รายงานอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ประจำวันที่ 5 ของการรณรงค์ 'ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ' เกิดอุบัติเหตุรวม 1,398 ครั้ง บาดเจ็บ 1,354 คน ผู้เสียชีวิต 215 คน สาเหตุหลักขับรถเร็ว และ ดื่มแล้วขับ.
10 วันการรณรงค์ 'ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้ อุบัติเหตุ ' วันที่ 5 เกิด อุบัติเหตุ รวม 1,398 ครั้ง บาดเจ็บ 1,354 คน ผู้เสียชีวิต 215 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพ นนทบุรี จังหวัดละ 10 คน ขณะที่สาเหตุหลัก ขับรถเร็ว และ ดื่มแล้วขับ วันนี้ (1 ม.ค.2568) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลด อุบัติเหตุ ทางถนนช่วง เทศกาลปีใหม่ 2568 รายงานข้อมูล อุบัติเหตุ ทางถนนช่วง เทศกาลปีใหม่ 2568 ประจำวันที่ 31 ธ.ค.
2567 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์'ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ' เกิดอุบัติเหตุ 262 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 245 คน ผู้เสียชีวิต 36 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 42.75 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.43 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 21.37 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 89.93 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 76.72 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.84 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.92 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 00.01 - 01.00 น. เวลา 17.01 – 18.00 น. และเวลา 18.01 – 19.00 น. ร้อยละ 8.02 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20 - 29 ปี ร้อยละ 18.51 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,781 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 50,639 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (จังหวัดละ 11 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (5 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (27 – 31 ธ.ค.2567) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,398 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 1,354 คน ผู้เสียชีวิต รวม 215 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 11 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา (44 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (43 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และนนทบุรี (จังหวัดละ 10 คน) ทั้งนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รม
อุบัติเหตุ รถ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว เทศกาลปีใหม่ ความปลอดภัย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ค่าจ้างขั้นต่ำปี 68 ปรับขึ้น 7-35 บาท สูงสุด 400 บาทที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างหรือไตรภาคี มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 7-35 บาท สูงสุด 400 บาท มีผลวันที่ 1 มกราคม 2568
Read more »
ทส.มอบของขวัญปีใหม่ เที่ยวฟรีสวนสัตว์ 6 แห่งนายฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในปีใหม่ 2568 ทส.มอบของขวัญปีใหม่ 2 ช่วง คือของขวัญสร้างสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ และของขวัญสร้างสุขตลอดปี 2568
Read more »
คณะรัฐมนตรี นัดส่งท้ายปี67: 'แรงงาน'ชงมติบอร์ดไตรภาคี ขึ้นค่าแรง 400 ใน4 จังหวัดคณะรัฐมนตรี นัดส่งท้ายปี 2567 มีวาระสำคัญหลายเรื่อง เช่น เตรียมเสนอกรอบเป้าหมายนโยบายการเงินปี 2568,เสนอกรอบการคลังระยะปานกลาง 2568 - 2571,เสนอมาตรการของขวัญปีใหม่ 2568 เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ,เสนอการเพิ่มวัตถุประสงค์การออกสลากการกุศล,เสนออนุสัญญาระหว่างไทยและประเทศอื่นเพื่อขจัดภาษีซ้อน,และเสนอมติที่ประชุมคณะกรรมการไตรภาคีในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568
Read more »
เลื่อนบังคับใช้ประกาศหลักเกณฑ์การจ่าย “มะเร็งรักษาทุกที่” ฉบับใหม่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประกาศเลื่อนวันบังคับใช้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่ายตามโครงการมะเร็งรักษาทุกที่ฉบับใหม่ ซึ่งเดิมกำหนดบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ออกไปเป็นวันที่ 1 เมษายน 2568 เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการรักษาโรคมะเร็งได้เต็มที่ โดยระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 - 31 มีนาคม 2568 หน่วยบริการยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิมในการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย
Read more »
ม. หอการค้าไทย เผย เงินสะพัด เทศกาลปีใหม่ 109,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% แม้ประชาชนระวังการใข้จ่ายมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดการณ์ว่าจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 109,313 ล้านบาทในเทศกาลปีใหม่ปี 2568 เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในไตรมาส 1-2 ปี 2568
Read more »
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดสินเชื่อระบบแบงก์ไทยปี 68 เติบโต 0.6%ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์สินเชื่อระบบแบงก์ไทยปี 2568 เติบโตเพียง 0.6% เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยขยายตัวในกรอบจำกัด คาดว่าสินเชื่อระบบแบงก์ไทยปี 2567 จะหดตัว 1.8% เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี สินเชื่อธุรกิจอาจกลับมาเติบโตในปี 2568 แต่สินเชื่อรายย่อยอาจหดตัวต่อเนื่อง
Read more »
