Krungthai GLOBAL MARKETS ให้เงินบาทวันนี้ 36.30-36.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยเปิดเช้าทรงตัวที่ 36.48 บาทต่อดอลลาร์ ลุ้นเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ในคืนนี้ทำดอลลาร์ผันผวน
Krungthai GLOBAL MARKETS ให้เงินบาทวันนี้ 36.30-36.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยเปิดเช้าทรงตัวที่ 36.48 บาทต่อดอลลาร์ ลุ้นเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ในคืนนี้ทำดอลลาร์ผันผวน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าเงินบาทวันนี้ที่ 36.
30-36.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.48 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า นับตั้งแต่ช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทยังคงแกว่งตัวในกรอบ sideways โดยเงินบาทยังพอได้แรงหนุนจากโฟลว์ธุรกรรมทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับการย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อได้ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างยังคงกังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด หลังภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสดใส ส่งผลให้เงินดอลลาร์ยังมีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อ โดยเฉพาะหากรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์นี้ ออกมาสูงกว่าคาด ย้ำความกังวลของผู้เล่นในตลาดว่า เฟดจะไม่รีบลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ เงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันจากโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์และสกุลเงินต่างประเทศในช่วงปลายเดือน ซึ่งผู้เล่นในตลาดต่างรอจังหวะ Buy on Dip ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อยาก ยกเว้นจะมีปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาช่วยหนุนการแข็งค่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท ต้องปรับมุมมองใหม่ต่อจุด Peak เงินบาทที่ได้ประเมินไว้ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ หลังเงินบาทได้อ่อนค่าทะลุเกินระดับ 36.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยการอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าว ได้เปิดโอกาสให้เงินบาทสามารถอ่อนค่าลงต่อทดสอบโซนแนวต้านถัดไป แถว 36.65 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก ซึ่งอาจต้องรอลุ้นว่า เงินดอลลาร์จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร หลังตลาดทยอยรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์นี้ โดยมองว่า หากอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด อีกทั้งถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อย่าง ประธานเฟด และ Mary Daly เริ่มมีความ hawkish มากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลว่า เฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ยไปช่วงไตรมาส 3 และอาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่า 3 ครั้ง ในปีนี้ ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ สามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ไม่ยาก กดดันทั้งราคาทองคำและเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ภาพดังกล่าว อาจกดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น ผันผวนอ่อนค่าทดสอบระดับ 152 เยนต่อดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้นได้ แต่ต้องระวังการเข้าแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่น ซึ่งเราคาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ทางการญี่ปุ่นจะรอจังหวะตลาดการเงินสหรัฐฯ และยุโรป ปิดทำการ เพื่อเข้าแทรกแซงค่าเงิน ทำให้ เงินเยนญี่ปุ่น มีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นสู่โซน 150-151 เยนต่อดอลลาร์ หรือ ต่ำกว่านั้นได้ ซึ่งจะช่วยลดทอนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง ในทางกลับกัน หากอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ออกมาตามคาด เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจย่อตัวลงบ้าง ทำให้เงินบาทก็สามารถกลับมาแข็งค่าขึ้น และมีโอกาสทดสอบโซนแนวรับ 36.30 บาทต่อดอลลาร์ ได้ แต่เงินบาทก็อาจยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นจากโซนดังกล่าวได้ง่ายนัก หากไม่มีปัจจัยหนุนอื่น ๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้อัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ จะออกมาตามคาด ก็ยังคงต้องระวังความผันผวนจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนของทางการญี่ปุ่สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราต้องปรับมุมมองใหม่ต่อจุด Peak เงินบาทที่ได้ประเมินไว้ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ หลังเงินบาทได้อ่อนค่าทะลุเกินระดับ 36.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยการอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าว ได้เปิดโอกาสให้เงินบาทสามารถอ่อนค่าลงต่อทดสอบโซนแนวต้านถัดไป แถว 36.65 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก ซึ่งอาจต้องรอลุ้นว่า เงินดอลลาร์จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร หลังตลาดทยอยรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์นี้ โดยเรามองว่า หากอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด อีกทั้งถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อย่าง ประธานเฟด และ Mary Daly เริ่มมีความ hawkish มากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลว่า เฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ยไปช่วงไตรมาส 3 และอาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่า 3 ครั้ง ในปีนี้ ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ สามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ไม่ยาก กดดันทั้งราคาทองคำและเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ภาพดังกล่าว อาจกดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น ผันผวนอ่อนค่าทดสอบระดับ 152 เยนต่อดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้นได้ แต่ต้องระวังการเข้าแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่น ซึ่งเราคาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ทางการญี่ปุ่นจะรอจังหวะตลาดการเงินสหรัฐฯ และยุโรป ปิดทำการ เพื่อเข้าแทรกแซงค่าเงิน ทำให้ เงินเยนญี่ปุ่น มีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นสู่โซน 150-151 เยนต่อดอลลาร์ หรือ ต่ำกว่านั้นได้ ซึ่งจะช่วยลดทอนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง ผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก เพื่อรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ในวันศุกร์นี้ ซึ่งผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็เลือกที่จะขายทำกำไรหุ้นเทคฯ ใหญ่ ออกมาบ้าง อาทิ Meta -1.7% ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน Exxon Mobil +1.1% ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาดราว +0.11% ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +0.18% แม้ว่าจะถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรบรรดาหุ้นเทคฯ SAP -0.9% เช่นเดียวกับฝั่งสหรัฐฯ ทว่าตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน TotalEnergies +0.7% นอกจากนี้ แนวโน้มการทยอยปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของบรรดาธนาคารกลางในยุโรป ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นยุโรปในช่วงนี้เช่นกัน ในฝั่งตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ sideways แถวระดับ 4.21% โดยผู้เล่นในตลาดต่างยังไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน ด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ในวันศุกร์นี้ ทั้งนี้ เราย้ำมุมมองเดิมว่า ควรระวังความผันผวนของตลาดบอนด์ ในช่วงวันหยุด Good Friday ของตลาดการเงินยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นวันที่ตลาดรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้นได้ หากอัตราเงินเฟ้อ PCE ออกมาสูงกว่าคาด แต่เนื่องจาก เรายังคงมองว่า เฟดจะสามารถทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ในปีนี้ ทำให้เราคงแนะนำนักลงทุนสามารถทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในทุกจังหวะที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงกว่าระดับ 4.20% จาก Risk-Reward ที่มีความคุ้มค่าพอสมควร ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ sideways โดยมีจังหวะย่อตัวลงบ้าง ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดและต่างก็รอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ในคืนวันศุกร์นี้ ส่งผลให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ ยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 104.5 จุด ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะย่อตัวของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการปรับสถานะเพื่อรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของผู้เล่นในตลาด ได้หนุนให้ ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาทองคำ ได้ปรับตัวขึ้นสู่โซน 2,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งการปรับตัวขึ้นดังกล่าวของราคาทองคำ อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไร และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากจะเป็นข้อมูลสำคัญที่เฟดใช้ประกอบการพิจารณานโยบายการเงิน โดยหากอัตราเงินเฟ้อทั่วไป PCE และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE เร่งตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในภาคบริการ ที่ไม่รวมค่าบ้านต่าง ๆ ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ย และอาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ ซึ่งในจังหวะการรายงานข้อมูลดังกล่าวนั้น จะอยู่ในช่วงปิดทำการของตลาดการเงินสหรัฐฯ และยุโรป ทำให้ปริมาณธุรกรรมอาจเบาบางและส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนสูงได้ โดยความผันผวนสูงดังกล่าวอาจดำเนินต่อเนื่องไปถึงช่วงวันจันทร์สัปดาห์หน้าได้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ทั้งประธานเฟด Jerome Powell และ Mary Daly ที่จะมาในช่วงหลังรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ให้เงินบาทสัปดาห์นี้35-35.80ด้านเงินบาทวันนี้35.30-35.50บาท/ดอลลาร์Krungthai GLOBAL MARKETS ให้กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 35-35.80 บาทต่อดอลลาร์ร จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ หาก CPI ดีกว่าคาดทำเงินบาทผันผวน ด้านเงินบาทวันนี้ 35.30-35.50 บาทต่อดอลลาร์
Read more »
หุ้นไทยสัปดาห์หน้าจ่อ1,415 จุดเงินบาทสัปดาห์หน้า35.30-36.30 บาท/ดอลลาร์ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า 1,365-1,415 จุด ให้กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 35.30-36.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาทุนต่างชาติและผลประชุมเฟด
Read more »
ราคาทองวันนี้ (19 มี.ค.) ที่เปิดตลาดราคาเด้ง 150 บาท ทองโลกลุ้นแนวต้าน2,165ราคาทองวันนี้ (19 มี.ค.) ที่เปิดตลาดราคา เด้งขึ้น 150 บาท โดยราคาทองแท่งขายออก 36,850 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออก 37,350 บาท ส่วนราคาทองคำ Spot ช่วงปรับตัวในกรอบที่ระดับ 2,161 ดอลลาร์ แนวต้าน 2,165 ดอลลาร์
Read more »
เงินบาทวันนี้36-36.15เปิดเช้าทรงตัวที่36.09บาท/ดอลลาร์Krungthai GLOBAL MARKETS เก็งเงินบาทวันนี้ 36-36.15 บาทต่อดอลลาร์ โดยเปิดเช้าทรงตัวที่ 36.09 บาทต่อดอลลารลุ้นผลการประชุม FOMC ของเฟด โดยเฉพาะมุมมองจำนวนครั้งที่จะลดอกเบี้ยในปีนี้ และแรงเทขายสินทรัพย์ไทยอาจกดเงินบาทอ่อนลงได้
Read more »
เงินบาทวันนี้36.20-36.45เปิดเช้าแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่36.35บาท/ดอลลาร์Krungthai GLOBAL MARKETS แนะเงินบาทวันนี้ที่ 36.20-36.45 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 36.35 บาทต่อดอลลาร์ มีแนวโน้มอ่อนค่าจำกัด ยังมีแรงกดดันจากโฟลว์ซื้อเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันดิบขึ้น
Read more »
เงินบาทวันนี้36.30-36.50เปิดเช้าทรงตัวอยู่ที่36.42บาท/ดอลลาร์Krungthai GLOBAL MARKETS เผยทิศทางเงินบาทวันนี้ 36.30-36.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยเปิดเช้าทรงตัวอยู่ที่ 36.42 บาทต่อดอลลาร์ คาดแกว่งตัว sideways โดยดอลลาร์มีแรงหนุนจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด Christopher Waller ย้ำจุดยืนไม่รีบลดดอกเบี้ย
Read more »
