สหรัฐฯ ส่งผู้แทนเยือนกรีนแลนด์สัปดาห์นี้โดยมี สุภาพสตรีหมายเลขสอง ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วยหวังทำความรู้จักกรีนแลนด์มากขึ้นในทุกแง่มุม ขณะที่ผู้นำกรีนแลนด์มองว่าการมาเยือนของสหรัฐฯ คือการ ยั่วยุ ขั้นร้ายแรง
นายกรัฐมนตรี มูเต เอเกเด ของกรีนแลนด์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นถึงแผนการเยือนกรีนแลนด์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ที่เขาเรียกว่าเป็นการยั่วยุที่ “ก้าวร้าวอย่างมาก” ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรีนแลนด์และสหรัฐฯ ตกต่ำลงอีกครั้ง หลังจากคำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่แสดงจุดยืนว่าเขาจะยึดครองกรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนในปกครองตนเองของเดนมาร์กให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ มีรายงานว่าคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่จะเยือนกรีนแลนด์ประกอบด้วย “ไมค์ วอลต์ซ” ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ อีกทั้งยังมี “คริส ไรท์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ที่จะเยือนฐานทัพสหรัฐในกรีนแลนด์ด้วย รวมไปถึงอีกหนึ่งแขกคนสำคัญคือ “อูชา แวนซ์” สุภาพสตรีหมายเลขสองภรรยาของรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์พร้อมกับลูกชายของเธอ ซึ่งทำเนียบขาวกล่าวว่าเธอและจะร่วมเดินทางไปกับคณะเพื่อชมการแข่งขันสุนัขลากเลื่อนระดับชาติของกรีนแลนด์และร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรมและความสามัคคีในกรีนแลนด์ด้วย เอเกเด กล่าวด้วยว่าเขาไม่มั่นใจว่าที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ต้องการมาทำอะไรในกรีนแลนด์ แต่เชื่อว่าจุดประสงค์เดียวที่คณะตัวแทนจากสหรัฐฯ ต้องการคือการแสดงอำนาจอยู่เหนือกรีนแลนด์ นอกจากนี้ เอเกเดยังกล่าวด้วยว่าการปรากฏตัวของผู้แทนจากสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์จะยิ่งทำให้ชาวอเมริกันเชื่อในภารกิจของทรัมป์ในการยึดจะกรียแลนด์มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยรวมไปถึงจะยิ่งนำแรงกดดันมาสู่กรีนแลนด์ ขณะเดียวกันเอเกเด ยังย้ำว่าแม้ว่าก่อนหน้านี้ชาวกรีนแลนด์จะยังมีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อชาวอเมริกันในฐานะที่เป็นพันธมิตรและสนุกที่ได้ทำงานร่วมกันแต่ช่วงเวลาเหล่านั้น “มันจบลงแล้ว”สหรัฐฯ ส่งผู้แทนเยือนกรีนแลนด์สัปดาห์นี้โดยมี “สุภาพสตรีหมายเลขสอง” ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วยหวังทำความรู้จักกรีนแลนด์มากขึ้นในทุกแง่มุม ขณะที่ผู้นำกรีนแลนด์มองว่าการมาเยือนของสหรัฐฯ คือการ “ยั่วยุ” ขั้นร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ไบรอัน ฮิวจ์ส โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติกล่าวว่าคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ มั่นใจว่าการเยือนกรีนแลนด์ในครั้งนี้เจะป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับกรีนแลนด์ รวมไปถึงการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศด้วย เขากล่าวว่าการเยือนกรีนแลนด์ครั้งนี้จะเป็นการเข้าไปทำความรู้จักกรีนแลนด์ให้มากขึ้นทั้งในด้านวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ และ ผู้คน ฝั่งทำเนียบขาว กล่าวถึงการเยือนของสุภาพสตรีหมายเลข 2 ว่า เป็นเพียงภารกิจด้านวัฒนธรรมเท่านั้น โดยอูชา แวนซ์ จะเยือนกรีนแลนด์พร้อมลูกชาย และตัวแทนจากสหรัฐฯ เพื่อเยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์, เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกรีนแลนด์ และการร่วมเทศกาลสุนัขลากเลื่อน ซึ่งจะเป็นการร่วมฉลองวัฒนธรรมและเอกภาพของกรีนแลนด์เท่านั้น ด้าน เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์กแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าวว่า การเยือนกรีนแลนด์ของคณะผู้แทนสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่เดนมาร์กกำลังให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เธอกล่าวด้วยว่าเดนมาร์กต้องการร่วมมือกับสหรัฐฯ แต่การกระทำทุกอย่างควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักอธิปไตยและเดนมาร์กจะทุกการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับกรีนแลนด์จะอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาลเดนมาร์ก ในขณะที่ฝั่ง เยนส์-เฟรเดอริก เนลเซน ผู้นำพรรคเดโมแครตกรีนแลนด์กล่าวว่า การที่คณะตัวแทนจากสหรัฐฯ เยือนกรีนแลนด์แสดงให้เห็นถึงการ “ขาดความเคารพ” ต่อชาวกรีนแลนด์อีกครั้ง โดยเขาเรียกร้องให้ชาวกรีนแลนด์ตื่นตัวและเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเข้มแข็งเพื่อรับมือการมาเยือนของตัวแทนจากสหรัฐฯ ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงแสดงเจตนารมย์ว่า ต้องการผนวกกรีนแลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะด้วยกำลังหรือทางเศรษฐกิจ แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งเดนมาร์ก และกรีนแลนด์จะปฏิเสธแนวคิดของทรัมป์อย่างแข็งขันก็ตาม เนื่องจากใต้ผืนน้ำแข็งมหึมาของกรีนแลนด์นั้น เต็มไปด้วยแร่ธาตุหายาก ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในอุตาหกรมเทคโนโลยี และนั่นเองที่เป็นเป้าหมายด้านความมั่นคงในอนาคตของสหรัฐฯ ในการแผ่ขยายอิทธิพลแข่งกับรัสเซีย และจีน และภูมิภาคอาร์กติก.
นายกรัฐมนตรี มูเต เอเกเด ของกรีนแลนด์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นถึงแผนการเยือนกรีนแลนด์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ที่เขาเรียกว่าเป็นการยั่วยุที่ “ก้าวร้าวอย่างมาก” ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรีนแลนด์และสหรัฐฯ ตกต่ำลงอีกครั้ง หลังจากคำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่แสดงจุดยืนว่าเขาจะยึดครองกรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนในปกครองตนเองของเดนมาร์กให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ มีรายงานว่าคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่จะเยือนกรีนแลนด์ประกอบด้วย “ไมค์ วอลต์ซ” ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ อีกทั้งยังมี “คริส ไรท์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ที่จะเยือนฐานทัพสหรัฐในกรีนแลนด์ด้วย รวมไปถึงอีกหนึ่งแขกคนสำคัญคือ “อูชา แวนซ์” สุภาพสตรีหมายเลขสองภรรยาของรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์พร้อมกับลูกชายของเธอ ซึ่งทำเนียบขาวกล่าวว่าเธอและจะร่วมเดินทางไปกับคณะเพื่อชมการแข่งขันสุนัขลากเลื่อนระดับชาติของกรีนแลนด์และร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรมและความสามัคคีในกรีนแลนด์ด้วย เอเกเด กล่าวด้วยว่าเขาไม่มั่นใจว่าที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ต้องการมาทำอะไรในกรีนแลนด์ แต่เชื่อว่าจุดประสงค์เดียวที่คณะตัวแทนจากสหรัฐฯ ต้องการคือการแสดงอำนาจอยู่เหนือกรีนแลนด์ นอกจากนี้ เอเกเดยังกล่าวด้วยว่าการปรากฏตัวของผู้แทนจากสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์จะยิ่งทำให้ชาวอเมริกันเชื่อในภารกิจของทรัมป์ในการยึดจะกรียแลนด์มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยรวมไปถึงจะยิ่งนำแรงกดดันมาสู่กรีนแลนด์ ขณะเดียวกันเอเกเด ยังย้ำว่าแม้ว่าก่อนหน้านี้ชาวกรีนแลนด์จะยังมีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อชาวอเมริกันในฐานะที่เป็นพันธมิตรและสนุกที่ได้ทำงานร่วมกันแต่ช่วงเวลาเหล่านั้น “มันจบลงแล้ว”สหรัฐฯ ส่งผู้แทนเยือนกรีนแลนด์สัปดาห์นี้โดยมี “สุภาพสตรีหมายเลขสอง” ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วยหวังทำความรู้จักกรีนแลนด์มากขึ้นในทุกแง่มุม ขณะที่ผู้นำกรีนแลนด์มองว่าการมาเยือนของสหรัฐฯ คือการ “ยั่วยุ” ขั้นร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ไบรอัน ฮิวจ์ส โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติกล่าวว่าคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ มั่นใจว่าการเยือนกรีนแลนด์ในครั้งนี้เจะป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับกรีนแลนด์ รวมไปถึงการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศด้วย เขากล่าวว่าการเยือนกรีนแลนด์ครั้งนี้จะเป็นการเข้าไปทำความรู้จักกรีนแลนด์ให้มากขึ้นทั้งในด้านวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ และ ผู้คน ฝั่งทำเนียบขาว กล่าวถึงการเยือนของสุภาพสตรีหมายเลข 2 ว่า เป็นเพียงภารกิจด้านวัฒนธรรมเท่านั้น โดยอูชา แวนซ์ จะเยือนกรีนแลนด์พร้อมลูกชาย และตัวแทนจากสหรัฐฯ เพื่อเยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์, เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกรีนแลนด์ และการร่วมเทศกาลสุนัขลากเลื่อน ซึ่งจะเป็นการร่วมฉลองวัฒนธรรมและเอกภาพของกรีนแลนด์เท่านั้น ด้าน เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์กแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าวว่า การเยือนกรีนแลนด์ของคณะผู้แทนสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่เดนมาร์กกำลังให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เธอกล่าวด้วยว่าเดนมาร์กต้องการร่วมมือกับสหรัฐฯ แต่การกระทำทุกอย่างควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักอธิปไตยและเดนมาร์กจะทุกการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับกรีนแลนด์จะอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาลเดนมาร์ก ในขณะที่ฝั่ง เยนส์-เฟรเดอริก เนลเซน ผู้นำพรรคเดโมแครตกรีนแลนด์กล่าวว่า การที่คณะตัวแทนจากสหรัฐฯ เยือนกรีนแลนด์แสดงให้เห็นถึงการ “ขาดความเคารพ” ต่อชาวกรีนแลนด์อีกครั้ง โดยเขาเรียกร้องให้ชาวกรีนแลนด์ตื่นตัวและเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเข้มแข็งเพื่อรับมือการมาเยือนของตัวแทนจากสหรัฐฯ ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงแสดงเจตนารมย์ว่า ต้องการผนวกกรีนแลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะด้วยกำลังหรือทางเศรษฐกิจ แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งเดนมาร์ก และกรีนแลนด์จะปฏิเสธแนวคิดของทรัมป์อย่างแข็งขันก็ตาม เนื่องจากใต้ผืนน้ำแข็งมหึมาของกรีนแลนด์นั้น เต็มไปด้วยแร่ธาตุหายาก ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในอุตาหกรมเทคโนโลยี และนั่นเองที่เป็นเป้าหมายด้านความมั่นคงในอนาคตของสหรัฐฯ ในการแผ่ขยายอิทธิพลแข่งกับรัสเซีย และจีน และภูมิภาคอาร์กติก
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะเป็นอย่างไรต่อไป หลังทรัมป์ปะทะเซเลนสกี เดือดที่ทำเนียบขาวการที่ผู้นำโลกถกเถียงกันอย่างดุเดือดในประเด็นนโยบายต่างประเทศ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะไม่มีใครเถียงกันออกสื่อท่ามกลางกล้องนับสิบตัวอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี...
Read more »
เผยสถิติเซเลนสกีขอบคุณสหรัฐฯ ไปแล้ว 33 ครั้ง แม้ทรัมป์-แวนซ์ แนะว่าควรขอบคุณเซเลนสกีพูด “ขอบคุณสหรัฐฯ” แล้ว 33 ครั้ง แม้ว่าทรัมป์และแวนซ์จะตำหนิเขาระหว่างปะทะคารมในห้องทำงานรูปไข่ว่าควรขอบคุณสหรัฐฯ ให้มากกว่านี้
Read more »
ศึกเลือกตั้งกรีนแลนด์ที่โลกจับตาผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับ การเลือกตั้งทั่วไปของ “กรีนแลนด์” พื้นที่ที่มีฐานะ “ดินแดนปกครองตนเอง” ของประเทศเดนมาร์ก นอกจากนี้ กรีนแลนด์ยังกล่าวได้ว่า เป็นดินแดนที่อยู่ทางเหนือสุดของโลก และมีสภาพเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกต่างหากด้วย โดยมันตั้งอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติก ส่วนประชากรของเกาะแห่งนี้ ก็มีจำนวนเพียง 57,000 คนเท่านั้น สำหรับ...
Read more »
'ทรัมป์' แจ้ง 'นาโต' ลั่น 'สหรัฐฯ' ต้องได้ 'กรีนแลนด์' มาครอบครองเมื่อวันที่ 14 มี.ค.68 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงต่อมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโต เมื่อวันพฤหัสบดี (13 มี.ค.
Read more »
จีนปกป้องไทยกรณีอุยกูร์ ชี้สหรัฐฯ สองมาตรฐาน วิจารณ์ชาติอื่น แต่ตนเองขับไล่ผู้อพยพมหาศาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการจำกัดวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยกรณีอุยกูร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เหมา หนิง ประณามว่าเป็นการแทรกแซงความร่วมมือที่ถูกกฎหมายระหว่างจีนกับไทย เธอยืนยันว่าทั้งสองประเทศมีอธิปไตยในการร่วมมือต่อสู้กับการอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามแดนตามกฎหมายของทั้งสองประเทศและกฎหมายสากล สหรัฐฯ...
Read more »
