เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 34.73 บาทต่ […]
เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคและเงินหยวนท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ 11 ม.ค. 2568 – ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทขยับแข็งค่าเล็กน้อยในช่วงต่อมา หลังจากที่เงินดอลลาร์ฯ ถูกกดดันช่วงสั้นๆ หลังมีรายงานข่าวระบุถึง แนวทางการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจจะเป็นไปอย่างจำกัดเฉพาะบางกลุ่มสินค้า อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยอ่อนค่ากลับมาอีกครั้งในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวในภายหลัง นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากแรงขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่มีแรงหนุนจากบันทึกประชุมเฟดและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งสะท้อนสัญญาณว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจชะลอแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ ในวันศุกร์ที่ 10 ม.
ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 34.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 34.46 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 6-10 ม.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 1,383 ล้านบาท และ 3,354 ล้านบาท ตามลำดับ สัปดาห์ระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 34.40-35.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณเงินทุนต่างชาติ ทิศทางเงินหยวนและราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดค้าปลีก ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ของอังกฤษและยูโรโซน และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2567 และข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนธ.ค. รวมถึงสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ด้วยเช่นกัน ตลาดหุ้นไทยผันผวนระหว่างสัปดาห์ ก่อนจะปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ โดยเผชิญแรงกดดันหลักๆ จากหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าจากความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการปรับลดค่าไฟ และหุ้นกลุ่มสื่อสารจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของพ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาขานรับรายงานข่าวที่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจพิจารณาจัดเก็บภาษีนำเข้าเป็นรายอุตสาหกรรม แทนการจัดเก็บภาษีในวงกว้าง ดัชนีหุ้นไทยกลับมาย่อตัวลงอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยมีปัจจัยลบจากคาดการณ์เกี่ยวกับการชะลอการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ รวมถึงรายงานข่าวที่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ มีแผนจะประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจแห่งชาติเพื่อให้มีอำนาจในการตั้งกำแพงภาษีนำเข้า นอกจากนี้กรณีจำนำหุ้นของผู้บริหารบจ. แห่งหนึ่งก็นับเป็นอีกปัจจัยที่กระทบบรรยากาศของตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนหลักๆ จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อนึ่งสัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มแบงก์และกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นสวนทางภาพรวมตลาดท่ามกลางแรงซื้อเก็งกำไรก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2567 ในวันศุกร์ที่ 10 ม.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,367.99 จุด ร่วงลง 1.21% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,287.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.70% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 4.24% มาปิดที่ระดับ 294.38 จุด สัปดาห์ถัดไป บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,350 และ 1,330 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,380 และ 1,400 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลประกอบการไตรมาส 4/2567 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. 2567 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธ.ค. 2567 ของยูโรโซน รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2567 และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนธ.ค. 2567 ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ดัชนีหุ้นยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ (27 ธ.ค.) และปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์เป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และกลุ่มการเงิน. ดัชนี CAC-40, DAX และ FTSE 100 ปรับตัวขึ้น แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์
Read more »
ซาบีน่า-อนัน แยกทาง หลังแต่งงานเพียง 2 สัปดาห์ซาบีน่า ไมซิงเกอร์ และ อนัน อันวา อดีตนักร้องยุค 90 ประกาศแยกทางหลังแต่งงานเพียง 2 สัปดาห์ ทั้งคู่เผยผ่านอินสตาแกรมว่าการตัดสินใจแยกทางเกิดจากความต้องการส่วนตัวที่ไม่สามารถปรับให้ตรงกัน
Read more »
ตลาดหุ้นเขยิบ เศรษฐกิจจีน-ราคาน้ำมันดึงทองคำพุ่งรายงานจากกระทรวงแรงงานไทยชี้ตลาดแรงงานมั่นคง นำผลักดันความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกลับมาซื้อขายวันแรกปี 2568 โดยมั่นใจเศรษฐกิจจีน และทองคำแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์
Read more »
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน
Read more »
ทองคำเปิดตลาดแรง 550 บาท สูงสุด 2 สัปดาห์ราคาทองคำเปิดตลาดเช้านี้ปรับตัวขึ้น 550 บาท (ปรับครั้งที่2)ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ นักลงทุนมองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ผลตอบแทนทองคำแท่งในประเทศปี 2567 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 32.4%
Read more »
MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 6-10 ม.ค. 2568เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
Read more »
