สีจิ้นผิงยืนยัน พร้อมทำงานร่วมกับทรัมป์ ในการพบปะครั้งสุดท้ายกับไบเดน

Donald Trump News

สีจิ้นผิงยืนยัน พร้อมทำงานร่วมกับทรัมป์ ในการพบปะครั้งสุดท้ายกับไบเดน
ChinaXi JinpingJoe Biden
  • 📰 thestandardth
  • ⏱ Reading Time:
  • 143 sec. here
  • 8 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 74%
  • Publisher: 63%

สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ในการพบปะ

เมื่อวานนี้ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ในการพบปะครั้งสุดท้ายกับ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างการประชุม APEC ที่กรุงลิมา ประเทศเปรูทั้ง 2 ผู้นำได้หารือกันนอกรอบการประชุมประจำปี โดยได้กล่าวถึง ‘ความสัมพันธ์ที่มีทั้งขึ้นและลง’ ตลอด 4 ปีที่ไบเดนดำรงตำแหน่ง แต่ก็เน้นย้ำถึงความก้าวหน้าในการลดความตึงเครียดในประเด็นต่างๆ เช่น การค้าและไต้หวันอย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนอาจเผชิญกับความผันผวนมากขึ้นเมื่อทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะจากคำมั่นสัญญาของทรัมป์ที่ประกาศว่าจะเพิ่มภาษีศุลกากร 60% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน และการแต่งตั้งผู้ที่มีจุดยืนแข็งกร้าวต่อจีนในตำแหน่งสำคัญด้านการต่างประเทศและกลาโหม ซึ่งหากย้อนไปดูในสมัยแรกของทรัมป์ เขาระบุว่าจีนเป็น ‘คู่แข่งเชิงกลยุทธ์’ ต่อเนื่องจนถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงเมื่อเขาเรียกโควิดว่าเป็น ‘ไวรัสจีน’ ระหว่างการระบาดใหญ่ ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุม APEC สีจิ้นผิงกล่าวว่า เป้าหมายของจีนยังคงเป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับสหรัฐฯ พร้อมเสริมว่า “จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ เพื่อรักษาการสื่อสารระหว่างกัน การขยายความร่วมมือ และการบริหารจัดการความแตกต่าง”ด้านไบเดนย้ำว่า การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจไม่ควรนำไปสู่สงคราม “ประเทศของเราไม่สามารถปล่อยให้การแข่งขันนี้กลายเป็นความขัดแย้งได้ นั่นคือความรับผิดชอบของเรา และตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเราพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาความสัมพันธ์นี้ได้”ตลอดเวลาที่ไบเดนดำรงตำแหน่ง ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น กรณีบอลลูนสอดแนมและการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของจีนใกล้ไต้หวัน หลังจากการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯด้านจีนยังคงมองไต้หวันเป็น ‘เส้นแดง’ โดยย้ำว่า จีนมีอธิปไตยเหนือเกาะแห่งนี้ ขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ไบเดนยังคงยืนหยัดในการสนับสนุนไต้หวันและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพันธมิตรด้านกลาโหมในเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของจีนในภูมิภาคบอนนี เกลเซอร์ ผู้อำนวยการโครงการอินโด-แปซิฟิกแห่ง German Marshall Fund ชี้ว่า จีนอาจกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของทรัมป์ที่กำลังจะเข้ามารับตำแหน่ง แต่ก็ดูเหมือนพร้อมที่จะเจรจาและทำข้อตกลงในช่วงต้นกับทีมงานของทรัมป์ แต่ในขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมที่จะตอบโต้ หากทรัมป์ยังยืนกรานเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในช่วงท้ายของการประชุมไบเดนกล่าวว่า การหารือกับสีจิ้นผิงนั้นเป็นไปอย่าง ‘ตรงไปตรงมา’ และ ‘เปิดเผย’ โดยทั้ง 2 คนได้พบกัน 3 ครั้งระหว่างที่ไบเดนดำรงตำแหน่ง หนึ่งในนั้นคือการประชุมสุดยอดที่สำคัญในปีที่แล้วที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันในประเด็นยาเสพติดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไรก็ตาม ไบเดนยังคงใช้นโยบายที่ต่อเนื่องจากยุคทรัมป์ เช่น การคงภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจีน และยังได้กำหนดภาษีเพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และเหล็กจากจีนทั้งนี้ การพบปะครั้งนี้จึงเป็นจุดสิ้นสุดที่สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในยุคไบเดน ก่อนที่ทรัมป์จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งน่าจับตาว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด.

เมื่อวานนี้ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ในการพบปะครั้งสุดท้ายกับ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างการประชุม APEC ที่กรุงลิมา ประเทศเปรูทั้ง 2 ผู้นำได้หารือกันนอกรอบการประชุมประจำปี โดยได้กล่าวถึง ‘ความสัมพันธ์ที่มีทั้งขึ้นและลง’ ตลอด 4 ปีที่ไบเดนดำรงตำแหน่ง แต่ก็เน้นย้ำถึงความก้าวหน้าในการลดความตึงเครียดในประเด็นต่างๆ เช่น การค้าและไต้หวันอย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนอาจเผชิญกับความผันผวนมากขึ้นเมื่อทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะจากคำมั่นสัญญาของทรัมป์ที่ประกาศว่าจะเพิ่มภาษีศุลกากร 60% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน และการแต่งตั้งผู้ที่มีจุดยืนแข็งกร้าวต่อจีนในตำแหน่งสำคัญด้านการต่างประเทศและกลาโหม ซึ่งหากย้อนไปดูในสมัยแรกของทรัมป์ เขาระบุว่าจีนเป็น ‘คู่แข่งเชิงกลยุทธ์’ ต่อเนื่องจนถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงเมื่อเขาเรียกโควิดว่าเป็น ‘ไวรัสจีน’ ระหว่างการระบาดใหญ่ ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุม APEC สีจิ้นผิงกล่าวว่า เป้าหมายของจีนยังคงเป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับสหรัฐฯ พร้อมเสริมว่า “จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ เพื่อรักษาการสื่อสารระหว่างกัน การขยายความร่วมมือ และการบริหารจัดการความแตกต่าง”ด้านไบเดนย้ำว่า การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจไม่ควรนำไปสู่สงคราม “ประเทศของเราไม่สามารถปล่อยให้การแข่งขันนี้กลายเป็นความขัดแย้งได้ นั่นคือความรับผิดชอบของเรา และตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเราพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาความสัมพันธ์นี้ได้”ตลอดเวลาที่ไบเดนดำรงตำแหน่ง ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น กรณีบอลลูนสอดแนมและการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของจีนใกล้ไต้หวัน หลังจากการเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯด้านจีนยังคงมองไต้หวันเป็น ‘เส้นแดง’ โดยย้ำว่า จีนมีอธิปไตยเหนือเกาะแห่งนี้ ขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ไบเดนยังคงยืนหยัดในการสนับสนุนไต้หวันและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพันธมิตรด้านกลาโหมในเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของจีนในภูมิภาคบอนนี เกลเซอร์ ผู้อำนวยการโครงการอินโด-แปซิฟิกแห่ง German Marshall Fund ชี้ว่า จีนอาจกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของทรัมป์ที่กำลังจะเข้ามารับตำแหน่ง แต่ก็ดูเหมือนพร้อมที่จะเจรจาและทำข้อตกลงในช่วงต้นกับทีมงานของทรัมป์ แต่ในขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมที่จะตอบโต้ หากทรัมป์ยังยืนกรานเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในช่วงท้ายของการประชุมไบเดนกล่าวว่า การหารือกับสีจิ้นผิงนั้นเป็นไปอย่าง ‘ตรงไปตรงมา’ และ ‘เปิดเผย’ โดยทั้ง 2 คนได้พบกัน 3 ครั้งระหว่างที่ไบเดนดำรงตำแหน่ง หนึ่งในนั้นคือการประชุมสุดยอดที่สำคัญในปีที่แล้วที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันในประเด็นยาเสพติดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไรก็ตาม ไบเดนยังคงใช้นโยบายที่ต่อเนื่องจากยุคทรัมป์ เช่น การคงภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจีน และยังได้กำหนดภาษีเพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และเหล็กจากจีนทั้งนี้ การพบปะครั้งนี้จึงเป็นจุดสิ้นสุดที่สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในยุคไบเดน ก่อนที่ทรัมป์จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งน่าจับตาว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thestandardth /  🏆 16. in TH

China Xi Jinping Joe Biden APEC 2024

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'ทรัมป์' เดินหน้าจัดการผู้อพยพให้ 'ทอม โฮแมน' คุมพรมแดนสหรัฐฯ'ทรัมป์' เดินหน้าจัดการผู้อพยพให้ 'ทอม โฮแมน' คุมพรมแดนสหรัฐฯนโยบายผู้อพยพเป็นหนึ่งในวาระใหญ่ที่ส่งให้ 'โดนัลด์ ทรัมป์' คว้าชัยและเตรียมก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสมัย 2 พร้อมประกาศชื่อ 'ทอม โฮแมน' ให้เข้ามาคุมพรมแดนสหรัฐฯ ในรัฐบาลชุดใหม่ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ว่าที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า 'ทอม โฮแมน' อดีตผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร...
Read more »

“ทรัมป์” ตั้ง “อีลอน มัสก์” คุมกระทรวงใหม่ ดูแลตัดรายจ่ายรัฐบาล“ทรัมป์” ตั้ง “อีลอน มัสก์” คุมกระทรวงใหม่ ดูแลตัดรายจ่ายรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมตั้ง “กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล' และให้อีลอน มัสก์ และ วิเวก รามสวามี สองอภิมหาเศรษฐีร่วมกันดูแลการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเพื่อลดความสิ้นเปลือง
Read more »

'ไบเดน' เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ 'ทรัมป์' | Thai PBS รายการไทยพีบีเอส'ไบเดน' เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ 'ทรัมป์' | Thai PBS รายการไทยพีบีเอสโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน จับมือแสดงความยินดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่...
Read more »

'ทรัมป์' เดินหน้า แต่งตั้งสมาชิกคณะรัฐบาลชุดใหม่'ทรัมป์' เดินหน้า แต่งตั้งสมาชิกคณะรัฐบาลชุดใหม่โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ล่าสุดเลือก Robert F. Kennedy Jr. เป็นว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุ...
Read more »

แพทองธารหารือ สีจิ้นผิง เห็นพ้องต้องขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจมากขึ้น เตรียมฉลองความสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน ปีหน้าแพทองธารหารือ สีจิ้นผิง เห็นพ้องต้องขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจมากขึ้น เตรียมฉลองความสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน ปีหน้าแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือทวิภาคีกับ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 31 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง
Read more »

กลยุทธ์เก็งกำไรโค้งสุดท้ายก่อนทรัมป์เข้าทำเนียบกลยุทธ์เก็งกำไรโค้งสุดท้ายก่อนทรัมป์เข้าทำเนียบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชัดเจนแล้วว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนของพรรครีพับลิกัน จะก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2025
Read more »



Render Time: 2026-04-02 18:20:23