อัตราดอกเบี้ยที่ทับถมให้คนจน - จนลุกไม่ขึ้น สำนักข่าวอิศรา อัตราดอกเบี้ย คนจน
"การจะช่วยให้กลุ่มคนจนและกลุ่มคนเปราะบางหลุดพ้นกับกับดักหนี้และมีขีดความสามารถทางการเงินสูงขึ้นได้ ธปท. และสภาพัฒนาฯ จำเป็นต้อง สร้างช่วงความยืดหยุ่นให้กว้าง และกำหนดมาตรการและช่องทางโอกาสของการแก้ไขปัญหาหนี้ที่เปิดกว้างมากขึ้น".
..... ความน่าสนใจของข่าวหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 4 มีนาคม 2566 เวลา 08.31 น. พาดหัวข่าวว่า “...สภาพัฒน์ห่วง “วัยเกษียณ” หนี้เสียพุ่ง ธปท.ชูโมเดลคิดดอกเบี้ยตามเสี่ยง...” ในเนื้อข่าวได้นำเสนอไว้น่าสนใจ 3 ประการ คือ หนึ่ง ...ธปท. กำลังออกนโยบายแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนในส่วนที่จะให้เจ้าหนี้สินเชื่อรายย่อยคิดอัตราดอกเบี้ยตาม “ความเสี่ยงของลูกค้า” แต่ละราย หรือ risk based pricing ธปท.จะมีการออกเกณฑ์และแนวนโยบายมาอีกครั้ง แต่ยังคงเพดานอัตราดอกเบี้ย... แปลว่า ผู้กู้เงินจากสถาบันการเงินที่มีภาวะเครดิตไม่ดีหรือมีความเสี่ยงสูงต่อการคืนเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงิน จะแบกรับภาระดอกเบี้ยสูงขึ้นตามอัตราความเสี่ยง เข้าใจว่า ฐานของการคิดดอกเบี้ยจะคิดจากฐานดอกเบี้ยในปัจจุบัน แล้วเพิ่มอัตราเดอกเบี้ยขึ้นไปตามความเข้มข้นของความเสี่ยง นั่นหมายความว่า ยิ่งเครดิตไม่ดี / เสี่ยงมาก อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ยังดีว่าเพดานดอกเบี้ยสูงสุดยังคงกำหนดไว้ สอง ผู้ประกอบการสถาบันการเงิน 2 แห่ง ให้ความเห็นตอบรับต่อนโยบายดังกล่าว เนื้อข่าวที่น่าสนใจ เบื้องต้น ธปท.ต้องการให้ลูกค้ากลุ่มเปราะบางเข้าสู่กลไกตลาดแหล่งเงินได้ คือกลุ่มลูกค้าจะมีความเสี่ยงสูง แต่ผู้ประกอบการก็ยังกล้าปล่อยสินเชื่อ ควรมีการปลดเพดานดอกเบี้ย หาก ธปท.ปลดล็อกเพดานให้ผู้ประกอบการสามารถปล่อยสินเชื่อและคิดอัตราดอกเบี้ยได้ตามความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสนใจ บริษัทต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ใช้เงินกู้นอกระบบที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสถาบันการเงิน เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง และไม่คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับ ทำให้สถาบันการเงินเลือกปล่อยแต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันรุนแรงในตลาด ดังนั้นบริษัทจึงต้องการเข้าไปเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ ที่คิดอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงเฉลี่ยกว่า 100% ต่อปี หรือประมาณ 10-20% ต่อเดือน ซึ่งหาก ธปท.ปลดล็อก หรือขยับเพดานให้บริษัทสามารถคิดอัตราดอกเบี้ยได้ในระดับ 4-5% ต่อเดือน หรือ 40-50% ต่อปี ความเห็นของผู้ประกอบการสถาบันการเงินทั้ง 2 แห่ง น่าสนใจว่า ถ้ามีการกำหนดค่าความเสี่ยงที่เป็นระบบและปลดล็อกเพดานดอกเบี้ยสูงสุดได้ จะดึงดูดให้สถาบันการเงินสนใจเข้ามาทำตลาดกับกลุ่มเปราะบางที่กู้ยืมเงินนอกระบบจำนวนมากให้เข้ามาในระบบ แต่การเข้ามาในระบบก็ช่วยให้ได้รับดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ดอกเบี้ยที่ลดลง ก็มิได้ลดลงมากเหมือนการกู้ยืมเงินตามภาวะปกติ คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วไป ต้องมีการบวกอัตราค่าความเสี่ยงเข้าไปด้วย สาม หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 14.9 ล้านล้านบาท หนี้สินครัวเรือนขยายตัวในทุกประเภทสินเชื่อ โดยสินเชื่อที่มีการขยายตัวในอัตราสูง ได้แก่ สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ขยายตัวถึง 11.8% และ 21.4% ตามลำดับ โดยสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นการขยายตัวระดับ 20% ต่อเนื่องมา 4 ไตรมาสแล้ว สถานการณ์หนี้สินครัวเรือนข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเสมือนกับดักต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคต ดังนั้น ในระยะถัดไปมีประเด็นที่ต้องติดตามและให้ความสำคัญคือ 1) การเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ที่เริ่มมีสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ เพื่อลดความเสี่ยงในการตกชั้นของลูกหนี้ที่มีจำนวนมาก และ 2) การมีมาตรการเฉพาะเจาะจงในการช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้เสียจากผลกระทบของ COVID-19 เช่น ขยายเวลาชำระหนี้ กำหนดสัดส่วนการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ เป็นต้น เพื่อลดจำนวนลูกหนี้เสียไม่ให้เพิ่มขึ้นในระยะถัดไป และรักษาสถานะลูกหนี้ให้อยู่ในระบบการเงิน ข่าวที่แสดงถึงความไม่เข้าใจสภาวะความยากจนและการเคลื่อนไหวของเงินสดในมือ แต่ละช่วงเวลาของกลุ่มคนเปราะบาง ยิ่งเงินสดขาดมือมาก ก็จะยิ่งต้องกู้เพื่อการใช้ในชีวิตประจำวัน ดอกเบี้ยสูงเท่าไรก็ต้องกู้ ธปท. ออกมาตรการแบบนี้ เท่ากับซ้ำเติมกลุ่มคนจนและกลุ่มคนเปราะบางมากขึ้นไปอีก ขณะที่สภาพัฒนาฯ นำเสนอการแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ อยู่กับที่ ความยากจนที่ยังซ้ำซาก ไม่ใช่คนจนกู้เงินมาแล้วไม่มีเงินคืน ส่วนที่คืนให้สถาบันการเงินแต่ละปี คือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจากเงินต้นที่ยังคงเดิม ที่เงินต้นไม่ลดลง เพราะหลักทรัพย์ค้ำประกันส่วนใหญ่เป็นสังหาริมทรัพย์ ที่มีค่าเสื่อมทุกปี สถาบันการเงินจึงคิดอัตราดอกเบี้ยแบบเหมารวมตลอดระยะเวลาการกู้ ที่สำคัญ คือ สังหาริมทรัพย์ด้อยค่าเร็วมาก ส่งผลให้ดอกเบี้ยยิ่งสูงขึ้นด้วย กรณีที่กลุ่มคนจนส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม การกู้แม้จะบอกว่า ส่วนใหญ่กู้มาเพื่อการอุปโภคบริโภค คิดในทางกลับกัน เงินกู้บางส่วนเป็นเงินที่นำมาลงทุนการเพาะปลูกทางการเกษตร แต่ผลผลิตที่ได้เติบโตไม่เท่ากับอัตราดอกเบี้ยงเงินกู้ที่เติบโตมากกว่า เกษตรกรกู้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ต่อเดือน หรือร้อยละ 12.00 ต่อปี ขณะที่ มูลค่าผลผลิตที่ได้รับแต่ละปี บางปีเติบโตร้อยละ 1.00 สูงสุดไม่เกินร้อยละ 10.00 แล้วเกษตรกรจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายคืนดอกเบี้ยส่วนต่างอีก ร้อยละ 9.00 - 11.00 เงินต้นไม่ลดลง ก็เท่ากับต้องทบเงินต้นเข้าไปอีก หลักฐานยืนยันชัดเจน ว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570 นำเสนอไว้ว่า ในช่วงแผนพัฒนา ฉบับที่ 13 จะพัฒนาเป้าหมายที่ 1 มูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปสูงขึ้น และตัวชี้วัดที่ 1.1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสาขาเกษตรเติบโต ร้อยละ 4.5 ต่อปี เป็นเครื่องยืนยันได้ชัดเจน ว่า เกษตรกรกู้ยืมเงินมาลงทุนการเกษตรอย่างไรก็ขาดทุน อัตราการเติบโตต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยต่อปี อัตราดอกเบี้ยในระบบก็ซ้ำเติมคนที่ไม่มีเครดิตที่ดี ซึ่งเป็นกลุ่มคนจนและกลุ่มคนเปราะบางอยู่แล้ว นายทุนกู้เงินได้อัตราดอกเบี้ยในระบบไม่เกินร้อยละ 2.50-3.00 ต่อปี ขณะที่คนจนกู้ในอัตราร้อยละ 5.50 - 7.50 ต่อปี ยังไม่รวมอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในกรณีผิดนัดชำระเงินติดต่อกันเกิน 90 วัน อัตราดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 18 ขณะที่นายทุนมีทางเลิกการออกหุ้นกู้ พันธบัตรการเงิน หรือขายหุ้นเพิ่มทุน เพื่อนำมาซ้ำระหนี้เงินกู้ หรือนำทรัพย์สินออกมาขาย การหกตัวของเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศหดตัวลดลงร้อยละ 6.1 โดยภาคการบริการ หดตัวร้อยละ 7.4 ภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ 5.9 และภาคเกษตรกรรมหดตัวร้อยละ 3.6 การหดตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มแรงงานรับจ้างทั่วไปกลายเป็นกลุ่มคนจนและกลุ่มคนเปราะบางเฉียบพลัน ภาวะวิกฤตทำให้เกิดคนจนเพิ่มขึ้น การกู้ยืมเงินนอกระบบมีเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า มีมูลหนี้เท่าไรที่เกิดขึ้น กรณีตัวอย่างเป็นหลักฐานแบบกระจอก กระจอก ใคร ๆ ก็รู้ ธปท. และสภาพัฒนาฯ ไม่รู้คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าเจาะลึกปัญหาความยากจนซ้ำซาก จำนวนหนี้เสีย สถานภาพผู้กู้ที่ไม่มีเครดิตเพิ่มขึ้น จะพบว่า คนกำหนดนโยบายไม่ใช่คนจน แต่เป็นคนที่สมคบคิดกับนายทุนสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง มาตลอด อย่างยาวนาน ระบบการเงินไทยไม่เปิดโอกาสให้กลุ่มคนจนในสังคมได้ลืมตาอ้าปากได้แน่นอน การจะช่วยให้กลุ่มคนจนและกลุ่มคนเปราะบางหลุดพ้นกับกับดักหนี้และมีขีดความสามารถทางการเงินสูงขึ้นได้ ธปท. และสภาพัฒนาฯ จำเป็นต้อง สร้างช่วงความยืดหยุ่นให้กว้าง และกำหนดมาตรการและช่องทางโอกาสของการแก้ไขปัญหาหนี้ ที่เปิดกว้างมากขึ้น หมายความว่า ธปท. และสภาพัฒน์ จำเป็นต้องกำหนดนโยบายให้สถาบันการเงินกับลูกหนี้มีพื้นที่การเจรจาหนี้สินให้กว้างมากขึ้น สามารถต่อรองมูลหนี้ที่เกิดจากดอกเบี้ยได้มากขึ้น การให้สถาบันการเงินยอมรับภาระการขาดทุนดอกเบี้ยบางส่วนจากลูกหนี้ที่พยายามแก้ไขปัญหา ฯลฯ กลุ่มคนจนและกลุ่มคนเปราะบางไม่ได้ต้องการเป็นหนี้ตลอดเวลาและระยะยาว การขาดโอกาสที่จะมีโอกาสต่อรองทางการเงินกับสถาบันการเงินเป็นปัญหาสำคัญ ที่ทำให้คนจนและกลุ่มคนเปราะบางลุกไม่ขึ้นกับกับดักหนี้สิน การขยันทำงานหนักเท่าไร ภาระดอกเบี้ยที่ทับถมที่มากขึ้น ยิ่งทำให้ภาวะความจนหนักหนาสาหัสมากขึ้นสมบัติ เหสกุล
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีอะพาร์ตเมนต์ของยูเครน เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บอีก 64 คนรัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีอะพาร์ตเมนต์ในเมืองดนีโปร ของยูเครน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 คน และบาดเจ็บอีก 64 คน ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี เรียกร้องให้ชาติพันธมิตรตะวันตกเร่งส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ยูเครนมากขึ้น…
Read more »
'ธปท.' สั่งแบงก์เข้มยกระดับภัยหลอกลวงออนไลน์นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท. ได้กำชับให้สถาบันการเงินปรับปรุงและพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยให้เท่าทันวิธีการหลอกหลวงรูปแบบใหม่ ๆ
Read more »
ท่องเที่ยวเชียงใหม่ฟื้นเต็มรูปแบบ คาดปีนี้รับนักท่องเที่ยวกว่า 9 ล้านคนหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดคลี่คลาย ประกอบกับประเทศจีนประกาศเปิดประเทศ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น คาดปีนี้รับนักท่องเที่ยวกว่า 9 ล้านคน ภาพ: พงศ์มนัส ทาศิริ
Read more »
จำเป็นต้อง “ออกกำลังกาย” ทุกวันหรือไม่ ?ออกกำลังกายทำให้สุขภาพดี แต่ถ้าเราไม่ได้ออกกำลังกาย “ทุกวัน” จะได้ผลหรือไม่ ? SanookHealth Sanook
Read more »
TDRI : ข้อเสนอนโยบายเศรษฐกิจสำคัญ 4 ด้านต่อพรรคการเมือง...ในรายงานฉบับนี้ ทีมวิจัยจะนำเสนอข้อสังเกตต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมือง 4 ด้านคือ นโยบายคมนาคมและขนส่ง นโยบายด้านเกษตร นโยบายด้านแรงงาน และนโยบายสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เราหวังว่าพรรคการเมืองจะนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในรายงานนี้ไปใช้ในการปรับปรุงนโยบายของตนให้สามารถปฏิบัติได้จริงและมีประสิทธิผลมากขึ้น...
Read more »
มือใหม่หัดออกเดต ทำอย่างไรให้เดตแรกสาวๆ ประทับใจ?เมื่อหนุ่ม ๆ เริ่มจีบสาวที่คุณชอบติดแล้ว สิ่งสำคัญที่ควรดำเนินต่อไปคือการออกเดตแรก ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นนำไปสู่ความสัมพันธ์ในระดับที่แน่นแฟ้นมากขึ้น
Read more »
