ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จพาตัวเองเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย คาราบาวคัพ ได้ตามความคาดหมาย แม้จะต้องออกแรงเหนื่อยหนักไม่ใช่เล่นในเกมบุกมาเยือน ฟูแล่ม สำหรับรอบรองชนะเลิศนัดสองที่สนาม คราเวน คอตเทจ เมื่อวันพุธที่ 24 ม.ค.
ฟูแล่ม มีการเปลี่ยนนักเตะ 11 คนแรกจากสองสัปดาห์ก่อนที่บุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 2-1 ที่สนาม แอนฟิลด์ แค่รายเดียวเท่านั้น มาร์โก ซิลวา กุนซือโปรตุกีสเลือกใช้งาน ทอม เคียร์นีย์ ให้ลงสนามแทน แฮร์ริสัน รีด พร้อมทั้งมอบหน้าที่กัปตันเกมนี้ให้กองกลางเลือดวิสกี้รับผิดชอบด้วย อย่างไรก็ดี หากจะเทียบกับเกม พรีเมียร์ลีก ที่ออกไปแพ้ เชลซี 1-0 เจ้าบ้านเปลี่ยนผู้เล่นสองรายโดยที่ บ๊อบบี้ เด คอร์โดวา รีด กับ ทิโมธีย์ กาสตาญ ได้ลงสนามแทน แฮร์รี่ วิลสัน กับ เคนนี่ เตเต้ลิเวอร์พูล ปรับทีมสี่ตำแหน่ง และได้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็คซ้ายที่เจ็บไปตั้งแต่เดือนต.
ค.กลับมานั่งเป็นตัวสำรอง หลังพาทีมออกไปถล่ม บอร์นมัธ 4-0 จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก สลับให้ ควีวิน เคลเลเฮอร์ กลับมาเฝ้าเสาในรายการนี้แทนที่ อลิสซง เป็นการลงสนามนัดที่ 11 ในซีซั่นนี้ของมือกาวทีมชาติ ไอร์แลนด์ ขณะที่อีกสามตำแหน่ง จาเรลล์ ควานซาห์ , โคกี้ กัคโป และ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ได้ลงบู๊ก่อนหน้า เคอร์ติส โจนส์ , ดีโอโก้ โชต้า และ อิบราฮิม่า โกนาเต้3. พลาดทีเดียวเป็นเรื่อง ลิเวอร์พูล ในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังใช้แผนจู่โจมเร็วตั้งแต่ต้นเกมเหมือนเคยหมายทำประตูแรกขึ้นนำให้ได้เร็วที่สุดเพื่อชิงความได้เปรียบก่อน และประสบความสำเร็จตั้งแต่นาทีที่ 11 จากฝีเท้าของ หลุยส์ ดิอาซ แม้ก่อนที่ตาข่ายจะทะลุ ฟูแล่ม เริ่มตั้งลำทำเกมรุกตอบโต้ได้บ้างแล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทุกทีมต้องท่องจำให้ขึ้นใจในเกมบู๊กับ หงส์แดง คือพวกเขาห้ามก่อความผิดพลาดแม้แต่น้อยเนื่องจากโอกาสเพียงครั้งเดียวที่ ลิเวอร์พูล มี พวกเขาสามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้ดังจะเห็นว่าการโขกสกัดบอลโด่งพลาดของ กาสตาญ เปิดทางให้ ดิอาซ ได้เกี่ยวบอลทางกราบซ้ายไปซัดเสียบเสาแรกพาทีมเยือนนำ 1-0 ทั้งๆที่จะว่าไปแล้วเกมใน 45 นาทีแรกที่ คราเวน คอตเทจ ผู้มาเยือนไม่ถึงกับหาจังหวะทำเสียวได้มากมายนัก แม้พวกเขาจะยังร่างเพลงเตะกันได้ดีตามมาตรฐานก็ตาม จากสถิติที่ปรากฏหลังจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ครองบอลได้มากกว่า 54:46% และได้ยิง 5 ครั้งเข้ากรอบ 3 ครั้ง ขณะที่ เจ้าสัวน้อย มีลุ้น 3 ครั้ง และส่งบอลเข้ากรอบได้ 2 ครั้ง อย่างไรก็ดี หลังพังประตูให้ เร้ด แมชีน ออกนำ ดิอาซ ก็มีชื่อทำสกอร์ได้ครบทุกรายการในซีซั่นนี้ที่เขาถูกส่งลงสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้วกลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง รูปเกมเป็นเหมือนที่เราได้เห็นกันบ่อยครั้งนั่นคือกุนซือชาวเมืองเบียร์สั่งให้นักเตะ เร้ด แมชีน เพิ่มสปีดในการทำเกมรุกบดขยี้คู่แข่งหนักขึ้นอีก และกดดัน ฟูแล่ม ได้มากขึ้นอย่างชัดเจน กระนั้นก็ดี ลูกทีมของ ซิลวา รับมือกันได้อย่างน่ายกย่อง และในที่สุดนาทีที่ 77 สาวก เจ้าสัวน้อย ก็ได้เฮกันลั่นจากจังหวะที่ อิสซ่า ดิย็อป ปราดเข้าฮอสจิ้มบอลยาวจากกราบซ้ายผ่าน เคลเลเฮอร์ เข้าประตูจนได้ ส่งผลให้เจ้าบ้านตีเสมอเป็น 1-1 แม้สกอร์รวมจะยังเป็นรองก็ตาม แต่ที่แน่ๆ นับจากนั้น เกมบุกของทีมเมืองหลวงก็มีชีวิตชีวามากขึ้น และหาทางสร้างปัญหาให้กับผู้มาเยือนได้อย่างต่อเนื่อง ขาดก็แค่ประตูที่สองของเกมซึ่งทำให้พวกเขาหมดสิทธิ์ตบเท้าเข้าสู่ เวมบลีย์ แต่อย่างน้อยเกมใน 45 นาทีหลังฟ้องให้เห็นว่า ฟูแล่ม ไม่ได้เป็นรองอาคันตุกะเลยแม้แต่น้อยจากสถิติหลังครบ 90 นาที นั่นคือ ลิเวอร์พูล ครองบอลได้เหนือกว่าลดลงเหลือ 51:49% เท่านั้น และได้ยิงรวมกัน 14 ครั้งเข้ากรอบ 5 ครั้ง ขณะที่ ฟูแล่ม ได้ยิง 11 ครั้งเข้ากรอบ 5 ครั้งเท่ากันซึ่งบ่งบอกได้ว่าเป็นเกมที่ หงส์แดง หืดจับไม่ใช่เล่นก่อนจะกรุยทางเข้าไปชิงชนะเลิศได้ในที่สุด แมตช์ชิงชนะเลิศ คาราบาวคัพ ซีซั่น 2023/24 ก็เป็นไปอย่างที่แฟนบอลวาดหวังเนื่องจากเป็นการเผชิญหน้ากันของสองทีมยักษ์ใน พรีเมียร์ลีก ซึ่งต้องบอกว่าถูกคู่อย่างยิ่ง แม้ในอันดับตาราง พรีเมียร์ลีก ทั้งสองทีมจะแตกต่างกันอย่างมหาศาลเนื่องจากทีมของ คล็อปป์ นำเป็นจ่าฝูง ขณะที่ทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ รั้งอันดับเก้าของตารางซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังอย่างแรงหากจะมองถึงการลงทุนซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทัพอย่างเป็นบ้าเป็นหลังของ สิงห์บลูส์ อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลนัดเดียวไม่เข้าใครออกใครทั้งนั้น แถมสถิติการบู๊กันในระยะหลังของสโมสรปรากฏว่าเป็นเรื่องยากที่ ลิเวอร์พูล จะเอาชนะ เชลซี ได้ง่ายๆเนื่องจากทั้งสองฝ่ายกินกันไม่ลง และเสมอกันมาตลอดเจ็ดนัดหลังในทุกรายการ แถมก่อนหน้านั้นที่มีผลแพ้ชนะ เป็น หงส์แดง ด้วยซ้ำที่พ่ายคารัง 1-0 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2021 สำหรับสถิติที่ว่านี้ยึดจากผลลัพธ์หลังจบ 90 นาทีเท่านั้นเนื่องจากทั้งสองทีมเคยต่อกรกันในถ้วย ลีกคัพ และ เอฟเอคัพ ในซีซั่นเดียวกัน 2021/22 และเสมอ 0-0 ทั้งสองเกม หากแต่ เร้ด แมชีน ได้เฮด้วยการดวลลูกโทษชนะทีมเมืองหลวงทั้งในรอบชิงชนะเลิศของสองรายการนี้ พร้อมกันนี้ ก่อนจะได้ลุ้นว่าเจ้าพ่อถ้วย ลีกคัพ อย่าง ลิเวอร์พูล จะคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นสถิติสมัยที่ 10 หรือเปล่าในนัดชิงดำวันที่ 25 ก.พ. ทั้งสองทีมจะได้เตะนัดชิมลางกันก่อนในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ แอนฟิลด์ วันที่ 30 ม.ค.นี้ซึ่งเราจะได้เห็นกันก่อนว่าทีมไหนที่มีแววได้ชูโทรฟี่ใบแรกของซีซั่นนี้มากกว่ากัน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“คาราบาว” ปลื้มความสำเร็จจากโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ “บาวแดงช่วยคนไทยสร้างอาชีพ” ช่วยต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ให้คนไทยคาราบาว มุ่งจัดกิจกรรมสนับสนุนส่งเสริมอาชีพให้กับคนไทย ซึ่งได้จับมือกับสื่อยักษ์ใหญ่ไทยรัฐทีวี จัดโปรโมชั่น 'บาวแดงช่วยคนไทยสร้างอาชีพ ปี2” แจกมอไซค์ทุกวัน แจกล้านทุกเดือน แจกต่อเนื่องให้คนไทยได้ลุ้นโชคทั้งปี 2566
Read more »
อยากยืนระยะต้องทำด่วน! 5 นักเตะที่ ลิเวอร์พูล ควรพิจารณาดึงตัวร่วมทัพช่วงตลาดรอบ 2หาก ลิเวอร์พูล ต้องการที่จะลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปยาวๆ จนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ แน่นอนว่าพวกเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมนี้ เพื่อทำให้ทีมมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งพร้อมสู้ศึกแบบยาวๆ
Read more »
ภาพหนึ่งซ้อนทับอยู่ในเอเชียน คัพฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปแบบเอเชียน คัพ นั้นมีภาพอีกภาพหนึ่งซ้อนทับอยู่
Read more »
แต่ละคนคุ้มหรือเปล่า!เช็คตลาดนักเตะเดือน ม.ค. 10 ปีที่ผ่านมาของ ลิเวอร์พูลช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมเป็นช่วงที่ ลิเวอร์พูล มักจะไม่ค่อยมีการขยับตัวมากนักซึ่งเป็นแบบนี้มาตลอดช่วง 11 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยถ้าหากพวกเขาจะเซ็นสัญญากับแข้งใหม่เต็มที่ก็ไม่เกินคนหนึ่งสองคนเท่านั้น
Read more »
