เปิดม่านอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ ‘โขนสันยาพาลี’ โขนพระราชทาน 2568 สืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง นิยามใหม่ของการจัดแสดงโขน ที่ทำให้การชมโขนดูไม่น่าเบื่อ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสนุก ตื่นเต้น ภาคภูมิใจไปความวิจิตรของนาฏศิลป์ชั้นสูงอันทรงคุณค่า และฉากจัดเต็มแสง สี เสียง...
ทั้งยังพระองค์ยังทรงให้ครูผู้เชี่ยวชาญ โขน ฝึกฝนเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมา เพื่อสืบทอดการแสดง โขน ต่อไป และทรงมีพระราชเสาวนีย์ที่นำไปสู่การจัดแสดง โขน หน้าพระที่นั่งตามภูมิภาคต่าง ๆ เมื่อศิลปกรรมหลากหลายแขนงที่ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นนี้ ได้รับการผสมผสานกับเทคนิคการแสดงสมัยใหม่ แสง สี เสียง อย่างลงตัว จึงได้ปรากฏเป็นการแสดง โขน ร่วมสมัยที่น่าตื่นตาและสร้างความประทับใจ จากพระราชปณิธานที่จะทรงฟื้นฟู ส่งเสริม และอนุรักษ์การแสดง โขน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยเพื่อธำรงรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ดำเนินการจัดการแสดง โขน ต่อสาธารณชนขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2550 ด้วยชุด “ศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ” ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การแสดงที่สร้างความผูกพันอันใกล้ชิดขึ้นในครอบครัวไทย ลูกหลานได้พาปู่ย่าตายายไปชม โขน อย่างเนืองแน่น นับเป็นการแสดงที่ได้รับการสนับสนุนและกระแสตอบรับเป็นอย่างดีมีผู้เข้าชมเต็มทุกที่นั่ง จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม “ โขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ”จากนั้นทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดการแสดง โขน ต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา อาทิ ตอนนางลอย ตอนศึกมัยราพณ์ ตอนจองถนน ตอนโมกขศักดิ์ ตอนนาคบาศ ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ตอนสืบมรรคา ตอนสะกดทัพ ตอนกุมภกรรณทดน้ำ และตอนพระจักราวตาร” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน - 8 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การจัดแสดงแต่ละครั้งต้องเตรียมความพร้อมหลายด้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่คณะกรรมการและผู้ทำงานทุกฝ่ายยึดถือเป็นขวัญกำลังใจคือพระราชดำรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะว่า “ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน” ทั้งนับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ในปี 2562 “ โขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ”ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดง โขน อย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เพื่อสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้มีผู้สืบทอดต่อไป ’ มีการจัดแสดงจำนวนถึง 10 ฉาก จับตอนตั้งแต่ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปูยักษ์หวังทำลายพิธีโสกันต์องคตกุมาร แต่ก็ต้องพ่ายให้กับพาลีผู้ได้พรจากพระอิศวรให้มาปราบ ต่อเนื่องสู่เหตุการณ์ควาย “ทรพี” ผู้ปราบพ่อของตัวเอง “ทรพา” ถูกพาลีปราบในถ้ำ และเป็นเหตุให้พาลีกับสุครีพน้องชายเข้าใจผิดกัน สุครีพจึงไปพึ่งพระรามและร่วมต่อสู้จนพาลีต้องยอมมรณภาพและฝากฝังบ้านเมืองไว้กับพระราม เรื่องราวดำเนินต่อด้วยทศกัณฐ์ให้นางมณโฑหุงน้ำทิพย์เพื่อชุบชีวิตพลยักษ์ แต่พระรามส่งหนุมานและเหล่าวานรไปทำลายพิธีได้สำเร็จ ก่อนที่กองทัพอธรรมจะพ่ายแพ้และทศกัณฐ์ต้องถอยทัพ โขน “สัตยาพาลี” ได้ถอดฉากรบต่างๆ มาจากท่วงท่าในจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ เริ่มจากเนรมิตรปูยักษ์ซึ่งเป็นทศกัณฐ์แปลงกายมา โดยปูยักย์ตัวนี้ได้ซ่อนกลไกลที่สามารถขยับก้ามได้อย่างเหมือนจริง รวมทั้งใช้สลิงมาทำให้ “พาลี” สามารถตีลังกา ฉีกขา สู้รบกลางอากาศได้เหมือนถอดมาจากฉากจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกียรติ์ มาสู่การแสดงที่สมจริง ฉากตอนที่ทศกัณฐ์ทรงช้างแทนราชรถก็มีการสร้างช้างที่วิจิตร เช่นเดียวกับกระบวนท่ารบระหว่างลิงกับยักษ์ก็มีการถอดแบบมาจากกระบวนท่ารบในจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ นอกจากนี้ในส่วนของเพลงยังมีการนำเพลง เสมอผี มาใช้เป็นครั้งแรกในฉากที่ทศกัณฑ์ต้องร่ายมนตร์คืนชีพเหล่ายักษ์ เราได้เรียนรู้เรื่องราวของพญาพาลีวานรผู้เป็นกษัตริย์แห่ง เมืองขีดขิน ซึ่งเสียคำสัตย์เพราะความหลงผิด แต่ภายหลังระลึกได้จึงสำนึกและยอมรับโทษ ชี้ให้เห็นคุณของความกตัญญูและโทษของความไม่รักษาสัตย์ และกล่าวถึงหน้าที่ของแต่ละบุคคลที่ต้องตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความจงรักภักดีต่อแผ่นดินและผู้มีพระคุณ การต่อสู้ของทศกัณฐ์และพระราม ย้ำให้มั่นใจว่าผู้มีจิตใจชั่วร้ายแม้จะมีอิทธิฤทธิ์มากมายปานใด ก็ไม่สามารถดำรงตนไปได้นาน ฝ่ายผู้ยึดมั่นในธรรมะ แม้จะเผชิญอุปสรรคใดๆ ก็จะชนะฝ่ายอธรรมเสมอ การแสดง โขน ในครั้งนี้ ยังมีนักแสดง โขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รุ่นเยาว์ ตัวเล็กที่สุด และอายุน้อยที่สุด 5 ขวบ ร่วมแสดงบนเวทีแห่งนี้ด้วยในบท องคตกุมาร เจ้าชายตัวน้อย เรียกรอยยิ้มจากทุกคนอีกด้วย จากมรดกวัฒนธรรมไทยที่รวมศิลปะหลายแขนงไว้ด้วยกัน การแสดงของนักแสดงมากฝีมือ จัดเต็มแสง สี เสียง ตระการตา ฉากและชุดงามวิจิตร รวมถึงหลายฉากสุดว๊าว ดีเกินคาด เปลี่ยนมุมมองการชมการแสดง โขน ของเราไปเลย และรู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจใน โขน ไทยอย่างแท้จริง มาร่วมชม โขน พระราชทาน สืบสานพระราชปณิธาน “ สมเด็จพระพันปีหลวง ” เพื่อสืบทอดและธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป ราคาบัตรเริ่มต้นตั้งแต่ 600 - 2,000 บาท เข้าไปซื้อบัตร.
ทั้งยังพระองค์ยังทรงให้ครูผู้เชี่ยวชาญโขน ฝึกฝนเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมา เพื่อสืบทอดการแสดงโขนต่อไป และทรงมีพระราชเสาวนีย์ที่นำไปสู่การจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งตามภูมิภาคต่าง ๆ เมื่อศิลปกรรมหลากหลายแขนงที่ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นนี้ ได้รับการผสมผสานกับเทคนิคการแสดงสมัยใหม่ แสง สี เสียง อย่างลงตัว จึงได้ปรากฏเป็นการแสดงโขนร่วมสมัยที่น่าตื่นตาและสร้างความประทับใจ จากพระราชปณิธานที่จะทรงฟื้นฟู ส่งเสริม และอนุรักษ์การแสดงโขน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยเพื่อธำรงรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ดำเนินการจัดการแสดงโขนต่อสาธารณชนขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2550 ด้วยชุด “ศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ” ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การแสดงที่สร้างความผูกพันอันใกล้ชิดขึ้นในครอบครัวไทย ลูกหลานได้พาปู่ย่าตายายไปชมโขนอย่างเนืองแน่น นับเป็นการแสดงที่ได้รับการสนับสนุนและกระแสตอบรับเป็นอย่างดีมีผู้เข้าชมเต็มทุกที่นั่ง จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ”จากนั้นทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดการแสดงโขนต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา อาทิ ตอนนางลอย ตอนศึกมัยราพณ์ ตอนจองถนน ตอนโมกขศักดิ์ ตอนนาคบาศ ตอนพิเภกสวามิภักดิ์ ตอนสืบมรรคา ตอนสะกดทัพ ตอนกุมภกรรณทดน้ำ และตอนพระจักราวตาร” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน - 8 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การจัดแสดงแต่ละครั้งต้องเตรียมความพร้อมหลายด้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่คณะกรรมการและผู้ทำงานทุกฝ่ายยึดถือเป็นขวัญกำลังใจคือพระราชดำรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะว่า “ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน” ทั้งนับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ในปี 2562 “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ”ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เพื่อสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้มีผู้สืบทอดต่อไป ’ มีการจัดแสดงจำนวนถึง 10 ฉาก จับตอนตั้งแต่ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปูยักษ์หวังทำลายพิธีโสกันต์องคตกุมาร แต่ก็ต้องพ่ายให้กับพาลีผู้ได้พรจากพระอิศวรให้มาปราบ ต่อเนื่องสู่เหตุการณ์ควาย “ทรพี” ผู้ปราบพ่อของตัวเอง “ทรพา” ถูกพาลีปราบในถ้ำ และเป็นเหตุให้พาลีกับสุครีพน้องชายเข้าใจผิดกัน สุครีพจึงไปพึ่งพระรามและร่วมต่อสู้จนพาลีต้องยอมมรณภาพและฝากฝังบ้านเมืองไว้กับพระราม เรื่องราวดำเนินต่อด้วยทศกัณฐ์ให้นางมณโฑหุงน้ำทิพย์เพื่อชุบชีวิตพลยักษ์ แต่พระรามส่งหนุมานและเหล่าวานรไปทำลายพิธีได้สำเร็จ ก่อนที่กองทัพอธรรมจะพ่ายแพ้และทศกัณฐ์ต้องถอยทัพ โขน “สัตยาพาลี” ได้ถอดฉากรบต่างๆ มาจากท่วงท่าในจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ เริ่มจากเนรมิตรปูยักษ์ซึ่งเป็นทศกัณฐ์แปลงกายมา โดยปูยักย์ตัวนี้ได้ซ่อนกลไกลที่สามารถขยับก้ามได้อย่างเหมือนจริง รวมทั้งใช้สลิงมาทำให้ “พาลี” สามารถตีลังกา ฉีกขา สู้รบกลางอากาศได้เหมือนถอดมาจากฉากจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกียรติ์ มาสู่การแสดงที่สมจริง ฉากตอนที่ทศกัณฐ์ทรงช้างแทนราชรถก็มีการสร้างช้างที่วิจิตร เช่นเดียวกับกระบวนท่ารบระหว่างลิงกับยักษ์ก็มีการถอดแบบมาจากกระบวนท่ารบในจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ นอกจากนี้ในส่วนของเพลงยังมีการนำเพลง เสมอผี มาใช้เป็นครั้งแรกในฉากที่ทศกัณฑ์ต้องร่ายมนตร์คืนชีพเหล่ายักษ์ เราได้เรียนรู้เรื่องราวของพญาพาลีวานรผู้เป็นกษัตริย์แห่ง เมืองขีดขิน ซึ่งเสียคำสัตย์เพราะความหลงผิด แต่ภายหลังระลึกได้จึงสำนึกและยอมรับโทษ ชี้ให้เห็นคุณของความกตัญญูและโทษของความไม่รักษาสัตย์ และกล่าวถึงหน้าที่ของแต่ละบุคคลที่ต้องตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความจงรักภักดีต่อแผ่นดินและผู้มีพระคุณ การต่อสู้ของทศกัณฐ์และพระราม ย้ำให้มั่นใจว่าผู้มีจิตใจชั่วร้ายแม้จะมีอิทธิฤทธิ์มากมายปานใด ก็ไม่สามารถดำรงตนไปได้นาน ฝ่ายผู้ยึดมั่นในธรรมะ แม้จะเผชิญอุปสรรคใดๆ ก็จะชนะฝ่ายอธรรมเสมอ การแสดงโขนในครั้งนี้ ยังมีนักแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รุ่นเยาว์ ตัวเล็กที่สุด และอายุน้อยที่สุด 5 ขวบ ร่วมแสดงบนเวทีแห่งนี้ด้วยในบท องคตกุมาร เจ้าชายตัวน้อย เรียกรอยยิ้มจากทุกคนอีกด้วย จากมรดกวัฒนธรรมไทยที่รวมศิลปะหลายแขนงไว้ด้วยกัน การแสดงของนักแสดงมากฝีมือ จัดเต็มแสง สี เสียง ตระการตา ฉากและชุดงามวิจิตร รวมถึงหลายฉากสุดว๊าว ดีเกินคาด เปลี่ยนมุมมองการชมการแสดงโขนของเราไปเลย และรู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจในโขนไทยอย่างแท้จริง มาร่วมชมโขนพระราชทาน สืบสานพระราชปณิธาน “สมเด็จพระพันปีหลวง” เพื่อสืบทอดและธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป ราคาบัตรเริ่มต้นตั้งแต่ 600 - 2,000 บาท เข้าไปซื้อบัตร
โขน โขนไทย การแสดงโขน สมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมรา พระพันปีหลวง ปี 2568 โขนสัตยาพาลี โขนพระราชทาน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
สวนดุสิตโพลชี้ดัชนีการเมืองลดลง ฝ่ายค้านคะแนนนำวันที่ 1 มิ.ย.68 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,168 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤษภาคม 2568 เฉลี่ย 4.70 คะแนน ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ที่ได้ 4.
Read more »
ดุสิตโพลชี้ ดัชนีการเมืองตกต่ำสุดในรอบ 18 เดือน ประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐบาลสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,114 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 23-27 มิถุนายน 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนมิถุนายน 2568 เฉลี่ย 4.13 คะแนน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ได้ 4.
Read more »
'ประเสริฐ' ดันนโยบาย Landing Rights รองรับดาวเทียมต่างชาติ มุ่งปชช.เข้าถึงบริการทุกพื้นที่ ขับเคลื่อนอุตฯอวกาศของประเทศวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา...
Read more »
'สวนดุสิตโพล' เผยดัชนีการเมืองไทยต่ำสุดในรอบ20 เดือน ผลงานรัฐบาลไม่เข้าตาวันที่ 31 สิงหาคม 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,208 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-29 สิงหาคม 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนสิงหาคม 2568 เฉลี่ย 3.
Read more »
งานนวราตรี 2568: วัดแขก สีลม เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่บูชาพระแม่ทุรคาวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) เตรียมจัดงานนวราตรี 2568 เพื่อบูชาพระแม่ทุรคา ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน - 3 ตุลาคม 2568 ไฮไลท์สำคัญคือขบวนแห่ใหญ่ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568
Read more »
KTB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.43 บาท/หุ้น ขึ้น XD 11 พ.ย. 68KTB แจ้งจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.43 บาทต่อหุ้น จากผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2568 กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568
Read more »
