หุ้นจีน-เวียดนามโดดเด่น! ผจก.กองทุนประสานเสียงเชียร์ แม้มองต่างโอกาสสหรัฐ-ยุโรปถดถอย : อินโฟเควสท์

United States News News

หุ้นจีน-เวียดนามโดดเด่น! ผจก.กองทุนประสานเสียงเชียร์ แม้มองต่างโอกาสสหรัฐ-ยุโรปถดถอย : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 125 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 53%
  • Publisher: 68%

หุ้นจีน-เวียดนามโดดเด่น! ผจก.กองทุนประสานเสียงเชียร์ แม้มองต่างโอกาสสหรัฐ-ยุโรปถดถอย เวียดนาม หุ้นจีน หุ้น อินโฟเควสท์

นายวโรฤทธิ์ จีระชน Head of Investment Research บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในปี 66 เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวหรือถดถอยเล็กน้อยในช่วงครึ่งปีแรก ดังนั้นตลาดอาจผันผวนได้มาก ส่วนยุโรป ก็คาดว่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอยจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อจนถึงต้นปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่น จะเติบโตได้เพียงเล็กน้อย จึงมองว่าความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดหุ้นจะมาอยู่ที่กลุ่มตลาด EM อย่างจีนและเวียดนาม เพราะคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ดี สำหรับเวียดนาม มูลค่าหุ้นลดลงไป 30% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี เนื่องจากมีประเด็นการจำกัดโควตาสภาพคล่องที่ธนาคารปล่อยกู้ได้ ซึ่งปี 66 คาดว่าจะมีการให้เครดิตโควตาชุดใหม่ อีกทั้งตลาดหุ้นเวียดนาม เป็นตลาดที่นักลงทุนใช้บัญชีมาร์จิ้นซื้อขายกันมาก ในช่วงตลาดขาลงจึงถูกบังคับขายหุ้น เมื่อไม่สามารถชำระหลักประกันเพิ่มได้ จึงมองลงทุนระยะยาวได้ แนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” ส่วนตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วแม้จะมีความน่าสนใจน้อยกว่า แต่ก็ยังมีกลุ่มที่ราคาปรับลดลงมามากแล้ว อย่าง เซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็กที่ปกติจะทำผลงานได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ในช่วงหลังจากเศรษฐกิจถดถอยผ่านพ้นไป ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 66 “นักลงทุนสามารถรอให้ตลาดลงไปถึงจุด bottom ก่อนแล้วเข้าไปซื้อทีหลังก็ได้ เพราะจากการศึกษาพบว่ามีโอกาสที่ดีกว่าการเข้าไปซื้อในช่วงก่อนถึงจุดต่ำสุด”ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังในปีหน้า คือ การเกิดเศรษฐกิจถดถอยซ้ำรอบสอง โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความกังวลในประเด็นนี้ช่วงปีหน้าว่าอาจจะเกิดการถดถอยซ้ำในปี 67 หากธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบเพื่อสู้เงินเฟ้อ ก็จะทำให้ความหวังที่สินทรัพย์เสี่ยงจะปรับขึ้นช่วงครึ่งปีหลังพังลงได้ นายชาญวุฒิ รุ่งแสงมนูญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.

เอ็มเอฟซี กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐในปี 66 น่าจะชะลอตัวลง แต่คงไม่ถดถอย คาดว่าจะเติบโตได้ 0.4% แต่ถ้ามองรายไตรมาสก็มีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะเกิดการถดถอยทางเทคนิค คือเศรษฐกิจติดลบ 2 ไตรมาสติดกันในไตรมาส 1-2 ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดต้องหยุดการขึ้นดอกเบี้ย ส่วนในยุโรป คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยเช่นกันแต่ไม่มาก ราว -0.1 ถึง -0.2% เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/65 และอาจไปถึงไตรมาส 2/66 การฟื้นตัวน่าจะช้ากว่าสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นคาดว่าจะเติบโตแค่ 1.4-1.5% ช่วงเวลาเช่นนี้ การลงทุนในตลาดเกิดใหม่จึงน่าสนใจ อันดับแรกมองที่จีน ตามด้วยเวียดนาม เพราะมูลค่าหุ้นค่อนข้างดีทั้งคู่ แต่จีนมีโอกาสฟื้นตัวก่อนหากผ่อนคลายมาตรการ Zero Covid เพราะประชากรมีเงินออมสูงพร้อมใช้จ่ายเมื่อเปิดเมือง แนะสะสมหุ้นจีนได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/66 ส่วนเวียดนามน่าสนใจจากเรื่องราวการเติบโตที่ดี แต่มีความเสี่ยงเรื่องการจัดการภายใน สำหรับตลาดสหรัฐฯ หากต้องการลงทุน ควรเน้นหุ้นเชิงรับที่การเติบโตแข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานดี ปันผลสม่ำเสมอ คัดเลือกหุ้นรายตัวยังมีโอกาสที่ดี ส่วนยุโรป เน้นกลุ่มโลจิสติกส์ หรือกลุ่มที่มีรายได้หลักจากนอกยุโรป และยังเติบโตได้ดี มากกว่าการลงทุนบนดัชนีภาพรวม ด้านการลงทุนในตราสารหนี้ แนะนำให้ทยอยสะสมพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่จะได้ประโยชน์เมื่อผลตอบแทนตราสารหนี้ ลดลงมากกว่าพันธบัตรระยะสั้น ส่วนหุ้นกู้ควรเน้นกลุ่ม Investment Grade ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือก กลุ่มทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชีย มีความน่าสนใจ เพราะมีโครงสร้างจ่ายเงินปันผลสูงและการเติบโตสูง เน้นธีมโลจิสติกส์ ธีมเปิดเมือง นายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐไม่น่าจะถึงขั้นถดถอยในปี 66 อาจเติบโตได้เล็กน้อย โดยให้น้ำหนัก 40% ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตแบบบางๆ และให้น้ำหนัก 40% ว่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอยแบบปานกลาง ขณะที่ให้น้ำหนักแค่ 20% ว่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐถดถอยหรือไม่นั้น คือ การเปิดประเทศของจีน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐเชื่อมโยงทางการค้าและการลงทุนกับจีนค่อนข้างสูง หากจีนยังเปิดประเทศไม่ได้ภายในกลางปี 66 สหรัฐฯ ก็อาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย และหากเปิดประเทศไม่ได้จนถึงปลายปี เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็มีโอกาสถดถอยรุนแรง ส่วนยุโรป เวลานี้เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวแล้ว คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอยแบบไม่รุนแรง ในไตรมาสที่ 2-3/66 ส่วนญี่ปุ่น ไม่น่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอย และปัจจุบันยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และมีมาตรการการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ ด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจนี้ ทำให้มองว่าตลาดเกิดใหม่ในเอเชียคงจะมีความน่าสนใจลงทุนมากกว่าตลาดพัฒนาแล้ว ในปี 66 โดยช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดน่าจะมาจากการเปิดประเทศของจีน คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 2/66 ซึ่งจะทำให้ตลาดเกิดใหม่ที่ค้าขายกับจีนได้ประโยชน์

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

คุก 9 เดือน 'อาบี' อดีต ผจก. 'จั๊กจั่น' กุข่าวโลกสองใบ ไม่รอลงอาญาคุก 9 เดือน 'อาบี' อดีต ผจก. 'จั๊กจั่น' กุข่าวโลกสองใบ ไม่รอลงอาญาศาลสั่งจำคุก 18 เดือน 'อาบี' อดีต ผจก.ส่วนตัวนักแสดงสาว 'จั๊กจั่น' ข้อหาหมิ่นประมาท กุข่าวแฟนคบซ้อนมีโลกสองใบ รับสารภาพเหลือติด 9 เดือน ศาลชี้พฤติการณ์ร้ายแรง ไม่รอลงอาญา ไทยรัฐออนไลน์
Read more »

น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.17 วิตกดอกเบี้ยขาขึ้น-ดอลล์แข็งฉุดตลาด : อินโฟเควสท์น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.17 วิตกดอกเบี้ยขาขึ้น-ดอลล์แข็งฉุดตลาด : อินโฟเควสท์สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่ธนาคารกลางทั่วโลกพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.17 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 76.11 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 1.49 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 81.21 ดอลลาร์/บาร์เรล ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.76% แตะที่ระดับ 104.5570 เมื่อคืนนี้ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า การที่ธนาคารกลางทั่วโลกพากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยและทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ …
Read more »

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงต่ำสุดรอบ 1 เดือน หลัง ECB ส่งสัญญาณขึ้นดบ.อีก : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงต่ำสุดรอบ 1 เดือน หลัง ECB ส่งสัญญาณขึ้นดบ.อีก : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนและเป็นการร่วงลงวันเดียวหนักที่สุดในรอบ 6 เดือน หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน และส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 429.91 จุด ลดลง 12.60 จุด หรือ -2.85% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,522.77 จุด ลดลง 208.02 จุด หรือ -3.09%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,986.23 จุด ลดลง 473.97 จุด หรือ -3.28% และ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,426.17 จุด ลดลง 69.76 …
Read more »

ดาวโจนส์ปิดร่วง 764.13 จุด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยฉุดศก.ถดถอย : อินโฟเควสท์ดาวโจนส์ปิดร่วง 764.13 จุด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยฉุดศก.ถดถอย : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดในวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกเพื่อสกัดเงินเฟ้อนั้น จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,202.22 จุด ร่วงลง 764.13 จุด หรือ -2.25%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,895.75 จุด ลดลง 99.57 จุด หรือ -2.49% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,810.53 จุด ดิ่งลง 360.36 จุด หรือ -3.23% ทั้งนี้ ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ร่วงลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ปีนี้ และดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. นอกจากนี้ ทั้ง 3 ดัชนียังปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. …
Read more »

ทองปิดร่วง $30.9 เหตุดอลล์แข็ง-เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย : อินโฟเควสท์ทองปิดร่วง $30.9 เหตุดอลล์แข็ง-เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย : อินโฟเควสท์สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 30 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 30.9 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 1,787.8 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 83.1 เซนต์ หรือ 3.44% ปิดที่ 23.305 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 25.5 ดอลลาร์ หรือ 2.45% ปิดที่ 1,013.2 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ดิ่งลง 108.50 ดอลลาร์ หรือ 5.6% ปิดที่ 1813.60 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 …
Read more »

กลุ่ม PTT จับมือพันธมิตรจีน ผุดบ.ร่วมทุนผลิตแบตเตอรี่รถ EV เริ่มเดินเครื่อง Q4/66 : อินโฟเควสท์กลุ่ม PTT จับมือพันธมิตรจีน ผุดบ.ร่วมทุนผลิตแบตเตอรี่รถ EV เริ่มเดินเครื่อง Q4/66 : อินโฟเควสท์บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยซึ่ง ปตท.ถือหุ้นร้อยละ 51 และ GPSC ถือหุ้นร้อยละ 49) ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนและสัญญาที่เกี่ยวข้อง ที่จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท Gotion Singapore Pte.Ltd.ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศจีนที่มีความเชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน ในนามบริษัท เอ็นวีโกชั่น จำกัด (NV Gotion) ด้วยทุนจดทะเบียนไม่เกิน 600 ล้านบาท โดย Nuovo Plus และ Gotion ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 และ 49 ตามลำดับ เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าประกอบและจัดจำหน่ายโมดูลแบตเตอรี่และชุดแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า โดยเป็นการผสานเทคโนโลยีความเชี่ยวชาญทั้ง 2 บริษัทเ พื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจแบตเตอรี่ และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับกลุยทธ์การลงทุนในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy) ของกลุ่ม …
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:06:19