สุไพรพล ช่วยชู & จักรภพ เพ็ญแข รักแท้…ที่มีอยู่จริง

United States News News

สุไพรพล ช่วยชู & จักรภพ เพ็ญแข รักแท้…ที่มีอยู่จริง
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 ThaiPBS
  • ⏱ Reading Time:
  • 443 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 180%
  • Publisher: 51%

เปิดเรื่องราวความรัก 23 ปีของ 'จักรภพ เพ็ญแข - สุไพรพล ช่วยชู' ผ่านวันที่ต้องห่างกันกว่า 15 ปี กระทั่งได้กลับมาเปิดตัวความรัก และจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมของเมืองไทยเป็นครั้งแรก

ทั้งคู่เดินทางไปจดทะเบียนสมรส ที่เขตบางรัก เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 กลายเป็นข่าวที่สร้างความสนใจให้กับสังคมในวงกว้าง หลังเหินห่างจากประเทศไทยไปกว่า 15 ปี จักรภพเดินทางกลับสู่แผ่นดินไทยเมื่อปี 2567 ก่อนจะ “เปิดตัว” เรื่องราวความรักความสัมพันธ์กับ ป๊อบ – สุไพรพล ช่วยชู ซึ่งทั้งคู่สานความสัมพันธ์กันมายาวนานกว่า 23 ปี เป็นความรักที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกข์ ผ่านสุข พบเจอทั้งวันที่ฟ้าสดใส หรือแม้แต่วันที่ต้องฝ่ามรสุมหนัก ๆ โดยเฉพาะมรสุมทางการเมือง ที่ทำให้ทั้งคู่ต้อง “ห่างกัน” ไปกว่า 15 ปี ทว่าในวันนี้ ทั้งสองได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน จักรภพและสุไพรพลเพิ่งฉลองงานแต่งงานกันไปเมื่อมีนาคม 2568 มากไปกว่านั้น ทั้งคู่กลายเป็น “ไอคอน” ที่บรรดาคู่รักมากมาย ต่างชื่นชมในความมั่นคงทางความรัก “มีคนเข้ามาทักทายเยอะ ไม่ได้หมายถึงคนที่รู้จักกันเท่านั้น คนไม่รู้จักก็เข้ามาทักทาย บางทีเขาแยกแยะชัดเจน เรื่องการเมืองก็เรื่องหนึ่ง เรื่องเพศสภาพก็เรื่องหนึ่ง ซึ่งทำให้ชีวิตน่าอยู่ขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันหมดในเรื่องเดียวกัน แต่เราต้องมีความเป็นมิตรภาพที่จะสื่อสารกันได้”เขาเล่าเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่กลับสู่เมืองไทย ชีวิตดูเรียบง่าย และมีความสุขกับความรัก หลังจากที่ต้องอดทนรอคอยกว่า 15 ปีชวนทั้งสองมาร่วมพูดคุย เรื่องราวความรักตลอด 23 ปีที่ผ่านมา อะไรที่ทำให้ทั้งสองยังเกาะเกี่ยวกันไว้ ทำอย่างไรให้ชีวิตคู่เดินทางมาถึงวันนี้ พื้นที่จากนี้มีคำตอบ…เริ่มต้นพูดคุยกับจักรภพและสุไพรพล นับถึงวันนี้ กินระยะเวลากว่า 4 เดือน ที่ทั้งคู่จดทะเบียนสมรส ตามกระบวนการทางกฎหมาย เราถามทั้งสองว่า หลังจดทะเบียนสมรส มีอะไรในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง “อย่างแรกคือ ต้องไปเปลี่ยนบัตรประชาชน รวมทั้งหนังสือเดินทาง และเอกสารต่าง ๆ แต่ถ้าถามเรื่องความรู้สึก เรารู้สึกว่า เรากลายเป็นเพศสภาพที่ถูกต้องตามกฎหมาย” “ ป๊อบ-สุไพรพลตอบ เป็นฝ่ายตอบคำถามก่อน “สำหรับผม ไม่มีอะไรต้องปิดอีกแล้ว หมดเรื่องที่จะต้องปิด หมดเรื่องที่ต้องระวังสายตาคนอื่น เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ชอบ ไม่ชอบ หรือถูกวิจารณ์ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้มีผลต่อตัวเรา เพราะสำหรับตัวเรา ขอแค่ดำรงชีวิตที่มีความสุขระหว่างกัน แล้วทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตัวทะเบียนสมรส มันช่วยตรงนั้น มันทำให้เกิดสถานะที่เป็นกฎหมาย” จักรภพเป็นผู้ตอบคำถามบ้าง นอกจากความสบายใจ จักรภพยังบอกอีกด้วยว่า เรื่องการทำธุรกรรมร่วมกันในฐานะ “คู่สมรส” ยังมีความชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย “พอมีสถานะทางกฎหมาย นำมาสู่สิ่งอื่น ๆ ที่เราสามารถทำได้ เราสามารถคิดพัฒนาธุรกิจร่วมกัน รวมไปถึงเรื่องดูแลสุขภาพด้วย เราฝากชีวิตกับเขาไว้ได้ กฎหมายทำให้เรา ‘ฝากชีวิต’ กันได้มากขึ้น” เราถามกับทั้งคู่ต่อมาว่า พอเปิดตัวเรื่องความรัก ต้องปรับตัว หรือต้องรับมือกับความสนใจของสังคมมากน้อยแค่ไหน “คนจำหน้าได้มากขึ้น อย่างเวลาไปเดินห้างสรรพสินค้า คนจะเริ่มจำเราได้ก่อน หรือบางคนเข้ามาทักโดยตรง บางคนบอกว่าชอบเรามากกว่าคุณจักรภพซะอีก ” ป๊อบ-สุไพรพล ตอบพร้อมรอยยิ้ม “บางคนชอบความเป็นเพศสภาพของเรา แต่ไม่ชอบการเมืองเรา แบบนี้ก็มี แต่ส่วนใหญ่มาแบบสุภาพดีทุกคน” จักรภพช่วยเสริม พร้อมกับขยายต่ออีกว่า การเปิดตัวในความรักของเขา ทำให้มุมมองเรื่องการเมืองที่เคยเข้มข้น มีภาพลักษณ์ที่ผ่อนคลายลงไป “เมื่อก่อนการเมืองทำให้คนไม่สื่อสารกัน แต่พอมีเรื่องเพศสภาพ กลายเป็นว่าเขามีเรื่องที่จะคุยกับเรา ซึ่งเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่คนในสังคมต้องคบกันได้หลายเรื่อง แทนที่ทุกอย่างจะเป็นเรื่องการเมืองไปหมด พูดแล้วก็ทะเลาะกัน” ถามว่าวันนี้บรรยากาศชีวิตเป็นอย่างไร เราเห็นว่าชีวิตน่าอยู่ขึ้น เพราะเราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันไปหมด แต่เราต้องมีความเป็นมิตรภาพที่จะสื่อสารกันได้ สาระสำคัญอีกประการของการเปิดตัวความรักครั้งนี้ ทั้งสองมุ่งหวังให้เป็น “แรงบันดาลใจ” สำหรับผู้ที่มีเพศสภาพหลากหลาย เพื่อให้ “กล้า” ที่จะก้าวออกมาแสดงจุดยืนของตัวเองอย่างมั่นใจ “อยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับคู่ของเราได้ประโยชน์กับคนอื่น ๆ เพราะส่วนตัวมีความรู้สึกว่า ยังมีคนที่สับสนด้านเพศสภาพอยู่อีกเยอะในสังคมไทย แล้วเป็นมูลเหตุของความไม่มีความสุข บางคนเป็นที่รังเกียจของเพื่อนร่วมงาน หรือว่าเพื่อนร่วมงานต่อต้าน เข้ากับใครไม่ได้ ซึ่งเป็นความทุกข์ทรมาน” “อยากให้แต่ละคนค่อย ๆ ปลดเปลื้องภาระตรงนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะสำเร็จ เพราะเป็นการตัดสินใจของเจ้าตัวเขา แต่อย่างน้อยเราก็อยากจะบอกว่า มันเป็นไปได้ มันทำได้ ดูตัวอย่างคู่เรา เราอยู่ในการเมือง มีคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยด้านการเมือง แต่เรายังทำได้เลย เราเชื่อว่าสังคมใจกว้างพอที่จะแยกแยะอออก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราภูมิใจ เราคิดว่าเมืองไทยยิ่งใหญ่นะ แม้ความเห็นจะไม่ตรงกัน แต่ว่าเรื่องเพศสภาพ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”จุดเริ่มต้นความรักของ จักรภพ และ สุไพรพล ย้อนเวลากลับไปราว 25 ปี ทั้งสองคนพบกันในงานเปิดตัวหนังสือของจักรภพ โดยสุไพรพลเป็นแฟนหนังสือที่ตั้งใจจะมาขอลายเซ็น แต่ชั่วเวลาไม่กี่อึดใจที่พบหน้ากัน กลับกลายเป็นการสร้างการปฏิสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว “ใช้เวลาราว ๆ หนึ่งนาทีครึ่ง ตอนที่เจอกัน” จักรภพพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเล่าต่อ “เขาเข้ามาต่อแถวเพื่อให้เซ็นหนังสือ ซึ่งเราก็ก้มหน้าก้มตาเซ็นไปเรื่อย ๆ จนมาถึงคิวของเขา พอเราเงยหน้าขึ้นมอง เรารู้สึกได้เลยว่า เราชอบหน้าตา บุคลิกของคนนี้ แต่ได้พูดคุยกันคำสองคำ ใช้เวลาราว ๆ หนึ่งนาทีครึ่งอย่างที่บอก แต่เรามีความรู้สึกอยากรู้จักเขาอีก” จักรภพเล่าต่อว่า หลังจากนั้นจึงได้ให้นามบัตรและขอเบอร์โทรศัพท์กันเอาไว้ จากเวลาเพียงหนึ่งนาทีครึ่งที่ได้เจอกันครั้งแรก ได้รับการสานต่อ จนกระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจคบหากัน เราถามทางฝั่งของป๊อบ-สุไพรพลว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ประทับใจในตัวจักรภพ เจ้าตัวบอกว่า ชื่นชอบตรงที่เป็นคนที่มีความรอบรู้ รอบด้าน “เวลาที่พี่เอก เล่าอะไรสักอย่าง เราจะเห็นภาพชัดเจน และเข้าใจง่าย อีกอย่างคือ ประทับใจในความเป็นผู้ให้ ตอนที่เรามีปัญหาชีวิต หรือว่าปัญหาครอบครัว เราสามารถปรึกษาเขาได้ตลอด” ที่มาของคำว่า “ที่ปรึกษา” ของสุไพรพล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทั้งคู่มีอายุห่างกัน 13 ปี จักรภพจึงเป็นทั้งคนรัก พี่ และเป็นที่ปรึกษา ไปในคราวเดียวกัน โดยเรื่องนี้ จักรภพอธิบายเพิ่มเติมว่า “ด้วยความที่อายุเรานำเขามา 10 ปี เราก็เลยมีเรื่องให้คำปรึกษาได้มากหน่อย ส่วนในมุมของความเป็นผู้ให้ คือผมไม่ใช่สไตล์ sugar daddy ที่ให้เงิน ให้ทอง ซื้อของ ปรนเปรอ ไม่ได้เป็นอะไรแบบนั้น แต่คำว่าให้ของผม คือเราให้ในฐานะเป็นแฟนกัน ให้ตามความหมาะสม เช่น พาไปกินข้าว ไปทำกิจกรรมในฐานะแฟน” “แต่สิ่งที่ผมประทับใจในตัวป๊อบ คือความอดทนของเขา ตอนที่เริ่มต้นคบกัน ไม่ใช่ว่าจะเริ่มต้นง่าย ๆ เนื่องจากเราเคยมีคนรักมาก่อน แต่เรารู้แล้วว่าไปกันไม่รอด จึงเป็นช่วงที่เรากำลังปลดเปลื้องความสัมพันธ์ตรงนี้ พอดีคาบเกี่ยวที่ป๊อบเข้ามา เพราะฉะนั้น อะไรที่มันคาบเกี่ยว ย่อมมีเรื่องระหองระแหงอยู่บ้าง ซึ่งถ้าหากขาดความอดทน หรือความเชื่อว่าความสัมพันธ์ของเรามันเป็นไปได้ เราก็คงมาไม่ถึงจุดนี้” “อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความประทับใจของผมที่มีต่อเขา คือป๊อบเป็นคนสู้ชีวิต ป๊อบเติบโตมาจากครอบครัวฐานะที่ไม่ดีนัก แต่ต้องชื่นชมคุณย่าของเขา คือท่านไม่เคยเรียนหนังสือ แต่มีสติปัญญาที่สามารถวางแผนว่าอะไรควร อะไรไม่ควร" แม้จะจนยากแค่ไหน จะไม่มีคำพูดที่ว่า ห้ามเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้น หลานทุกคน ต้องก้มหน้าก้มตาเรียน แม้อาจจะไม่ได้มีพร้อม หรืออาจจะเรียนช้ากว่าคนอื่นบ้าง แต่ก็สามารถไปถึงเป้าหมายได้เหมือนกัน ซึ่งการอบรมสั่งสอนของคุณย่า ทำให้ป๊อบเป็นคนอดทน เป็นคนสู้ ผมว่าคนเรา ต่อให้จะบกพร่องอย่างไร มันไม่สำคัญ สำคัญว่าเขาอยากจะไปข้างหน้า แล้วเรารู้สึกว่าอยากพาเขาไปข้างหน้าด้วยกันแม้จะเป็นความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ แต่เส้นทางความรักของจักรภพและสุไพรพล ไม่ได้เรียบหรูสวยงามไปทั้งหมด กลับกัน ทั้งคู่ต้องเจอกับเส้นทางอันขรุขระ และเจอ “โจทย์ยาก” โดยเฉพาะการที่ต้องห่างเหินกันไปกว่า 15 ปี เพราะ“ตอนที่คุณจักรภพเริ่มเข้าสู่การเมือง ตอนนั้นป๊อปเข้าไปช่วยงานด้วย ไปอยู่หลังเวทีบ้าง ช่วยงานเอกสารบ้าง เวลานั้นเราก็จะรู้เรื่องราวต่าง ๆ เห็นว่าแต่ละครั้งที่ปราศรัย มันเกิดอะไรขึ้น กระทั่งมีการลี้ภัยทางการเมือง ถึงตอนนั้นเริ่มมีความยากลำบากในการเจอกันมากขึ้น” ป๊อบ-สุไพรพลเล่า จักรภพช่วยเสริมขึ้นบ้าง “ตอนนั้นน่าจะเป็นจุดที่ทั้งสองคนยอมรับว่า สิ่งที่เราต่อสู้ มันใหญ่กว่าตัวเรา เพราะฉะนั้น เวลาที่เกิดอะไรกับตัวเราตอนนั้น เราคิดแค่ว่า ก็แก้มันไป แกมันหน้างานนั่นล่ะ แก้ไปเรื่อย ๆ แต่ถามว่า คิดว่าจะต้องใช้เวลาถึง 15 ปีเลยไหม เราไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น เพราะถ้าบอกว่า 15 ปี อาจจะไม่ไหว ไม่ใช่เขาไม่ไหว เราเองก็ไม่ไหวหมือนกัน” ป๊อบ-สุไพรพลเล่าต่อว่า ในช่วงที่ห่างกัน เจ้าตัวใช้วิธีการสื่อสารผ่านทางโลกออนไลน์ แต่ยิ่งนานวันเข้า ด้วยความคิดถึง จึงทำให้ต้องหาวิธีในการเดินทางไปพบกับจักรภพจริง ๆ ให้ได้ “ป๊อบเริ่มจัดทริปทัวร์ พอดีว่าในช่วงเวลานั้น มีคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่ง ต้องการเดินทางไปเยี่ยมคุณจักรภพที่ต่างประเทศ เราเองก็อยากไปเจอคุณจักรภพอยู่แล้ว เมื่อความต้องการมาพ้องกัน เราจึงจัดเป็นทริปทัวร์ไปเลย” ป๊อบเล่า “ถ้าพูดกันตรง ๆ คือ ไม่ได้มีเงินที่จะเดินทางไปหากันมากมายนัก ถ้าอย่างนั้นจัดทัวร์ไปเลย” จักรภพช่วยเสริมบ้าง “แล้วแทนที่จะเสียเงิน กลับได้เงิน เนื่องจากพอจัดทัวร์บ่อย ๆ เข้า กลายเป็นธุรกิจท่องเที่ยวขึ้นมา ตอนหลัง ๆ ป๊อบเขายังเอาเงินจากธุรกิจมาแบ่งให้เราด้วย แต่เราบอกว่า เก็บไว้เถอะ เราพอดูแลตัวเองได้ ให้เขาเอาไว้ดูแลตัวเองดีกว่า” จักรภพย้อนเล่าเหตุการณ์ต่อว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับป๊อบมากนัก ดังนั้น เวลาที่พบกัน จึงยังต้องวางตัวให้เหมาะสมอยู่ “คือเราก็ไม่รู้ว่า ถ้าเขารู้เรื่องของเราแล้วจะอย่างไร จะชอบ หรือว่าไม่ชอบ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน มันไม่เหมือนกับสมัยนี้ ที่อะไร ๆ เปิดมากกว้างมากขึ้น ดังนั้น เวลาที่เราจะเป็นส่วนตัวกันได้ก็คือ ตอนกลางคืน ตกกลางคืนก็จะแอบมานอนห้องเดียวกัน ถ้าพูดแบบภาษาไทย ๆ คือ มีการลักลอบหากันตอนกลางคืน ”“ช่วงที่ห่างกัน มันทั้งห่วงกัน แต่ก็ต้องทำใจปลงไปด้วย ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เราพยายามจะทำทุกอย่างให้ปลอดภัย พยายามทำให้ไม่มีปัญหา เพื่อเราจะกลับมาอยู่ด้วยกัน”มีนาคม 2567 ข่าวใหญ่ที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจ คือการเดินทางกลับสู่ประเทศไทยอีกครั้งของ “จักรภพ เพ็ญแข” หลังการลี้ภัยทางการเมืองนานราว 15 ปี โดยเจ้าตัวประกาศ.

ทั้งคู่เดินทางไปจดทะเบียนสมรส ที่เขตบางรัก เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 กลายเป็นข่าวที่สร้างความสนใจให้กับสังคมในวงกว้าง หลังเหินห่างจากประเทศไทยไปกว่า 15 ปี จักรภพเดินทางกลับสู่แผ่นดินไทยเมื่อปี 2567 ก่อนจะ “เปิดตัว” เรื่องราวความรักความสัมพันธ์กับ ป๊อบ – สุไพรพล ช่วยชู ซึ่งทั้งคู่สานความสัมพันธ์กันมายาวนานกว่า 23 ปี เป็นความรักที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกข์ ผ่านสุข พบเจอทั้งวันที่ฟ้าสดใส หรือแม้แต่วันที่ต้องฝ่ามรสุมหนัก ๆ โดยเฉพาะมรสุมทางการเมือง ที่ทำให้ทั้งคู่ต้อง “ห่างกัน” ไปกว่า 15 ปี ทว่าในวันนี้ ทั้งสองได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน จักรภพและสุไพรพลเพิ่งฉลองงานแต่งงานกันไปเมื่อมีนาคม 2568 มากไปกว่านั้น ทั้งคู่กลายเป็น “ไอคอน” ที่บรรดาคู่รักมากมาย ต่างชื่นชมในความมั่นคงทางความรัก “มีคนเข้ามาทักทายเยอะ ไม่ได้หมายถึงคนที่รู้จักกันเท่านั้น คนไม่รู้จักก็เข้ามาทักทาย บางทีเขาแยกแยะชัดเจน เรื่องการเมืองก็เรื่องหนึ่ง เรื่องเพศสภาพก็เรื่องหนึ่ง ซึ่งทำให้ชีวิตน่าอยู่ขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันหมดในเรื่องเดียวกัน แต่เราต้องมีความเป็นมิตรภาพที่จะสื่อสารกันได้”เขาเล่าเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่กลับสู่เมืองไทย ชีวิตดูเรียบง่าย และมีความสุขกับความรัก หลังจากที่ต้องอดทนรอคอยกว่า 15 ปีชวนทั้งสองมาร่วมพูดคุย เรื่องราวความรักตลอด 23 ปีที่ผ่านมา อะไรที่ทำให้ทั้งสองยังเกาะเกี่ยวกันไว้ ทำอย่างไรให้ชีวิตคู่เดินทางมาถึงวันนี้ พื้นที่จากนี้มีคำตอบ…เริ่มต้นพูดคุยกับจักรภพและสุไพรพล นับถึงวันนี้ กินระยะเวลากว่า 4 เดือน ที่ทั้งคู่จดทะเบียนสมรส ตามกระบวนการทางกฎหมาย เราถามทั้งสองว่า หลังจดทะเบียนสมรส มีอะไรในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง “อย่างแรกคือ ต้องไปเปลี่ยนบัตรประชาชน รวมทั้งหนังสือเดินทาง และเอกสารต่าง ๆ แต่ถ้าถามเรื่องความรู้สึก เรารู้สึกว่า เรากลายเป็นเพศสภาพที่ถูกต้องตามกฎหมาย” “ ป๊อบ-สุไพรพลตอบ เป็นฝ่ายตอบคำถามก่อน “สำหรับผม ไม่มีอะไรต้องปิดอีกแล้ว หมดเรื่องที่จะต้องปิด หมดเรื่องที่ต้องระวังสายตาคนอื่น เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ชอบ ไม่ชอบ หรือถูกวิจารณ์ เรื่องเหล่านี้ไม่ได้มีผลต่อตัวเรา เพราะสำหรับตัวเรา ขอแค่ดำรงชีวิตที่มีความสุขระหว่างกัน แล้วทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตัวทะเบียนสมรส มันช่วยตรงนั้น มันทำให้เกิดสถานะที่เป็นกฎหมาย” จักรภพเป็นผู้ตอบคำถามบ้าง นอกจากความสบายใจ จักรภพยังบอกอีกด้วยว่า เรื่องการทำธุรกรรมร่วมกันในฐานะ “คู่สมรส” ยังมีความชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย “พอมีสถานะทางกฎหมาย นำมาสู่สิ่งอื่น ๆ ที่เราสามารถทำได้ เราสามารถคิดพัฒนาธุรกิจร่วมกัน รวมไปถึงเรื่องดูแลสุขภาพด้วย เราฝากชีวิตกับเขาไว้ได้ กฎหมายทำให้เรา ‘ฝากชีวิต’ กันได้มากขึ้น” เราถามกับทั้งคู่ต่อมาว่า พอเปิดตัวเรื่องความรัก ต้องปรับตัว หรือต้องรับมือกับความสนใจของสังคมมากน้อยแค่ไหน “คนจำหน้าได้มากขึ้น อย่างเวลาไปเดินห้างสรรพสินค้า คนจะเริ่มจำเราได้ก่อน หรือบางคนเข้ามาทักโดยตรง บางคนบอกว่าชอบเรามากกว่าคุณจักรภพซะอีก ” ป๊อบ-สุไพรพล ตอบพร้อมรอยยิ้ม “บางคนชอบความเป็นเพศสภาพของเรา แต่ไม่ชอบการเมืองเรา แบบนี้ก็มี แต่ส่วนใหญ่มาแบบสุภาพดีทุกคน” จักรภพช่วยเสริม พร้อมกับขยายต่ออีกว่า การเปิดตัวในความรักของเขา ทำให้มุมมองเรื่องการเมืองที่เคยเข้มข้น มีภาพลักษณ์ที่ผ่อนคลายลงไป “เมื่อก่อนการเมืองทำให้คนไม่สื่อสารกัน แต่พอมีเรื่องเพศสภาพ กลายเป็นว่าเขามีเรื่องที่จะคุยกับเรา ซึ่งเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่คนในสังคมต้องคบกันได้หลายเรื่อง แทนที่ทุกอย่างจะเป็นเรื่องการเมืองไปหมด พูดแล้วก็ทะเลาะกัน” ถามว่าวันนี้บรรยากาศชีวิตเป็นอย่างไร เราเห็นว่าชีวิตน่าอยู่ขึ้น เพราะเราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันไปหมด แต่เราต้องมีความเป็นมิตรภาพที่จะสื่อสารกันได้ สาระสำคัญอีกประการของการเปิดตัวความรักครั้งนี้ ทั้งสองมุ่งหวังให้เป็น “แรงบันดาลใจ” สำหรับผู้ที่มีเพศสภาพหลากหลาย เพื่อให้ “กล้า” ที่จะก้าวออกมาแสดงจุดยืนของตัวเองอย่างมั่นใจ “อยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับคู่ของเราได้ประโยชน์กับคนอื่น ๆ เพราะส่วนตัวมีความรู้สึกว่า ยังมีคนที่สับสนด้านเพศสภาพอยู่อีกเยอะในสังคมไทย แล้วเป็นมูลเหตุของความไม่มีความสุข บางคนเป็นที่รังเกียจของเพื่อนร่วมงาน หรือว่าเพื่อนร่วมงานต่อต้าน เข้ากับใครไม่ได้ ซึ่งเป็นความทุกข์ทรมาน” “อยากให้แต่ละคนค่อย ๆ ปลดเปลื้องภาระตรงนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะสำเร็จ เพราะเป็นการตัดสินใจของเจ้าตัวเขา แต่อย่างน้อยเราก็อยากจะบอกว่า มันเป็นไปได้ มันทำได้ ดูตัวอย่างคู่เรา เราอยู่ในการเมือง มีคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยด้านการเมือง แต่เรายังทำได้เลย เราเชื่อว่าสังคมใจกว้างพอที่จะแยกแยะอออก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราภูมิใจ เราคิดว่าเมืองไทยยิ่งใหญ่นะ แม้ความเห็นจะไม่ตรงกัน แต่ว่าเรื่องเพศสภาพ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”จุดเริ่มต้นความรักของ จักรภพ และ สุไพรพล ย้อนเวลากลับไปราว 25 ปี ทั้งสองคนพบกันในงานเปิดตัวหนังสือของจักรภพ โดยสุไพรพลเป็นแฟนหนังสือที่ตั้งใจจะมาขอลายเซ็น แต่ชั่วเวลาไม่กี่อึดใจที่พบหน้ากัน กลับกลายเป็นการสร้างการปฏิสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว “ใช้เวลาราว ๆ หนึ่งนาทีครึ่ง ตอนที่เจอกัน” จักรภพพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเล่าต่อ “เขาเข้ามาต่อแถวเพื่อให้เซ็นหนังสือ ซึ่งเราก็ก้มหน้าก้มตาเซ็นไปเรื่อย ๆ จนมาถึงคิวของเขา พอเราเงยหน้าขึ้นมอง เรารู้สึกได้เลยว่า เราชอบหน้าตา บุคลิกของคนนี้ แต่ได้พูดคุยกันคำสองคำ ใช้เวลาราว ๆ หนึ่งนาทีครึ่งอย่างที่บอก แต่เรามีความรู้สึกอยากรู้จักเขาอีก” จักรภพเล่าต่อว่า หลังจากนั้นจึงได้ให้นามบัตรและขอเบอร์โทรศัพท์กันเอาไว้ จากเวลาเพียงหนึ่งนาทีครึ่งที่ได้เจอกันครั้งแรก ได้รับการสานต่อ จนกระทั่งทั้งคู่ตัดสินใจคบหากัน เราถามทางฝั่งของป๊อบ-สุไพรพลว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ประทับใจในตัวจักรภพ เจ้าตัวบอกว่า ชื่นชอบตรงที่เป็นคนที่มีความรอบรู้ รอบด้าน “เวลาที่พี่เอก เล่าอะไรสักอย่าง เราจะเห็นภาพชัดเจน และเข้าใจง่าย อีกอย่างคือ ประทับใจในความเป็นผู้ให้ ตอนที่เรามีปัญหาชีวิต หรือว่าปัญหาครอบครัว เราสามารถปรึกษาเขาได้ตลอด” ที่มาของคำว่า “ที่ปรึกษา” ของสุไพรพล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทั้งคู่มีอายุห่างกัน 13 ปี จักรภพจึงเป็นทั้งคนรัก พี่ และเป็นที่ปรึกษา ไปในคราวเดียวกัน โดยเรื่องนี้ จักรภพอธิบายเพิ่มเติมว่า “ด้วยความที่อายุเรานำเขามา 10 ปี เราก็เลยมีเรื่องให้คำปรึกษาได้มากหน่อย ส่วนในมุมของความเป็นผู้ให้ คือผมไม่ใช่สไตล์ sugar daddy ที่ให้เงิน ให้ทอง ซื้อของ ปรนเปรอ ไม่ได้เป็นอะไรแบบนั้น แต่คำว่าให้ของผม คือเราให้ในฐานะเป็นแฟนกัน ให้ตามความหมาะสม เช่น พาไปกินข้าว ไปทำกิจกรรมในฐานะแฟน” “แต่สิ่งที่ผมประทับใจในตัวป๊อบ คือความอดทนของเขา ตอนที่เริ่มต้นคบกัน ไม่ใช่ว่าจะเริ่มต้นง่าย ๆ เนื่องจากเราเคยมีคนรักมาก่อน แต่เรารู้แล้วว่าไปกันไม่รอด จึงเป็นช่วงที่เรากำลังปลดเปลื้องความสัมพันธ์ตรงนี้ พอดีคาบเกี่ยวที่ป๊อบเข้ามา เพราะฉะนั้น อะไรที่มันคาบเกี่ยว ย่อมมีเรื่องระหองระแหงอยู่บ้าง ซึ่งถ้าหากขาดความอดทน หรือความเชื่อว่าความสัมพันธ์ของเรามันเป็นไปได้ เราก็คงมาไม่ถึงจุดนี้” “อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความประทับใจของผมที่มีต่อเขา คือป๊อบเป็นคนสู้ชีวิต ป๊อบเติบโตมาจากครอบครัวฐานะที่ไม่ดีนัก แต่ต้องชื่นชมคุณย่าของเขา คือท่านไม่เคยเรียนหนังสือ แต่มีสติปัญญาที่สามารถวางแผนว่าอะไรควร อะไรไม่ควร" แม้จะจนยากแค่ไหน จะไม่มีคำพูดที่ว่า ห้ามเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้น หลานทุกคน ต้องก้มหน้าก้มตาเรียน แม้อาจจะไม่ได้มีพร้อม หรืออาจจะเรียนช้ากว่าคนอื่นบ้าง แต่ก็สามารถไปถึงเป้าหมายได้เหมือนกัน ซึ่งการอบรมสั่งสอนของคุณย่า ทำให้ป๊อบเป็นคนอดทน เป็นคนสู้ ผมว่าคนเรา ต่อให้จะบกพร่องอย่างไร มันไม่สำคัญ สำคัญว่าเขาอยากจะไปข้างหน้า แล้วเรารู้สึกว่าอยากพาเขาไปข้างหน้าด้วยกันแม้จะเป็นความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ แต่เส้นทางความรักของจักรภพและสุไพรพล ไม่ได้เรียบหรูสวยงามไปทั้งหมด กลับกัน ทั้งคู่ต้องเจอกับเส้นทางอันขรุขระ และเจอ “โจทย์ยาก” โดยเฉพาะการที่ต้องห่างเหินกันไปกว่า 15 ปี เพราะ“ตอนที่คุณจักรภพเริ่มเข้าสู่การเมือง ตอนนั้นป๊อปเข้าไปช่วยงานด้วย ไปอยู่หลังเวทีบ้าง ช่วยงานเอกสารบ้าง เวลานั้นเราก็จะรู้เรื่องราวต่าง ๆ เห็นว่าแต่ละครั้งที่ปราศรัย มันเกิดอะไรขึ้น กระทั่งมีการลี้ภัยทางการเมือง ถึงตอนนั้นเริ่มมีความยากลำบากในการเจอกันมากขึ้น” ป๊อบ-สุไพรพลเล่า จักรภพช่วยเสริมขึ้นบ้าง “ตอนนั้นน่าจะเป็นจุดที่ทั้งสองคนยอมรับว่า สิ่งที่เราต่อสู้ มันใหญ่กว่าตัวเรา เพราะฉะนั้น เวลาที่เกิดอะไรกับตัวเราตอนนั้น เราคิดแค่ว่า ก็แก้มันไป แกมันหน้างานนั่นล่ะ แก้ไปเรื่อย ๆ แต่ถามว่า คิดว่าจะต้องใช้เวลาถึง 15 ปีเลยไหม เราไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น เพราะถ้าบอกว่า 15 ปี อาจจะไม่ไหว ไม่ใช่เขาไม่ไหว เราเองก็ไม่ไหวหมือนกัน” ป๊อบ-สุไพรพลเล่าต่อว่า ในช่วงที่ห่างกัน เจ้าตัวใช้วิธีการสื่อสารผ่านทางโลกออนไลน์ แต่ยิ่งนานวันเข้า ด้วยความคิดถึง จึงทำให้ต้องหาวิธีในการเดินทางไปพบกับจักรภพจริง ๆ ให้ได้ “ป๊อบเริ่มจัดทริปทัวร์ พอดีว่าในช่วงเวลานั้น มีคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่ง ต้องการเดินทางไปเยี่ยมคุณจักรภพที่ต่างประเทศ เราเองก็อยากไปเจอคุณจักรภพอยู่แล้ว เมื่อความต้องการมาพ้องกัน เราจึงจัดเป็นทริปทัวร์ไปเลย” ป๊อบเล่า “ถ้าพูดกันตรง ๆ คือ ไม่ได้มีเงินที่จะเดินทางไปหากันมากมายนัก ถ้าอย่างนั้นจัดทัวร์ไปเลย” จักรภพช่วยเสริมบ้าง “แล้วแทนที่จะเสียเงิน กลับได้เงิน เนื่องจากพอจัดทัวร์บ่อย ๆ เข้า กลายเป็นธุรกิจท่องเที่ยวขึ้นมา ตอนหลัง ๆ ป๊อบเขายังเอาเงินจากธุรกิจมาแบ่งให้เราด้วย แต่เราบอกว่า เก็บไว้เถอะ เราพอดูแลตัวเองได้ ให้เขาเอาไว้ดูแลตัวเองดีกว่า” จักรภพย้อนเล่าเหตุการณ์ต่อว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับป๊อบมากนัก ดังนั้น เวลาที่พบกัน จึงยังต้องวางตัวให้เหมาะสมอยู่ “คือเราก็ไม่รู้ว่า ถ้าเขารู้เรื่องของเราแล้วจะอย่างไร จะชอบ หรือว่าไม่ชอบ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน มันไม่เหมือนกับสมัยนี้ ที่อะไร ๆ เปิดมากกว้างมากขึ้น ดังนั้น เวลาที่เราจะเป็นส่วนตัวกันได้ก็คือ ตอนกลางคืน ตกกลางคืนก็จะแอบมานอนห้องเดียวกัน ถ้าพูดแบบภาษาไทย ๆ คือ มีการลักลอบหากันตอนกลางคืน ”“ช่วงที่ห่างกัน มันทั้งห่วงกัน แต่ก็ต้องทำใจปลงไปด้วย ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เราพยายามจะทำทุกอย่างให้ปลอดภัย พยายามทำให้ไม่มีปัญหา เพื่อเราจะกลับมาอยู่ด้วยกัน”มีนาคม 2567 ข่าวใหญ่ที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจ คือการเดินทางกลับสู่ประเทศไทยอีกครั้งของ “จักรภพ เพ็ญแข” หลังการลี้ภัยทางการเมืองนานราว 15 ปี โดยเจ้าตัวประกาศ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

“จักรภพ เพ็ญแข” เดินสายร่วมฉลอง Pride Month ฉ่ำ“จักรภพ เพ็ญแข” เดินสายร่วมฉลอง Pride Month ฉ่ำในช่วงเดือนแห่งความภาคภูมิใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ Pride Month นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดตัวเดินสายร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยเรื่องราวความรักที่เคยต้องซ่อนเร้นยาวนานกว่า 20 ปี กับคู่ชีวิต นายสุไพรพล เพ็ญแข หลังจากเข้าพิธีวิวาห์และจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา...
Read more »

“จักรภพ” เปิดงาน “LGBTQ+ Festival Thailand” ฉลอง Pride Month อย่างยิ่งใหญ่“จักรภพ” เปิดงาน “LGBTQ+ Festival Thailand” ฉลอง Pride Month อย่างยิ่งใหญ่“จักรภพ” เปิดงาน “LGBTQ+ Festival Thailand” ฉลอง Pride Month อย่างยิ่งใหญ่ ช่วงเย็นวันที่ 8 มิ.ย.68 ที่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.
Read more »

'จักรภพ” เข้าเยี่ยม 'ปลอดประสพ' ถึงบ้านพัก แลกเปลี่ยนความรู้การจัดการน้ำในประเทศไทย'จักรภพ” เข้าเยี่ยม 'ปลอดประสพ' ถึงบ้านพัก แลกเปลี่ยนความรู้การจัดการน้ำในประเทศไทยวันที่ 13 มิถุนายน 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วานนี้ (12 มิถุนายน) ตนพร้อมด้วยคู่ชีวิต นายสุไพรพล เพ็ญแข และทีมงาน ได้เดินทางไปเยี่ยมเยือน ดร.
Read more »

'จักรภพ' เตือน 'อย่าให้ไฟในบ้าน ลุกลามถึงชายแดน' ย้ำวิกฤตภายในอาจเปิดทางให้ศัตรู'จักรภพ' เตือน 'อย่าให้ไฟในบ้าน ลุกลามถึงชายแดน' ย้ำวิกฤตภายในอาจเปิดทางให้ศัตรูวันที่ 20 มิถุนายน 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกโรงเตือนอย่างตรงไปตรงมา หลังสถานการณ์การเมืองไทยเข้าสู่ช่วงเปราะบาง โดยระบุว่า วิกฤตความขัดแย้งภายใน อาจกลายเป็นเชื้อไฟลามไปถึงปัญหาชายแดนได้ หากไม่รู้เท่าทันเกมการเมืองและขาดความระมัดระวังในการบริหารสถานการณ์ นายจักรภพกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน...
Read more »

'จักรภพ' เล่าเบื้องหลัง 'ทักษิณ' -'ฮุนเซน' จากนี้จะไม่เหมือนเดิม'จักรภพ' เล่าเบื้องหลัง 'ทักษิณ' -'ฮุนเซน' จากนี้จะไม่เหมือนเดิม'จักรภพ เพ็ญแข' อดีตรมต.สำนักนายกฯ เล่าเบื้องหลังเข้าพบ 'ทักษิณ' สอบถามปมข้อพิพาท'ไทย-กัมพูชา' กับการถ่ายทอดคำพูดอดีตนายกฯทักษิณ 'เสียดายความสัมพันธ์ จากนี้จะไม่เหมือนเดิม'
Read more »

ถอดรหัสคำพูด 'ฮุนเซน' แฉทักษิณ! 'จักรภพ' ท้าเปิดคลิปให้หมดถอดรหัสคำพูด 'ฮุนเซน' แฉทักษิณ! 'จักรภพ' ท้าเปิดคลิปให้หมดรายการ โหนกระแส วันที่ 27 มิ.ย. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น.
Read more »



Render Time: 2026-04-01 23:02:54