ชนะ 7-0 ในศึกแดงเดือด
ลิเวอร์พูลกำลังจะเดินหน้าสู่เจเนอเรชั่นต่อไป SMF ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ความรุ่งโรจน์กำลังจะหายไปสองจากสาม จาก M-Mane มาถึง F-Firmino และจะเหลือแค่ S-Salah คนเดียว ข่าวเรื่องฟีร์มีโน่จะอำลาแอนฟิลด์เพิ่งจะมีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนเตะกับยูไนเต็ด คล้ายเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าลิเวอร์พูลจะเข้าสู่ยุคหลัง SMF เต็มตัวในซีซั่นใหม่ และก็ราวกับจะมีมือวิเศษมาเขียนสคริปต์ให้ การส่งไม้ต่อจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องเกิดขึ้นทันทีในสัปดาห์เดียวกัน ในเกมที่สำคัญที่สุด ดาร์วิน กับ คักโป รับช่วงต่อจากพี่ด้วยการทำคนละสองประตู ซาลาห์ที่จะยังอยู่เพื่อนำพาทีมต่อไปยิงอีกสองประตู และฟีร์มีโน่ที่กำลังจะจากไปยิงปิดท้าย ไม่มีการส่งไม้ต่อไหนสวยงามและสมบูรณ์แบบไปกว่านี้อีกแล้ว.
. นอกจากชัยชนะสวยงามเหนือยูไนเต็ดและผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่องชนะ 4 จาก 5 เกมหลังสุดในลีกโดยไม่เสียประตูเลยแล้ว เรายังสามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ชัดเจนอีกด้วยหากที่สำคัญยิ่งกว่าคือในระยะยาว เมื่อเราดูจากขุมกำลังของทีม เจเนอเรชั่นต่อไปในเกมรุกของคล็อปป์จะไม่ได้มีแค่สามคนอย่าง SMF แต่จะเป็นห้าคน.. ซาลาห์ ดาร์วิน คักโป หลุยส์ ดิอาซ และ ดีโอโก้ โชต้า จะเป็นชุดที่มีศักยภาพทดแทนกันได้ใกล้เคียงกว่ายุค SMF และมันอาจเพิ่มจากห้าเป็นหกด้วย ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ที่สามารถเล่นได้ทั้งตัวบนและกองกลาง แล้วซัมเมอร์นี้การปรับขุมกำลังแดนกลางก็คงเกิดขึ้น มันน่าจะเป็นแผนงานที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรกหลังพลาดตัว ออเรเลียง ชูอาเมนี่ เป้าหมายอันดับหนึ่งตอนก่อนเปิดซีซั่นว่าแดนกลางชุดลุ้นสี่แชมป์ยังไปได้ จบฤดูกาลค่อยลงตลาดแบบเน้นๆ เฟ้นเลือกมาอย่างดีแล้วอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโวยวายในช่วงที่ทีมผลงานแย่ว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่ทำอย่างนั้น ทำไมไม่ทำอย่างนี้ คล็อปป์พูดอยู่เสมอว่าเขาก็กำลังพยายามแก้ปัญหาอยู่และต้องใช้เวลาสักหน่อย เมื่อทุกอย่างที่วางเอาไว้ในช่วงต้นฤดูกาลผิดแผนไป นักเตะตัวหลักเจ็บหลายคน บางคนฟอร์มตก ความมั่นใจสูญหาย เขาก็ต้องแก้ปัญหา นักเตะในทีมก็ต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อลุยสู้ปัญหาไปด้วยกัน ไม่มีเวลาให้คร่ำครวญ ห้าเกมหลังสุดในลีกเริ่มมองเห็นผลลัพธ์ของการแก้ปัญหานั้นบ้างแล้ว ชนะ 4 เสมอ 1 แบบไม่เสียประตู สามในห้าคือเกมใหญ่ เจอเอฟเวอร์ตัน เจอนิวคาสเซิ่ล เจอแมนฯ ยูไนเต็ด แถมยังมีเกมกับวูล์ฟแฮมป์ตันที่เพิ่งจะถูกทีมหมาป่าขย้ำมาสามแผลสดๆ เมื่อนักเตะหลักๆ โดยเฉพาะเกมรุกทั้ง ฟีร์มีโน่ และ โชต้า หายเจ็บกลับมา เมื่อ ดาร์วิน กับ คักโป เริ่มปรับตัวเข้ากับทีมได้มากขึ้น เมื่อแนวรับได้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ อิบราฮิมา โกนาเต้ ฟิตพร้อมอีกครั้ง ทุกอย่างก็ดูดีกว่าเดิม กองกลางที่แบกเสียงด่าจนอ่วมมาตลอดก็เริ่มทำงานได้ง่ายขึ้นเมื่อภาระถูกแบ่งเบากระจายออกไป ฟอร์มที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยก็เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางขึ้น แถมโบนัสชิ้นใหญ่สถานการณ์ทำให้ได้นักเตะใหม่ชื่อ สเตฟาน ไบจ์เซติช เข้ามาอีกคน และถ้ายังไม่ทันสังเกตหรือลืมกันไปแล้ว การใช้งานดาร์วินเป็นตัวรุกฝั่งซ้าย กับคักโปเป็นกองหน้าตัวเป้าที่คล็อปป์เคยโดนดูถูกว่าใช้งานนักเตะไม่เป็น ใช้คนไม่ถูกตำแหน่ง มองไม่เห็นว่านักเตะถนัดการเล่นตรงไหน คำตอบก็อยู่ตรงหน้านี้แล้วไง เป็นอีกครั้งที่เขาตอบมันโดยไม่ต้องพูด แต่ใช้ผลงานบอกแทน ห้าเกมที่ผ่านมากับเอฟเวอร์ตัน นิวคาสเซิ่ล คริสตัล พาเลซ วูล์ฟแฮมป์ตัน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดาร์วินกับคักโปลงตัวจริงคนละ 4 เกม ในตำแหน่งที่ถูกตั้งคำถามทั้งหมด คือดาร์วินยืนซ้าย คักโปยืนฟอลส์ไนน์ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ บางคนอาจจะมองว่าถ้าใช้คักโปซ้าย ดาร์วินหน้าเป้าตั้งแต่แรกจะฉลุยยิ่งกว่านี้อีก มันอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้.. แต่มันก็ยังเป็นแค่คำว่าถ้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและเกิดขึ้นแล้วคือเรามีคักโปกับดาร์วินที่เล่นในบทบาทที่ได้รับมอบหมายได้ดี ดาร์วินได้ใช้ความเร็วเป็นประโยชน์จากพื้นที่ที่มี และจะคอยสอดเข้ามาในพื้นที่เข้าทำ คักโปได้ใช้ทักษะและเซนส์ฟุตบอลของตัวเองคอยเชื่อมเกม เป็นตัวแทนในคุณสมบัติฟอลส์ไนน์ของฟีร์มีโน่ ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการทำประตู เมื่อเริ่มปรับจังหวะการเล่นและการตัดสินใจสุดท้ายให้นิ่งขึ้น เยือกเย็นขึ้น ผลงานที่ดีก็เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น อาการเตะหลุดในจังหวะชี้เป็นชี้ตายเริ่มหายไป ถ้าไม่ให้เล่น แล้วเมื่อไหร่จะเล่นได้ ถ้าไม่ให้ลองในสนามจริง แล้วเมื่อไหร่จะประสบผลสำเร็จ เหนือสิ่งอื่นใดมันคือมุมมองจากโค้ชที่เห็นนักเตะของเขาตลอดเวลาในการซ้อม โลกลูกหนังมีโค้ชที่เปลี่ยนและปรับตำแหน่งเดิมของลูกทีมให้กลายเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบขึ้นเยอะแยะไปหมดนี่คือคล็อปป์.. กุนซือที่ใส่ทัศนคติที่ดีลงไปในทีม ทำงานอย่างรอบคอบและละเอียดอ่อนที่สุดเพื่อประโยชน์สูงสุดของทีม แน่นอนมันมีผิดพลาดบ้าง ผิดแผนบ้าง แต่เขาทำให้เห็นทุกคราว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการลงมือทำและแก้ปัญหาไปด้วยกันทั้งทีม ไม่ใช่ชี้นิ้วด่าโยนความผิดให้กัน หลังเมฆหมอกอึมครึมเริ่มเคลื่อนผ่านไป ลิเวอร์พูลก็กลับมาทำผลงานได้ดีต่อเนื่องที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล.. ความหวังเริ่มกลับมาอีกครั้ง เส้นทางยังอีกยาวไกลครับ ผมรู้ เรารู้ ทุกคนรู้ บั้นปลายจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่อาจตอบได้ เพียงแต่นาทีนี้เราไม่สน เพราะเรายังฉลองกันไม่เสร็จเลย ชนะในศึกแดงเดือดขนาดนี้จะให้สุขแค่วันสองวันได้ยังไง จะบ้าเหรอ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว..
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ทำแล้ว 'ทำอยู่' ตู่ทำต่อเวลาออกศึกสงคราม กองทัพไหนจะ 'แพ้-ชนะ' ดูไม่ยาก 'ซุนวู' บอก....... 'ใต้ธงรบแม่ทัพที่เข้มแข็งย่อมไม่มีทหารเลว' จึงประเมินไม่ยากถึงผล 'แพ้-ชนะ' ในบั้นปลาย
Read more »
ย้อน 10 ปี 'ลิเวอร์พูล' อัดคู่แข่ง ถล่มทลาย'ลิเวอร์พูล' หลังจากฟอร์มสุดยอดเปิดบ้านถล่ม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปได้ถึง 7-0 ในศึกแดงเดือด ทั้งนี้ย้อนความทรงจำช่วง 10 ปีหลังสุด หงส์แดง พังประตูคู่แข่งแบบถล่มทลาย
Read more »
หลังจบศึกแดงเดือด บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังสมควรเป็นกัปตันทีมแมนยูหรือไม่?สิ่งที่ผู้ชมทางบ้านอย่างผมเห็นจากกัปตันทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในศึกแดงเดือด เมื่อวันมหาวิปโยกที่ แอนฟิลด์
Read more »
10 ความพ่ายแพ้สุดชอกช้ำของ 'แมนยู' ในเวที พรีเมียร์ลีกย้อน 10 ความพ่ายแพ้ของ 'แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด' สุดขาดลอย หลังจากล่าสุด ปีศาจแดง บุกไปพ่ายยับต่อ 'ลิเวอร์พูล' ในศึกแดงเดือด ที่ผ่านมาด้วยสกอร์ถึง 0-7
Read more »
