อ่านโดยพลัน!‘บิ๊กอู๊ด’เปิดสถิติภัยออนไลน์ ทั้งปีดูดเงินกว่า 3 หมื่นล้าน แนะวิธีป้องกัน

United States News News

อ่านโดยพลัน!‘บิ๊กอู๊ด’เปิดสถิติภัยออนไลน์ ทั้งปีดูดเงินกว่า 3 หมื่นล้าน แนะวิธีป้องกัน
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 naewna_news
  • ⏱ Reading Time:
  • 199 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 83%
  • Publisher: 51%

คลิกอ่านที่นี่ ดูดเงิน ภัยออนไลน์ บิ๊กอู๊ด แอปดูดเงิน อ่านโดยพลัน!‘บิ๊กอู๊ด’เปิดสถิติภัยออนไลน์ ทั้งปีดูดเงินกว่า 3 หมื่นล้าน แนะวิธีป้องกัน

14 มีนาคม 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร./หัวหน้าคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วยคณะทำงาน แถลงข่าว เกี่ยวกับสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ในรอบปีที่ผ่านมา และภัยออนไลน์ที่เกิดขึ้นใหม่ในรอบสัปดาห์ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้มีภูมิป้องกันภัยออนไลน์ ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ตามที่ พล.

อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เร่งรัดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะภัยออนไลน์ ที่เกิดขึ้น และสร้างความตระหนักรู้เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ มีรายละเอียดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2565-วันที่ 11 มี.ค.2566 พบว่ามีการรับแจ้งความคดีออนไลน์ 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้า 73,252 เคส/955,427,866 บาท 2.คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อหารายได้จากการทำกิจกรรม 29,945 เคส/3,323,194,517 บาท 3. คดีหลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน 24,821 เคส/1,034,104,918 บาท 4. คดีหลอกลวงทางโทรศัพท์ที่เป็นขบวนการ 20,013 เคส/3,505,338,808 บาท 5. คดีหลอกให้ลงทุน16,460 เคส/7,661,884,637 บาท 6.คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้า8,036 เคส/57,293,969 บาท 7. คดีหลอกเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน 7,285 เคส/ 254,219,605 บาท 8.คดีหลอกให้โอนเงิน 5,286 เคส/ 369,123,851 บาท 9.คดีหลอกให้รักแล้วลงทุน 3,201 เคส/ 1,556,536,563 บาท และ 10.หมิ่นประมาท ดูหมิ่น 3,171 เคส/ 11,641,372 บาท รวมทั้งปีมีผู้แจ้งความ 218,210 เคส มูลค่าความเสียหายรวม 31,579,305,746 บาท ขณะที่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 5-11 มี.ค.2566 พบมีการรับแจ้งความคดีออนไลน์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้า 2,184 เคส/19,075,526.61 บาท 2.คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อหารายได้จากการทำกิจกรรม 758 เคส/87,227,644.38 บาท 3.คดีหลอกลวงทางโทรศัพท์ที่เป็นขบวนการ739 เคส/87,227,644.38 บาท 4.คดีหลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน 576 เคส/ 23,697,409.86 บาท และ 5. คดีหลอกเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน 312 เคส/8,273,770.68 บาท รวมทั้งสัปดาห์มีผู้แจ้งความ 5,787 เคส/มูลค่าความเสียหายรวม 377,284,886 บาท พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า จากสถิติรับแจ้งความออนไลน์ทั้งรอบปีและรอบสัปดาห์ข้างต้นพบว่า สถิติอันดับ 1-4 ยังคงอยู่ในลำดับต้นๆเหมือนเดิม จึงขอเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าว ภัยออนไลน์ที่น่าสนใจและเกิดขึ้นมากในรอบสัปดาห์ คือ คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง และได้โทรศัพท์หาผู้เสียหายให้ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใน Website กระทรวงการคลัง จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนใน line ช่วงนี้คนร้ายส่ง link กระทรวงการคลังปลอมให้ผู้เสียหายกดเข้าไป ต่อมาคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายกดที่โลโก้กระทรวงการคลังมุมขวามือ ทั้งนี้ ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลังจริง จึงยินยอมกด link เข้า Website ปลอม และกรอกข้อมูลชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวในระบบ และใส่รหัสยืนยันตัวตน เลข 6 หลัก ต่อมาผู้เสียหายกรอกเลข OTP 6 หลักให้คนร้ายเพิ่มเติม เป็นเหตุให้ผู้เสียหายถูกควบคุมโทรศัพท์และถูกดูดเงินออกไป จึงขอประชาสัมพันธ์ว่าจงมีสติไม่หลงเชื่อ ไม่กรอกหรือให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านช่องทางออนไลน์และทางโทรศัพท์ ไม่ควรกระทำการใดๆใน Website หรือ Application ที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่กด link แปลกปลอม และไม่ดาวน์โหลด Application ที่ไม่ผ่านการยืนยันโดยแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ 1.1 ไม่ผูกบัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิต ไว้ในแอปต่าง ๆ หากจำเป็นให้ยกเลิกการผูกบัตรเมื่อใช้งานเสร็จ หรือจำกัดยอดวงเงินที่รับความเสี่ยงได้เอาไว้ 1.2 หลีกเลี่ยงการผูกบัญชีเงินฝากที่มียอดสูงๆ กับแอพพลิเคชั่นธนาคาร ใช้บัญชีที่มียอดเงินเท่าที่จำเป็น หรือหากมีความจำเป็นต้องรับ-โอนเงินจำนวนมาก/วัน ควรแยกเครื่องที่ใช้โทรศัพท์หรือเล่นโซเชียลมีเดีย2. ขณะเกิดเหตุ2.2 “ตรวจสอบ” กลับ โดยดำเนินการ ดังนี้ 1) ดูเบอร์โทรที่โทรมา หากมีเครื่องหมาย + นำหน้า แสดงว่าที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ 2) เบอร์มือถือโทรมา เราต้องขอเบอร์ “คอลเซ็นเตอร์หน่วยงาน” ที่อ้าง เพื่อติดต่อกลับเองเพื่อถามข้อมูล 3) อ้างติดธุระขอวางสาย แล้วโทรกลับเบอร์ที่คนร้ายโทรมาหากโทรไม่ได้ แสดงว่าเป็นการโทรโดยใช้ระบบอินเตอร์เน็ต โทรมาหลอกลวง 2.3 “ต้องสังเกต” ลิงค์ที่คนร้ายให้มาว่าผิดปกติหรือไม่ เช่น ใช้ขีด แทน จุด เป็นต้น ให้นำลิงค์ตรวจสอบกับเว็ป https://whois.domaintools.com/ จะเห็นว่าเพิ่งเปิดมาไม่นาน ของหน่วยราชการส่วนใหญ่จะเปิดมาหลายปี 2.4 “ต้องห้าม” 1) โหลดลิ้งก์จากคนที่เราไม่รู้จักนอก play store/app store 2) ไม่อนุญาตให้ใครเข้าถึงข้อมูลในเครื่อง สังเกตคำเตือนจากโทรศัพท์ของเรา 3) ไม่บอกรหัสใดๆ ที่แจ้งมาให้ผู้อื่นทราบ 2.5 “ตัดสัญญาณ” เมื่อเกิดอาการ “หน้าจอค้าง” คนร้ายอ้างว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่ความจริงเครื่องท่านถูกรีโมทแล้ว ต้องรีบตัดสัญญาณ โดยปิดเครื่อง/ปิดเร้าเตอร์/ถอดซิม ดังกล่าวอีกด้วย..........-005

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

naewna_news /  🏆 43. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'บิ๊กอู๊ด'เผยสถิติแจ้งความออนไลน์อันดับ 1 ยังเป็นถูกหลอกขายสินค้ารวมมูลค่าเสียหาย10อันดับทั้งปีกว่า 3 หมื่นล้าน'บิ๊กอู๊ด'เผยสถิติแจ้งความออนไลน์อันดับ 1 ยังเป็นถูกหลอกขายสินค้ารวมมูลค่าเสียหาย10อันดับทั้งปีกว่า 3 หมื่นล้านจากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.
Read more »

พนักงาน ’บีทีเอส’ บุกทำเนียบขีดเส้น 7 วันรัฐต้องจ่ายหนี้ 5 หมื่นล้านพนักงาน ’บีทีเอส’ บุกทำเนียบขีดเส้น 7 วันรัฐต้องจ่ายหนี้ 5 หมื่นล้านพนักงาน ‘BTS’บุกทำเนียบยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องดำเนินการจ่ายหนี้ภายใน 7 วันหากไม่ดำเนินการอาจจะพิจารณาหยุดการเดินรถ
Read more »

พนักงาน BTS บุกทำเนียบทวงหนี้ 'บิ๊กตู่' กว่า 5 หมื่นล้าน ขีดเส้น 7 วัน ขู่หยุดเดินรถพนักงาน BTS บุกทำเนียบทวงหนี้ 'บิ๊กตู่' กว่า 5 หมื่นล้าน ขีดเส้น 7 วัน ขู่หยุดเดินรถพนักงาน BTS บุกทำเนียบ ยื่นหนังสือทวงหนี้ ‘บิ๊กตู่’ กว่า 5 หมื่นล้าน ขีดเส้น 7 วัน ขู่หยุดเดินรถ ส่อทำคนเดือดร้อน แต่ขอให้ประชาชนเข้าใจความจำเป็น BTS BTSC
Read more »

'พนักงานบีทีเอส' ยื่นหนังสือร้อง 'นายก' เร่งแก้หนี้รถไฟฟ้าสีเขียวเกือบ 5 หมื่นล้าน
Read more »

พนักงาน BTS บุกทำเนียบ ยื่นหนังสือทวงหนี้ 5 หมื่นล้านพนักงาน BTS บุกทำเนียบ ยื่นหนังสือทวงหนี้ 5 หมื่นล้านพนักงาน BTS บุกทำเนียบ ยื่นหนังสือทวงหนี้ 5 หมื่นล้าน ขีดเส้น 7 วัน หากไม่ดำเนินการ ขู่หยุดเดินรถ ประชาชนจะเดือดร้อน แต่ขอให้เข้าใจความจำเป็น อ่านข่าว : เรื่องเล่าเช้านี้ ข่าวช่อง3 ข่าวเศรษฐกิจ
Read more »

ส่อหยุดเดินรถสายสีเขียว 'บีทีเอส' บุกทำเนียบร้องนายกฯล้างหนี้ 5 หมื่นล้านส่อหยุดเดินรถสายสีเขียว 'บีทีเอส' บุกทำเนียบร้องนายกฯล้างหนี้ 5 หมื่นล้านพนักงานบีทีเอส บุกทำเนียบยื่นหนังสือร้องเรียนนายกฯ เร่งสางหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 5 หมื่นล้านบาท ภายใน 7 วัน หากรัฐเมินส่อหยุดเดินรถให้บริการประชาชน บีทีเอส รถไฟฟ้าสายสีเขียว ฐานเศรษฐกิจ
Read more »



Render Time: 2026-04-02 18:02:37