อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง นักลงทุนจับตาการประชุมเฟด และรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตร รัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในวันนี้ ท่ามกลางความสนใจของนักลงทุนที่มุ่งเน้นไปที่รายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ( เฟด ) ประจำวันที่ 28-29 ตุลาคม นักลงทุนพากันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการวิเคราะห์และคาดการณ์ถึงแนวโน้มทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินของ เฟด อย่างต่อเนื่อง ณ เวลา 21:58 น. ตามเวลาประเทศไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตร รัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.117% ส่วน อัตราผลตอบแทนพันธบัตร รัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.
741% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น\การคาดการณ์เกี่ยวกับทิศทางการปรับขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมของเฟด ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจ โดยนักลงทุนได้ให้น้ำหนักมากกว่า 50% ต่อการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายที่เน้นย้ำถึงมุมมองที่ว่าโอกาสในการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินได้เริ่มลดน้อยลง ข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 51.4% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธันวาคม จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 37.6% ในสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงให้น้ำหนัก 48.6% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนธันวาคม ลดลงจาก 62.4% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดแต่ละท่านก็มีส่วนสำคัญในการชี้นำทิศทางของตลาด นายอัลแบร์โต มูซาเล็ม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เฟดควรใช้ความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายทางการเงิน นางเบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ระบุว่า นโยบายการเงินที่ยังคงเข้มงวดจะช่วยแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ และนายนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส กล่าวว่า เขายังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของมุมมองภายในเฟด\นอกจากนี้ ตลาดให้ความสำคัญกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนกันยายน ซึ่งมีกำหนดรายงานในวันพรุ่งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 55,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน หลังจากที่เพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม และคาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.3% ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินสภาพเศรษฐกิจโดยรวม และอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินของเฟดในอนาคต การติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ และการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอย่างรอบด้าน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนในสภาวะการณ์เช่นนี้ การเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเฟด และข้อมูลตลาดแรงงาน เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดในขณะนี้ นักลงทุนจึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนให้มีประสิทธิภา
อัตราผลตอบแทนพันธบัตร เฟด อัตราดอกเบี้ย การจ้างงาน เศรษฐกิจสหรัฐฯ
