คาดการณ์รายได้ของ Nvidia ชี้การเติบโตที่ชะลอตัวลงหลังจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงสองปี หุ้นร่วงแม้ผลประกอบการไตรมาสสองดีเกินคาด สงครามการค้าสหรัฐ-จีนกระทบ
คาดการณ์รายได้ของ Nvidia ชี้การเติบโตที่ชะลอตัวลงหลังจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงสองปี หุ้นร่วงแม้ผลประกอบการไตรมาสสองดีเกินคาด สงครามการค้า สหรัฐ-จีนกระทบ บลูมเบิร์ก รายงานวันนี้ ว่า Nvidia Corp บริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ได้คาดการณ์รายได้สำหรับไตรมาสปัจจุบันที่อ่อนตัวลง ซึ่งส่งสัญญาณว่าการเติบโตกำลังชะลอตัวลง หลังจากการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา บริษัทระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่ายอดขายในไตรมาสที่สามของปีงบประมาณ ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนตุลาคม จะอยู่ที่ประมาณ 5.
4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าจะสอดคล้องกับประมาณการโดยเฉลี่ยของตลาดวอลล์สตรีท แต่นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ไว้ว่าจะมีมากกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การคาดการณ์นี้ไม่รวมรายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่มาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ Nvidia ต้องดิ้นรนกับข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ และแรงกดดันจากปักกิ่ง แนวโน้มนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นั้นไม่ยั่งยืน ความยากลำบากในจีนยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ Nvidia อีกด้วย แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์จะผ่อนคลายข้อจำกัดในการส่งออกชิป AI บางส่วนไปยังประเทศดังกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ แต่การผ่อนปรนดังกล่าวยังไม่ส่งผลให้รายได้ฟื้นตัว ราคาหุ้น Nvidia ลดลงประมาณ 2% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการปกติหลังจากการประกาศดังกล่าว หลังปิดตลาดวันพุธราคาหุ้นในปีนี้พุ่งขึ้น 35% ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทสูงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ บริษัทยังอนุมัติการซื้อหุ้นคืนเพิ่มอีก 6 หมื่นล้านดอลลาร์ Nvidia ยังมียอดคงเหลือ 1.47 แสนล้านดอลลาร์ตามแผนการซื้อหุ้นคืนเดิม ณ สิ้นไตรมาสที่สองยอดขายในไตรมาสสอง ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 27 กรกฎาคม เพิ่มขึ้น 56% เป็น 4.67 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการเฉลี่ยที่ 4.62 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ว่ารายได้จะเพิ่มมากกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์จากปีก่อนหน้า แต่ก็เป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่น้อยที่สุดในรอบกว่าสองปี กำไรอยู่ที่ 1.05 ดอลลาร์ต่อหุ้นโดยหักรายการบางรายการออกไป ขณะที่ตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์กำไรไว้ที่ 1.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น หน่วยธุรกิจศูนย์ข้อมูล ซึ่งปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่าผู้ผลิตชิปรายอื่นๆ มียอดขาย 4.11 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการเฉลี่ยที่ 4.13 หมื่นล้านดอลลาร์ รายได้จากเกม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้หลักของ Nvidia อยู่ที่ 4.29 พันล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดขายเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนหน่วยธุรกิจยานยนต์มียอดขาย 586 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อยผลประกอบการแสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายของผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลยักษ์ใหญ่ “อาจทำให้อัตรากำไรตึงตัวขึ้น หากผลตอบแทนการลงทุนในระยะใกล้จากแอปพลิเคชัน AI ยังคงยากที่จะประเมิน” จาค็อบ บอร์น นักวิเคราะห์จาก Emarketer กล่าวในบันทึกNvidia ยังคงเผชิญกับผลกระทบจากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สำคัญ ในเดือนเมษายน เมื่อรัฐบาลทรัมป์ได้ออกมาตรการเข้มงวดมากขึ้นในการจำกัดการส่งออกโปรเซสเซอร์ศูนย์ข้อมูลไปยังลูกค้าชาวจีน ส่งผลให้ Nvidia ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้ ต่อมาวอชิงตันได้ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะอนุญาตให้มีการส่งออกบางส่วนเพื่อแลกกับส่วนแบ่งรายได้ 15%ขณะเดียวกัน ปักกิ่งได้สนับสนุนให้เลิกใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในระบบ AI ที่รัฐบาลจีนใช้บริการ นโยบายที่เปลี่ยนแปลงนี้ทำให้วอลล์สตรีทคาดการณ์ได้ยากว่า Nvidia จะสามารถฟื้นรายได้จากตลาดได้มากเพียงใด นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ยอดขายไว้ที่หลายพันล้านดอลลาร์ ขณะที่บางรายปฏิเสธที่จะคาดการณ์ยอดขายในจีนจนกว่าบริษัทจะชี้แจงสถานการณ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น Nvidia ระบุว่าไม่มีการบันทึกยอดขายชิป AI H20 ให้กับลูกค้าในจีนในไตรมาสที่สอง บริษัทยังระบุด้วยว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้ร่างแผนหักเอารายได้จากการขายชิป AI ในจีน 15% และบริษัทปฏิเสธแนวคิดนี้ “การที่รัฐบาลร้องขอส่วนแบ่งรายได้ อาจทำให้เราต้องถูกฟ้องร้อง เพิ่มต้นทุน และส่งผลเสียต่อสถานะการแข่งขันของเรา และเป็นประโยชน์ต่อคู่แข่งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว” Nvidia ระบุในเอกสารNvidia ระบุว่า ชิป H20 มูลค่า 2,000 - 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจถูกส่งไปจีน ตัวเลขนี้ขึ้นอยู่กับการได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐฯ และจนถึงขณะนี้มีลูกค้า “เพียงไม่กี่ราย” ที่ได้รับอนุญาตแล้ว“หากเรามีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น เราก็สามารถเรียกเก็บเงินได้มากขึ้น” โคเล็ตต์ เครสส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินกล่าวระหว่างการแถลงทางโทรศัพท์ เธอยังกล่าวอีกว่าบริษัทยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติชิป Blackwell รุ่นใหม่ สำหรับการขายในประเทศจีนก่อนการรายงานผลประกอบการ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้ของNvidia ไตรมาสที่สามสูงต่ำแตกต่างกันประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นช่วงที่กว้างที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของบริษัทภายใต้การนำของ เจนเซ่น ฮวง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทผู้ผลิตชิปที่ก่อตั้งมาได้ 32 ปีรายนี้ได้กลายเป็นเรื่องราวความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างกะทันหัน ตลอดประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ Nvidia อยู่ภายใต้ร่มเงาของคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Intel Corp โดยสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการขายโปรเซสเซอร์กราฟิกให้กับนักเล่นเกมคอมพิวเตอร์ความสำเร็จครั้งสำคัญของ Nvidia เกิดขึ้นเมื่อบริษัทได้ปรับเปลี่ยนหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือ GPU ให้สามารถรันซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ได้ ซึ่ง ฮวง เรียกว่าการประมวลผลแบบเร่งความเร็วในปี 2022 Nvidia มีขนาดเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของ Intel และมีรายได้ต่อปีน้อยกว่าที่ทำได้ในไตรมาสปัจจุบัน ในปัจจุบัน Nvidia มีแนวโน้มทำยอดขายต่อปีได้ถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028 ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้รวมประมาณหนึ่งในสามของอุตสาหกรรมชิปแต่ Nvidia ต้องพึ่งพาแผนการใช้จ่ายของบริษัทเพียงไม่กี่แห่งคือบริษัท Microsoft Corp, Amazon.com Inc และผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ คิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมด เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับธุรกิจ ฮวงกำลังขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งรวมถึงคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย ซอฟต์แวร์ และบริการต่างๆ ที่ครบครันเขามุ่งมั่นที่จะเร่งการประยุกต์ใช้ AI ทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ และผลักดันให้ทีมงานของเขาผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ แทบไม่มีคู่แข่งในตลาดชิป AI หรือที่รู้จักกันในชื่อตัวเร่งความเร็ว ความพยายามภายในของบริษัทต่างๆ เช่น Amazon และความท้าทายในระยะเริ่มต้นจากคู่แข่งที่มีศักยภาพอย่าง Advanced Micro Devices Inc ยังไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญแต่บริษัทยังต้องเผชิญกับปัญหาอื่นๆ นอกเหนือจากปัญหาของ Nvidia ในประเทศจีนแล้ว อุปสรรคสำคัญที่สุดต่อการเติบโตคือความพร้อมด้านอุปทาน เช่นเดียวกับผู้ผลิตชิปส่วนใหญ่ Nvidia ไม่ได้เป็นเจ้าของโรงงานและต้องพึ่งพาการผลิตแบบเอาท์ซอร์ส ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co การเพิ่มกำลังการผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
SET50 ครึ่งแรกปีวูบ -11% ชู DELTA-GULF-ADVANC ทะยานแรง นำขบวนสรุปภาพรวมหุ้นบิ๊กแคป 10 อันดับแรกในดัชนี SET50 ครึ่งแรกปี 68 ร่วง 11.76% พบ DELTA-GULF-ADVANC นำขบวนราคาพุ่ง 31 - 55% จากปีก่อน
Read more »
HILITE: AMARC พุ่ง 15.03%ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »
ปปง. แถลงยึด-อายัดทรัพย์สิน รวมกว่า 1 พันลบ. รวมคดี 'หมอบุญ-ดิไอคอนกรุ๊ป'ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »
หุ้น IPO จ่อคิวเข้าเทรดเพียบ ลุ้นตลาดหุ้นไทยดีขึ้นระยะกลาง-ยาวหุ้น IPO เรียงคิวจ่อเข้าเทรดเพียบ ลุ้นหนุนภาพรวม SET ดีขึ้นระยะกลาง-ยาว หลัง 8 เดือนแรกปีนี้ มี IPO เข้าใหม่เพียง 6 บริษัท ผลตอบแทนรอด 2 บริษัท ร่วง 4 บริษัท
Read more »
กลุ่ม 36 สว. ปิดจ็อบ 'อิ๊งค์' มั่นใจขยี้จุดตายหลุดเก้าอี้กลุ่ม 36 สว.ยื่นแถลงการณ์ปิดคดีให้ศาลรธน.จันทร์นี้ มั่นใจ 'อิ๊งค์'ร่วง ย้ำจุดตายเดิม ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ
Read more »
หุ้น ADVANC-TRUE บวกสวนตลาด พุ่งนำกลุ่มสื่อสาร 3.09% นลท.ย้ายจากกลุ่มธนาคาร หลังให้ยีลด์สูงหุ้น ADVANC บวก 3.09% เพิ่มขึ้น 9.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 300.00 บาท ขณะที่ หุ้น TRUE บวก 2.56% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 12.00 บาท โบรกเผยนักลงทุนย้ายจากกลุ่มธนาคารหลังเข้าสู่ดอกเบี้ยขาลง
Read more »
