อ่วม! ศาลสั่งคุก 20 ปี 'อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที' ชดใช้กว่า 1.5 พันล้าน | เดลินิวส์

United States News News

อ่วม! ศาลสั่งคุก 20 ปี 'อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที' ชดใช้กว่า 1.5 พันล้าน | เดลินิวส์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 DailynewsTwit
  • ⏱ Reading Time:
  • 310 sec. here
  • 7 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 127%
  • Publisher: 51%

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตัดสินจำคุก 20 ปี 'วรุธ สุวกร” อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที จ่ายสินไหมทดแทนกว่า 1 พันล้าน พร้อมดอกเบี้ยอีกกว่า 5 ร้อยล้าน เซ่นปม อนุมัติจ่ายเงิน 1,485 ล้าน โดยมิชอบ เดลินิวส์ วรุธ ทีโอที จำคุก จ่ายสินไหม

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบกลาง ได้นัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อท 139 /2565 ที่อัยการสูงสุด ฟ้อง นายวรุธ สุวกร อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัททีโอทีจำกัด เป็นจำเลย เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ โดยคดีดังกล่าวโจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งรักษาการกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัททีโอที จำกัด ผู้เสียหาย จำเลยจึงเป็นพนักงานตาม พ.

ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 63 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัททีโอที จำกัด และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด ควบรวมกิจการเป็นบริษัทเดียว ตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 โดยใช้ชื่อว่า บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด บริษัทโทรคมนาคม แห่งชาติ จํากัด จึงรับไปทั้งทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบริษัททีโอที จํากัด ทั้งหมด พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 152 และมาตรา 153 และมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 มาตรา 3 และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-13 ต.ค. 2551 เวลากลางวันต่อเนื่องและเกี่ยวพันกัน จําเลยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัททีโอที จํากัด ให้ไปเจรจากับ บริษัทสามารถไอ-โมบาย จำกัด จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 50 บริษัททีโอที จำกัด ถูกบริษัทดังกล่าวฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เรื่องผิดสัญญาและเรียกร้องเงินจำนวน 2,648,771,009.61 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,483,687,885.60 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยซึ่งเป็นพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ และ รักษาทรัพย์ของบริษัททีโอที จำกัด ได้ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่ บริษัททีโอที ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บริษัททีโอที หรือโดยทุจริต กล่าวคือ จําเลยอนุมัติจ่ายเงินให้แก่บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย จำกัด เป็นจำนวน 1,485 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่า วงเงิน 10 ล้านบาทที่จําเลยมีอำนาจอนุมัติได้ ทั้งไม่เข้าข้อยกเว้นตามคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที 29/2546 ลงวันที่ 22 ส.ค.46 และจำเลยมิได้ขออนุมัติการจ่ายเงินดังกล่าว จากที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ทำให้ บริษัทสามารถไอ-โมบาย จำกัด ได้รับชำระเงิน ค่าเสียหายไปเป็นจำนวนเกินกว่าที่บริษัททีโอที จำกัด ควรจะต้องจ่าย การกระทำของจำเลย จึงเป็นการใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่บริษัททีโอที จำกัด และเป็นการใช้อำนาจในหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้บริษัททีโอที จำกัด ได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงิน ค่าเสียหายจำนวน 525,370,000 บาท ขอให้ลงโทษจําเลยตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 8, 11 ระหว่างพิจารณา บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด ยื่นคำร้องขอให้จำเลย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องเป็นเงินจำนวน 525,370,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน1,062,147,006.16 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจาก วันยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ จําเลยให้การปฏิเสธอ้างว่า จำเลยอนุมัติจ่ายเงินให้แก่บริษัทสามารถไอ-โมบาย จํากัด โดยเป็นไปตามผลการเจรจาของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางที่ นำเสนอมา และมติที่ประชุมของคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ในการประชุมครั้งที่ 19/2551 เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 51 ให้อำนาจจําเลยอนุมัติจ่ายเงินตามฟ้องได้เนื่องจากเป็นเรื่องการบริหารจัดการ สัญญาของฝ่ายบริหาร ทั้งเป็นการปฏิบัติตามสัญญาที่ยกเว้นให้จำเลยมีอำนาจอนุมัติจ่ายเงินได้เกินกว่า 10 ล้านบาทตามคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ที่ 29/2546 ลงวันที่ 22 ส.ค. 2546 และจำเลยไม่จำต้องให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททีโอที จำกัด พิจารณา อนุมัติจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวเพราะตามมติที่ประชุมข้างต้นให้อำนาจจำเลยไว้แล้ว กับตามคำสั่ง บมจ.ทีโอที ที่ ส.10/2561 เรื่องผลการสอบสวนผู้รับผิดทางแพ่งสรุปว่าการจ่ายเงิน ตามฟ้อง จําเลยไม่มีความผิดทางแพ่ง จําเลยจึงมิได้กระทำความผิดตามฟ้องและไม่ต้องรับชำระ ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้อง ทางไต่สวนพยานหลักฐานจากการพิจารณาของศาลประกอบรายงานการไต่สวน ข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยอนุมัติสั่งจ่ายเงินให้แก่บริษัทสามารถไอ-โมบายจำกัด เป็นจำนวนเงิน 1,476,100,000 บาท ซึ่งเกินกว่า 10 ล้านบาท จำเลยจึงต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที เสียก่อน เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อผูกพันในสัญญาตามคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ที่ 29/2546 เมือพิจารณาจากคำฟ้องคดีแพ่งเป็นการฟ้องเรียกให้บริษัททีโอที จํากัด ชำระเงินให้แก่ บริษัทสามารถไอ-โมบาย จำกัด จากการผิดสัญญาและเรียกค่าเสียหาย กรณีจึงไม่อาจเป็น การเจรจาหาข้อยุติเพื่อที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อผูกพันในสัญญาได้ที่จะเป็นข้อยกเว้นตามคำสั่ง คณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ที่ 29/2546 ข้อ 2.1.2.5 ได้ ทั้งการที่นํายอดเงินจํานวนเต็มตามฟ้อง ในคดีแพ่งมาเป็นหลักในการเจรจาต่อรองจึงเท่ากับเป็นการยอมรับว่า บริษัท ทีโอที จํากัด เป็นฝ่ายผิดสัญญาและยอมรับผิดเต็มตามฟ้อง นอกจากนี้ การเจรจาของคณะกรรมการเพื่อพิจารณา กำหนดแนวทางก็ไม่ได้ปฏิบัติตามความเห็นที่เป็นข้อสังเกตของที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ครั้งที่ 19/2551 เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2551 ประกอบกับจำเลยอนุมัติจ่ายเงินให้แก่บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย จํากัด ในวันที่ 13 ต.ค. 2551 ซึ่งเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 เดือนตามมติ ที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ครั้งที่ 19/2551 กำหนดไว้นอกจากนี้ก่อนและหลังจำเลยอนุมัติ ให้จ่ายเงินแก่บริษัทสามารถไอ-โมบาย จำกัด ได้มีการคัดค้านจากบุคคลภายในหน่วยงานของจําเลยหลายครั้ง โดยเฉพาะมีการยกเลิกเช็คสั่งจ่ายเงินให้แก่บริษัทสามารถไอ-โมบาย จำกัด เพราะฝ่ายการเงินและบัญชีคัดค้านเรื่องอำนาจจ่ายเงินของจำเลย แต่จำเลยก็ยังอนุมัติให้มีการจ่ายเงินดังกล่าว โดยไม่หารือหรือขอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ตอบข้อหารือหรือนำเข้าที่ประชุม คณะกรรมการบริษัททีโอที จํากัด เพื่อแสดงให้เห็นว่าจําเลยได้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการตัดสินใจอนุมัติวงเงินซึ่งเป็นจำนวนมากถึง 1,476,100,000 บาท การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการ หรือรักษาทรัพย์ได ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด กับเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือโดยทุจริต ส่วนข้อที่จำเลยให้การและนำสืบปฏิเสธมา ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ทั้งการที่จำเลยเบิกความว่าขอขยายระยะเวลา 1 เดือน ด้วยวาจากับคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีแล้วนั้น ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวในชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณามาก่อนจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเช่นกัน พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ว่า จําเลยกระทําความผิดตามฟ้อง และต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัททีโอที จำกัด หรือบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด ผู้ร้องพร้อมดอกเบี้ยตามคำร้อง พิพากษาว่า จําเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 จำคุก 20 ปี กับให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้ร้องเป็นเงินจํานวน 1,062,147,006.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน จํานวน 525,370,000 บาท นับถัดจากวันที่ 15 ธ.ค. 65 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

DailynewsTwit /  🏆 63. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 16:50:31