ไทยรัฐ ติดตามข่าวล่าสุด ข่าวด่วน ทันทุกเหตุการณ์ ข่าวกีฬา ผลฟุตบอล ข่าวบันเทิง ดารา สุขภาพ กิน เที่ยว ตรวจหวย ดวง คอลัมน์ เรื่องย่อละคร ดูไทยรัฐทีวี และอีกมากมายที่ thairath.co.th
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โต้ “ทราย สก๊อต” ทุกประเด็น ยันไม่มีการใช้แรงงานเด็กบนเกาะสุรินทร์ แต่เป็นการติดตามผู้ปกครองมา ส่วนชาวมอแกนผู้ใหญ่ ได้ค่าจ้าง 200-250 บาท /5 ชม./วัน พร้อมอาหารเช้า-กลางวัน ส่วนกรณีบริษัททัวร์จ้างชาวมอแกนผู้ใหญ่ เดือนละ 8,000-12,000 บาท อีกทั้งไม่พบว่ามีการบังคับให้เด็กถอดเสื้อเพื่อถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวหญิง แจงถอดเสื้อหลังเสร็จสิ้นภารกิจทางน้ำ ถือเป็นวิถีปฏิบัติปกติจากกรณี “ทราย สก๊อต” นักอนุรักษ์คนดัง โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิทธิ์ความเป็นมนุษย์ของ “ชาวมอแกน” หลังเคยพบเห็นบางบริษัททัวร์ใช้แรงงานเด็กชาวมอแกน บนเกาะสุรินทร์ จนทำให้ตัวเองรู้สึกอึดอัดและหลีกเลี่ยงที่จะกลับไปที่อุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นกระแสดราม่า มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกรียงไกร เพาะเจริญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.
พังงา ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ตอบโต้ประเด็นที่ถูกกล่าวถึงในโพสต์เฟซบุ๊กของ 'ทราย - Merman' ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 โดยระบุว่า ทำให้สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลชาวไทยมอแกนและการบริหารจัดการภายในอุทยานฯนายเกรียงไกรได้แจกแจงข้อเท็จจริงเป็น 5 ประเด็นหลัก ดังนี้1. การตั้งถิ่นฐานและการดูแลชาวมอแกน: หัวหน้าอุทยานฯ ยืนยันว่า การย้ายชาวมอแกนจากวิถีชีวิตดั้งเดิมบนเรือกะบางมาตั้งถิ่นฐานถาวรที่อ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้ ภายหลังเหตุการณ์สึนามิ เป็นไปเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนเข้ามาดูแล ทั้งด้านการศึกษาผ่านศูนย์การเรียนรู้ กศน. ซึ่งมีครูประจำ 4 อัตรา และด้านสาธารณสุขผ่านศูนย์สาธารณสุขมูลฐานที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดทั้งปี ไม่ใช่การทอดทิ้งแต่อย่างใด2. ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานเด็ก: นายเกรียงไกรปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างสิ้นเชิง โดยชี้แจงว่าอุทยานฯ มีการจ้างงานชาวมอแกนที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น ด้วยค่าจ้างวันละ 200-250 บาท สำหรับการทำงานประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมอาหารเช้าและกลางวัน ซึ่งผู้ถูกจ้างสามารถนำอาหารกลับบ้านได้ด้วย ส่วนกรณีบริษัททัวร์มีการจ้างชาวมอแกนผู้ใหญ่ในอัตราเงินเดือน 8,000-12,000 บาท ภาพเด็กที่ปรากฏเป็นการติดตามผู้ปกครองมา ไม่ใช่การจ้างงานเด็ก อุทยานฯ ยังดูแลเรื่องอาหารเช้าและเที่ยงแก่เด็กๆ ที่ติดตามผู้ปกครองมาเหล่านี้ด้วย และทางบริษัททัวร์ก็ยืนยันเช่นกันว่าไม่มีนโยบายจ้างหรือใช้แรงงานเด็ก3. ประเด็นการไม่ช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิต: หัวหน้าอุทยานฯ เปิดเผยว่า ได้มีการประสานงานกับนายตะวัน กล้าทะเล ซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว โดยนายตะวันแจ้งว่าได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายศพและจัดการเอกสารต่างๆ ด้วยตนเองโดยใช้เรือส่วนตัว และไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากทางอุทยานฯ เนื่องจากเห็นว่าสามารถจัดการได้เอง4. ข้อกล่าวหาบังคับเด็กชายถอดเสื้อถ่ายรูป: นายเกรียงไกรกล่าวว่า จากการตรวจสอบกับบริษัททัวร์ที่เกี่ยวข้อง ไม่พบว่ามีการบังคับให้เด็กชายชาวมอแกนถอดเสื้อเพื่อถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวหญิงแต่อย่างใด การที่ผู้ชายชาวมอแกน ไม่ว่าจะเป็นคนขับเรือหรือผู้ดูแลนักท่องเที่ยว ถอดเสื้อหลังเสร็จสิ้นภารกิจทางน้ำ ถือเป็นวิถีปฏิบัติปกติ ไม่ได้มีเจตนาเพื่อการถ่ายรูปหรือถูกบังคับ5. กรณีการมาของคุณทราย สก็อต: หัวหน้าอุทยานฯ ให้ข้อมูลว่า คุณทราย สก็อต และทีมงาน ได้แจ้งวัตถุประสงค์การเดินทางมาเมื่อวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2567 ว่าเพื่อสำรวจทรัพยากรใต้น้ำและเก็บขยะ อย่างไรก็ตาม มีการติดต่อเด็กชาวมอแกน 2 คนโดยตรง เพื่อชวนไปทำกิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเลแบบ Freediving เพื่อสร้างคอนเทนต์ โดยไม่ได้แจ้งผ่านผู้ปกครองหรือทางอุทยานฯ ซึ่งเด็กทั้งสองไม่ได้รับค่าจ้างเป็นตัวเงิน แต่ได้รับสิ่งของตอบแทน และเมื่อถูกชวนอีกในวันถัดมา เด็กๆ ได้ปฏิเสธเนื่องจากความเหน็ดเหนื่อยนายเกรียงไกร เพาะเจริญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ย้ำว่า 'ข้อมูลทั้งหมดที่ชี้แจงนี้เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้ อุทยานฯ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมเสมอมา การให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอาจสร้างความเสียหายและก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ซึ่งผู้กระทำการอาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายได้' ซึ่งการชี้แจงครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน และยืนยันถึงแนวทางการบริหารจัดการและการดูแลชุมชนชาวมอแกนของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มาภาพบางส่วน : เพจ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ดรามา 'ทราย สก๊อต' บิ๊กอุทยานฯ ยันยังไม่ปลดพ้นที่ปรึกษาดรามา 'ทราย สก๊อต' บิ๊กอุทยานฯ ยันยังไม่ปลดพ้นที่ปรึกษาแต่ยอมรับมีบางคอนเทนต์ไม่เหมาะสมอาจกระทบภาพรวมกรม และการท่องเที่ยวแนะให้ปรับปรุง ชื่นชมช่วยงานด้านภาษาและการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล แม้เขาจะมาเที่ยวประเทศเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิทธิ์เหยียดคนไทยกลายเป็นประเด็นดรามาในโลกออนไลน์ หลังกรณี 'ทราย สก๊อต” หรือ สิรณัฐ สก๊อต...
Read more »
เบื้องหลังดรามา' ทราย สก๊อต' ที่ปรึกษาบิ๊กอุทยานฯ ทำเกินหน้าที่กลายเป็นประเด็นดรามาในโลกออนไลน์ หลังกรณี 'ทราย สก๊อต” หรือ สิรณัฐ สก๊อต เจ้าของฉายามนุษย์เงือก หลังปรากฏคลิปตักเตือนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แสดงพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติบนเรือท่องเที่ยวบริเวณทะเลภาคใต้ วันนี้ (19 เม.ย.
Read more »
ฟังอีกมุม คนขับเรือโต้ 'ทราย สก๊อต' ยันที่ผ่านมาอนุรักษ์ตลอดฟังอีกมุม คนขับเรือกระบี่ โต้ 'ทราย สก๊อต' ยันที่ผ่านมาช่วยอนุรักษ์ตลอด แต่ไม่มีคนเห็น เพราะไม่เน้นคอนเทนต์ ลั่น'ทราย' ลงพื้นที่วันเดียว ถ่ายคลิปไปทยอยโพสต์
Read more »
ชงปลด “ทราย สก๊อต” พ้นที่ปรึกษาอธิบดีอุทยานฯ'อรรถพล เจริญชันษา' เผยสำนักอุทยานแห่งชาติ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อร้องเรียนเพื่อพิจารณาคำสั่งให้ 'ทราย สก๊อต' ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชี้พฤติกรรมไม่เหมาะสม จากกรณีประเด็นร้อนในโซเชียล หลังปรากฏคลิป 'ทราย สก๊อต' หรือ สิรณัฐ สก๊อต เจ้าของฉายามนุษย์เงือก...
Read more »
เปิดใจ 'ทราย สก๊อต' 4 ปีในงานอนุรักษ์ เมื่อทะเลคือเซฟโซนยังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ กรณีคลิป 'ทราย สก๊อต' หรือ สิรณัฐ สก๊อต เจ้าของฉายามนุษย์เงือก ตักเตือนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แสดงพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติบนเรือท่องเที่ยวบริเวณทะเลภาคใต้ จากนั้นเขาได้ตัดสินใจนำเรือกลับฝั่ง เพื่ออธิบายถึงความไม่เหมาะสมของพฤติกรรม นำมาสู่การประกาศลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช...
Read more »
หน.อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา เปิดใจเล่าถึง 'ทราย สก๊อต' ยอมรับ จนท.อึดอัดใจหน.อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดใจเล่าถึง คอนเทนต์ 'ทราย สก๊อต' ทำเจ้าหน้าที่อึดอัดใจ ถูกเหมารวม ปล่อย นทท. ทำผิดกฎ
Read more »
