Krungthai GLOBAL MARKETS แนะทิศทางเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ 34.65-35.20 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนเงินบาทวันนี้ให้ไว้ 34.85-35.10 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผันผวนช่วงเปิดผลการประชุม BOJ และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ที่จะกระทบสัญญาณดอกเบี้ยเฟด
Krungthai GLOBAL MARKETS แนะทิศทางเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ 34.65-35.20 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนเงินบาทวันนี้ให้ไว้ 34.85-35.10 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผันผวนช่วงเปิดผลการประชุม BOJ และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ที่จะกระทบสัญญาณดอกเบี้ยเฟด นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าทิศทางเงินบาทสัปดาห์นี้จะอยู่ที่ 34.
65-35.20 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ควรระวังความผันผวน ในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึง รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งจะกระทบต่อมุมมองแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดของผู้เล่นในตลาดได้ สำหรับเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ 34.85-35.10 บาทต่อดอลลาร์บาท ส่วนเปิดเช้าที่ระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 34.82 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านโซนแนวต้านสำคัญ ก่อนที่จะย่อตัวลงต่อเนื่อง โดยปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์นั้นมาจากถ้อยแถลงของ John Williams ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงินเฟด ที่ได้ระบุว่า “เฟดยังไม่ได้หารือกันเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย และยังคงให้ความสำคัญต่อคำถามว่า นโยบายการเงินมีความเข้มงวดเพียงพอที่จะทำให้เฟดบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อได้หรือไม่” ซึ่งมุมมองดังกล่าวได้สวนทางกับการส่งสัญญาณของประธานเฟดล่าสุด ที่ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยลงได้เร็วและลึกในปีหน้าโดยเฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลการประชุมเฟดล่าสุด ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยลงในปีหน้าได้ราว 6 ครั้ง หรือ -150bps สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า โมเมนตัมการแข็งค่าเริ่มแผ่วลง จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติม ทำให้เงินบาทอาจติดโซนแนวรับแถว 34.70 บาทต่อดอลลาร์ อนึ่ง เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าอยู่บ้าง เนื่องจากฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติก็มีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้ หลังนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า +5.4 พันล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า ส่วนโซนแนวต้านที่สำคัญ คือ โซน 35 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ ต้องจับตาทิศทางเงินเยนญี่ปุ่น และที่สำคัญทิศทางราคาทองคำ เนื่องจาก โฟลว์ธุรกรรมทองคำยังคงส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทได้พอสมควร ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น มองว่า เงินดอลลาร์ยังมีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้ หากผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟดลง ตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจออกมาดีกว่าคาดหรือถ้อยแถลงบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดที่เน้นย้ำว่าเฟดยังไม่รีบลดดอกเบี้ยลง นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น ถ้า BOJ ไม่ได้ส่งสัญญาณปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดมากขึ้นตามคาด ด้านสหรัฐฯ – แม้ว่าสัปดาห์นี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญฝั่งสหรัฐฯ อาจมีไม่มาก ทว่า ควรระวังการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดของผู้เล่นในตลาด หลังจากล่าสุดผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ต่างมองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยลงได้ราว 6 ครั้ง ในปีหน้า ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยที่เร็วและลึกกว่าที่เฟดประเมินไว้ใน Dot Plot ล่าสุด ทำให้ในสัปดาห์นี้ บรรดาเจ้าหน้าที่เฟดอาจออกมาให้ความเห็นเพื่อลดความคาดหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดดังกล่าว ขณะเดียวกัน ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย Conference Board, ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ PCE โดยหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด หรือ ยังสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่สดใส ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยเฟดลงบ้าง ซึ่งอาจทำให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นได้ ด้านยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางยุโรป ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ อัตราเงินเฟ้อ CPI รวมถึงยอดค้าปลีก ของอังกฤษ และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี โดยหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว สะท้อนภาพการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็อาจยิ่งกดดันให้สกุลเงินฝั่งยุโรป อย่าง เงินยูโร และเงินปอนด์อังกฤษ อ่อนค่าลงได้บ้าง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจมองว่า ทั้ง BOE และ ECB ก็มีแนวโน้มที่จะทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ในปีหน้า ไม่ต่างจากเฟด หรือ อาจจะลดดอกเบี้ยลงได้เร็วและลึกกว่าเฟด หากภาพรวมเศรษฐกิจซบเซาหนักกว่าคาด ขณะที่ฝั่งเอเชีย – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น โดยประเมินว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ -0.10% ทั้งนี้ เรามองว่า มีความเป็นไปได้ที่ทาง BOJ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย Yield Curve Control เพื่อสะท้อนการทยอยใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หลังภาพรวมเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนภาคการบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่ไม่รวมผลของราคาพลังงานและอาหารสด ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 4% โดย BOJ อาจประกาศยกเลิกการทำ YCC ได้ เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การทยอยปรับใช้นโยบายการเงินให้เข้มงวดมากขึ้น เช่น การทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หาก BOJ เริ่มมองว่า มีแนวโน้มที่ทาง BOJ จะสามารถบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ยังมองว่า ทาง BOJ ก็อาจพยายามลดความคาดหวังของตลาดต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงบ้าง ด้วยการส่งสัญญาณว่า BOJ พร้อมที่จะกลับมาใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นได้ ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีที่ เศรษฐกิจญี่ปุ่นเผชิญความเสี่ยง จนอาจทำให้ BOJ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อได้ อนึ่ง หาก BOJ มีการปรับนโยบายการเงินในเชิงที่เข้มงวดมากขึ้น ตามที่เราประเมินไว้ ก็มีโอกาสช่วยหนุนให้ เงินเยนญี่ปุ่น ทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่อาจติดโซนแนวรับหลักแถว 141 เยนต่อดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดได้คาดหวังต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินดังกล่าวมาพอสมควรแล้ว ขณะที่ หาก BOJ ไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดตามคาด ก็อาจเปิดความเสี่ยงที่เงินเยนญี่ปุ่นจะอ่อนค่า เร็วและแรง สู่ระดับ 145 เยนต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก นอกเหนือจากผลการประชุม BOJ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาท่าทีของทางธนาคารกลางจีน ว่าจะมีการส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ หลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังคงซบเซากว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างลดความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ดังจะเห็นได้จากการที่ บรรดานักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่ ต่างลดคำแนะนำการลงทุนในสินทรัพย์จีน โดยเฉพาะ หุ้นจีน เป็น Underweight
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เงินบาทวันนี้35-35.30เปิดเช้าแข็งขึ้นอยู่35.18บาท/ดอลลาร์กรุงไทยคาดเงินบาทวันนี้ที่ 35-35.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยเปิดเช้านี้ที่ระดับ 35.18 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เตือนผันผวนช่วงเปิดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เงินบาทวันนี้ เงินดอลลาร์ KrungthaiGLOBALMARKETS smartinvestment
Read more »
เงินบาทวันนี้35.10-35.35เปิดเช้าอ่อนลงเล็กน้อยอยู่35.25บาท/ดอลลาร์Krungthai GLOBAL MARKETS คาดเงินบาทวันนี้ที่ 35.10-35.35 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเปิดเช้าอ่อนค่าลงเล็กน้อยอยู่ที่ 35.25 บาทต่อดอลลาร์ เห็นแนวโน้มอ่อนค่าแรงขึ้น จากเงินดอลลาร์แข็งและราคาทองคำลดลงด้วยแรงซื้อในจังหวะราคาย่อตัว
Read more »
ค่าเงินบาท เปิด 35.25 บาท/ดอลลาร์ ทิศทางอ่อนค่าค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.25 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.20 บาทต่อดอลลาร์ อ่านเพิ่มเติม :
Read more »
ค่าเงินบาท เปิด 35.30 บาท/ดอลลาร์ แนวโน้มผันผวนอ่อนค่าค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.30 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.27 บาท/ดอลลาร์ อ่านเพิ่มเติม :
Read more »
มองเงินบาทวันนี้34.95-35.25เปิดเช้าพุ่งแข็งค่าอยู่ที่35.14บาท/ดอลลาร์Krungthai GLOBAL MARKETS คาดเงินบาทวันนี้ที่ 34.95-35.25 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นแรงแตะ 35.14 บาทต่อดอลลาร์ คาดไม่หลุดโซนแนวรับ 35 บาทต่อดอลลาร์ แต่อาจแข็งค่าขึ้นกว่านี้หากนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นไทย
Read more »
ให้กรอบเงินบาทวันนี้34.80-35.10เปิดเช้าแข็งขึ้นต่อที่34.94บาท/ดอลลาร์Krungthai GLOBAL MARKETS ให้กรอบเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 34.80-35.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยเปิดเช้าแข็งขึ้นต่อที่ 34.94 บาทต่อดอลลาร์ ชี้อาจติดโซนแนวรับ 34.80 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่ามีปัจจัยใหม่เพิ่ม เช่นฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติสู่ตลาดหุ้นไทย
Read more »
