‘ตลท.’ แจงหุ้นดิ่ง 49 จุด เหตุนักลงทุนโอเวอร์รีแอค ทำดั …
เมื่อวันที่ 14 มีนาคมกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีการปิดธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ รวมถึงธนาคารซิกเนอเจอร์ แบงก์ ที่ถูกสั่งปิดไปในสหรัฐนั้น ประเมินนโยบายที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือค่อนข้างเข้มแข็งมาก อาทิ การรับประกันเงินฝาก ลูกค้าที่ฝากเงินไว้จะได้รับเงินคืน 100% แน่นอน ทำให้ภาพตลาดหุ้นไทย ที่ดัชนีปรับระดับลงลึกนั้น ถือเป็นภาวะโอเวอร์รีแอคชั่น เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนที่ขายสุทธิมากสุด เป็นสถาบันในประเทศ 2,442.
04 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติ 4,727.13 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายยย่อยเข้าซื้อ 9,770.89 ล้านบาททั้งนี้ การปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นเกือบ 50 จุดนั้น ก็เป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วเอเชียที่ปรับตัวลงเฉลี่ย 2-3% และราคาน้ำมันเบรนท์ที่ปรับตัวลงมาถึง 2.1% กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน คิดเป็นน้ำหนัก 20% ในตลาดรวม ส่วนหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ 15% หุ้นแบงก์ 15% ที่ปรับลงจากความกังวลว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้ช้า หลังจากดอกเบี้ยทั่วโลกสูงขึ้น และสภาพคล่องลดลง ซึ่งจะเห็นว่าด้วยน้ำหนักของหุ้น 3 กลุ่มนี้ที่มีรวมกันเกิน 50% แล้ว จึงเป็นกลุ่มใหญ่ที่กดดันดัชนีสะท้อนจากตลาดหุ้นอื่นๆ ที่เปิดมาไม่ได้แพนิกกว่าเดิมแล้ว อาทิ ตลาดหุ้นยุโรป โดยกรณีที่แรงขายอยู่ในรายย่อย แต่แรงขายเกิดจากนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ ที่มีข้อมูลเชิงลึกมากกว่ารายย่อยนั้น มองว่าเมื่อเกิดบรรยากาศที่ต้องขายสุทธินั้น จะเป็นการขายเหมือนกันทั่วทั้งโลก เพราะอาจเป็นจุดที่ต้องการดึงสภาพคล่องคืน เมื่อมีความไม่แน่นอน รวมถึงดัชนีหุ้นที่ปรับลดลงลึกตอนนี้ ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วย เพราะราคายังไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงเกินระดับที่กำหนดไว้“การลงของดัชนียังไม่ได้อยู่ในจุดที่มากเกินปกติในแต่ละวัน ซึ่งหากมีการปรับลดลงเกินนั้น จะมีการรายงานระหว่างกันของระดับผู้บริหารอยู่แล้ว โดยสาเหตุที่นักลงทุนเกิดการโอเวอร์รีแอคชั่น ก็เป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในฝั่งสหรัฐและยุโรป ไม่ได้อยู่ในฝั่งเอเชียนายภากร กล่าวว่า หากประเมินปัจจัยที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ความไม่แน่นอนเรื่องโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะลดลง แต่มีความไม่แน่นอนของสภาพคล่องที่ลดลง และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้น และเงินทุนหมุนเวียนมากกว่าปี 2565 โดยต้องติดตามตัวเลขข้อมูล เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย สภาพคล่องของตลาดเงินทั่วโลกให้ดี เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นสูงมาก รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ที่น่าจะฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน ขณะที่มองไทยจะฟื้นตัวได้ดีกว่าปี 2565 จากภาคท่องเที่ยว บริโภค โรงแรม โรงพยาบาล อาหารต่างๆ ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยนายภากร กล่าวว่า สำหรับในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา นักลงทุนสถาบันประเภทกองทุนในประเทศหายไปค่อนข้างมาก เนื่องจากเม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หายไปหรือไม่นั้น เพราะทำให้ไทยไม่มีเม็ดเงินเข้าไปรองรับได้มากเท่าที่ควร โดยมองว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ความสามารถลงทุนของนักลงทุนไทยประเภทกองทุนหายไปค่อนข้างมาก จากการที่เราไม่ได้มีกองทุนแอลทีเอฟอยู่ในตลาด เป็นสิ่งที่ทำให้เมื่อมีโอกาสเข้ามาลงทุนระยะยาวผ่านกองทุนรวมก็หายไปมาก เนื่องจากไม่ได้มีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม โดยตลท.จะทำงานตลาดร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ต่อไปรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. กล่าวว่า 3 สาเหตุหลักที่ต้องเน้นย้ำคือ 1.สาเหตุที่ทำให้แบงก์สหรัฐต้องปิดตัวลงนั้น เป็นลักษณะของแต่ละแบงก์ ไม่ได้เป็นแบบทั่วไปในสถาบันการเงินทั้งหมด 2.เห็นความรวดเร็วของมาตรการจากรัฐบาลสหรัฐ ที่น่าจะช่วยให้วิกฤตของแบงก์สหรัฐครั้งนี้ไม่ลามออกไป แต่ยังต้องติดตามต่อว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมอย่างไร และ 3.สถาบันการเงินของไทยยังมีความเข้มแข็งมาก มีการกระจายลงทุนในหลายกลุ่ม จึงไม่อยากให้นักลงทุนตื่นตระหนก มากจนเกินไป เพราะตอนนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่เป็นบวกมากขึ้นแล้ว ทั้งฝั่งตลาดสหรัฐ และยุโรปด้วย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
หุ้นไทยเดือนก.พ.ต่างชาติขาย 43,562 ล้านบาท กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ส่งออกหด หวังเลือกตั้งกระตุ้นบริโภคตลท.สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือน ก.พ.66 แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณชะลอตัวลงแต่อาจใช้ระยะเวลานานกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมาย ทำให้ผู้ลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินตึงตัวต่อเนื่องไปอีกสักระยะ อีกทั้งตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งสะท้อนถึงเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่มีโอกาสไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย (No Landing) อย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงก่อน ส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาค นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท.เปิดเผยว่า ในเดือน ก.พ.66 มีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายออกจากตลาดหุ้นหลายแห่
Read more »
วิกฤต SVB ฉุดหุ้นไทยปิดลบ 26.58 จุด ผวาหุ้นเฟิร์สท์ รีพับลิค แบงก์ร่วงลงกว่า 60%ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 13 มีนาคม ปิดที่ระดับ 1,573.07 จุด ลดลง 26.58 จุด (-1.66%) โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุดที่ 1,602.65 จุด ต่ำสุดที่ 1,572.65 จุด มูลค่าการซื้อขาย 79,624.85 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,193.40 ล้านบาท ขณะที่กองทุนซื้อสุทธิ 552.46 ล้านบาท
Read more »
หุ้นไทยปิดดิ่งหนัก 49.18 จุด วอลุ่มทะลุแสนล้าน ต่างชาติเทขายผวา SVB ล้มกระทบเป็นโดมิโน่ : อินโฟเควสท์SET ปิดวันนี้ที่ 1,523.89 จุด ลดลง 49.18 จุด (-3.13%) มูลค่าการซื้อขาย 103,833.09 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ร่วงไปลึกถึง 50 จุดต่างชาติยังคงเทขายต่อเนื่องจากความกังวล SVB ล้มกระทบเป็นโดมิโน และคืนนี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐด้วยหากออกมาสูงอาจเร่งเฟดขึ้นดอกเบี้ย แนวโน้มพรุ่งนี้มีโอกาสลงต่อหลังหลุดแนวรับสำคัญ 1,550 จุดมาลึก ให้แนวรับ 1,517 จุดซึ่งเป็น Low สุดเมื่อเดือนก.ค.65 ถัดไป 1,500 จุด และแนวต้าน 1,550 จุด SET ปิดวันนี้ที่ 1,523.89 จุด ลดลง 49.18 จุด (-3.13%) มูลค่าการซื้อขาย 103,833.09 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีปรับตัวลง ทำจุดต่ำสุด 1,572.36 จุด และแตะจุดสูงสุดของวันที่ 1,518.66 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้เพิ่มขึ้น 295 หลักทรัพย์ ลดลง […]
Read more »
ตลาดหุ้นไทย 14 มี.ค. 66 ปิดลบ 49.18 จุด วอลุ่มทะลุแสนล้านวันนี้ (14 มี.ค. 66) ตลาดหุ้นไทย SET ปิดวันนี้ที่ 1,523.89 จุด ลดลง 49.18 จุด (-3.13%) มูลค่าการซื้อขาย 103,833.09 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ร่วงไปลึกถึง 50 จุดต่า
Read more »
ตลาดหุ้นไทยปิดดิ่งวูบ 49.18 จุด ผวา SVB ล้มกระทบวงกว้างดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดดิ่งแดนลบร่วงกว่า 49.18 จุด มาปิดที่ระดับ 1,523.89 จุด มูลค่าการซื้อขายทะลุแสนล้านบาท หลังต่างชาติเทขายต่อเนื่อง กังวล SVB ล้มกระทบวงกว้าง หุ้นไทย ฐานเศรษฐกิจ .
Read more »
หุ้นไทยปิดดิ่ง 49.18 จุด วอลุ่มกระฉูดแสนล้าน ต่างชาติ-กองทุนในประเทศเทขายผวาโดมิโน่ SVBดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 14 มีนาคม ปิดที่ระดับ 1,523.89 จุด ลดลง 49.18 จุด (-3.13%) โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุดที่ 1,572.36 จุด ต่ำสุดที่ 1,518.66 จุด มูลค่าการซื้อขาย 103,833.09 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 4,727.13 ล้านบาท กองทุนขายสุทธิ 2,442.04 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยซื้อ 9,771 ล้านบาท
Read more »
