอลลาร์ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 32.47 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิด 32.36 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบ 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ 32.30-32.55 บาท/ดอลลาร์
Read more »
