สาเหตุความล้มเหลวของ ประกันโควิด แบบ “เจอ จ่าย จบ”

United States News News

สาเหตุความล้มเหลวของ ประกันโควิด แบบ “เจอ จ่าย จบ”
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 178 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 75%
  • Publisher: 63%

สาเหตุความล้มเหลวของ ประกันโควิด แบบ “เจอ จ่าย จบ” ฐานเศรษฐกิจ

การประกันภัยเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนทั่วไป เพราะสามารถช่วยป้องกันพวกเขาจากความสูญเสียที่ราคาสูงได้ ตัวอย่างเช่นประกันอัคคีภัยจะช่วยจ่ายชดเชยค่าเสียหายจากไฟไหม้บ้าน ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้บ้านนั้นต่ำมากๆ แต่ถ้าเกิดขึ้นมาจริงๆ แล้วมูลค่าความเสียหายจะสูงมากเกินยอมรับได้ ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความเสียหายก้อนใหญ่นี้ ผู้ซื้อประกันมองว่า ขนาดความเสี่ยงจากอัคคีภัยนั้นสูงมาก แต่บริษัทประกันที่มีลูกค้ามากจะไม่กังวลกับความเสี่ยงนี้เลย เพราะบริษัทประกันสามารถรับความเสี่ยงจากลูกค้าหลายเจ้า แล้วนำมารวมกันเพื่อกระจายความเสี่ยงให้ไปได้ เช่น ถ้าบริษัทมี 1 ล้านกรมธรรม์ สมมุติให้แต่ละกรมธรรม์มีโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้บ้านใน 1 ปีเท่ากับ 1 ในหมื่น หรือ 0.

01% เมื่อมองในภาพรวมของบ้าน 1 ล้านหลัง จะพบว่าจำนวนบ้านที่ไฟไหม้จะใกล้เคียงกับ 100 หลังต่อปีเสมอ หรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีความเสี่ยงเลย ที่กล่าวว่าเมื่อนำความเสี่ยงที่เป็นอิสระต่อกันจำนวนมากๆมารวมกัน ความเสี่ยงรวมของทั้งหมดจะหายไป เช่น กรณีเมื่อเราทอยลูกเต๋า 1 ลูก แต้มที่ออกจะมีค่าได้ตั้งแต่ 1 ถึง 6 แต่เมื่อทอย 3-4 พันลูก ผลรวมของแต้มหารด้วยจำนวนลูกที่ทอยจะเท่ากับหรือใกล้เคียง 3.5 เสมอ ความเสี่ยงจะหายไปเลย ความสวยงามของธุรกิจประกันภัย ก็คือ การที่บริษัทสามารถช่วยลูกค้าในการป้องกันความเสี่ยงที่สูงสำหรับลูกค้า โดยที่บริษัทเองแทบไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเลย เนื่องจากบริษัทสามารถกระจายความเสี่ยงให้หายไปตามกฎ Law of Large Numbers นั่นเอง ในปี 2563 บริษัทประกันจำนวนมากขายประกันโควิดแบบ เจอจ่ายจบ โดยมีเบี้ยประกันประมาณ 500 บาท ซึ่งถ้าติดโควิดใน 1 ปี ก็จะได้เงิน 100,000 บาท ประกันเจอจ่ายจบนี้เป็นที่นิยมมาก และในปีแรกบริษัทประกันทำกำไรมากจากการขายประกันชนิดนี้ เพราะประเทศไทยมีอัตราการติดเชื้อโควิดที่ต่ำมาก เนื่องจากรัฐบาลดำเนินนโยบายเข้มงวดและป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่เข้าประเทศ แต่ในปีที่ 2 และปีที่ 3 จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้บริษัทประกันหลายบริษัทต้องล้มละลายเนื่องจากมีจำนวนเคลมที่สูงมากจนไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมได้ในปี 2563 โอกาสติดเชื้อโควิดของประชากรไทยอยู่ที่ 0.01% ดังนั้น สมมุติว่า ถ้าบริษัทประกันมีกรมธรรม์เจอจ่ายจบ 1 ล้านกรมธรรม์ บริษัทจะได้รับเงินค่าเบี้ยประกันรวม 500 ล้านบาท ในขณะที่ใน 1 ล้านกรมธรรม์นั้นจะมีผู้ติดเชื้อเท่ากับ 0.01% ของ 1 ล้าน หรือซึ่งก็คือ 100 คน ดังนั้น บริษัทต้องจ่ายค่าสินไหมรวม 10 ล้านบาท ซึ่งในปีแรกนี้บริษัทกำไรดีมาก เพราะได้รับเบี้ยประกัน 500 ล้านบาท แต่จ่ายค่าสินไหมเพียงแค่ 10 ล้านบาท นั่นเป็นเพราะอัตราการติดเชื้อของคนไทยในปีนั้นต่ำมากๆ แค่ 0.01% ในขณะที่ในปีเดียวกันอัตราการติดเชื้อของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 9% ซึ่งสูงกว่าไทย 900 เท่า นั่นเป็นเพราะอเมริกาไม่ได้มีนโยบายควบคุมที่เข้มข้นเหมือนเมืองไทย ซึ่งถ้าเมืองไทยมีอัตราการติดเชื้อเท่ากับ 9% เหมือนอเมริกา ผู้ทำประกัน 1 ล้านคน จะติดเชื้อสูงถึง 90,000 คน ทำให้บริษัทจะต้องจ่ายค่าสินไหม 9,000 ล้านบาท จากเบี้ยประกันที่ได้รับแค่ 500 ล้านบาท นั่นหมายถึงบริษัทจะล้มละลายในทันที จะเห็นว่าบริษัทประกัน เจอจ่ายจบ จะกำไรหรือขาดทุนขึ้นอยู่กับค่าอัตราการติดเชื้อของคนในประเทศเป็นหลักสำคัญ โดยมีจุดคุ้มทุนที่ 0.5% ถ้าอัตราการติดเชื้อต่ำกว่า 0.5% บริษัทจะกำไร แต่ถ้าสูงกว่า 0.5% บริษัทจะขาดทุน จากข้อมูลประเทศที่ดำเนินนโยบายผ่อนคลายและเปิดเมืองอัตราการติดเชื้อจะเกิน 0.5% ดังนั้นความเสี่ยงหลักของประกันโควิดแบบ เจอจ่ายจบ ก็คือความเสี่ยงจากนโยบายจากภาครัฐว่า จะเข้มงวดล็อกดาวน์หรือไม่นั่นเอง ถ้ารัฐบาลยังเข้มงวดอัตราการติดเชื้อก็จะต่ำมาก บริษัทประกันก็จะทำกำไรเหมือนปี 2563 แต่ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนมาใช้นโยบายผ่อนคลายเปิดประเทศเหมือนชาติตะวันตก อัตราการติดเชื้อก็จะสูงมากระดับที่บริษัทประกันขาดทุนแบบล้มละลาย จะเห็นว่าการประกันโควิดแบบ เจอจ่ายจบ นี้แตกต่างจากการประกันอัคคีภัยอย่างสิ้นเชิง เพราะในการประกันอัคคีภัยความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้ของแต่ละบ้านเป็นอิสระต่อกัน จึงสามารถนำมากระจายความเสี่ยงให้หายไปได้ตามกฎแต่ในกรณีประกันโควิด ความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิดของแต่ละคนไม่เป็นอิสระต่อกัน เพราะโอกาสในการติดเชื้อของทุกคน ขึ้นอยู่กับนโยบายการล็อกดาวน์ของรัฐบาล เราไม่ได้มีหลายรัฐบาล เรามีแค่รัฐบาลเดียว จึงไม่สามารถนำมากระจายความเสี่ยงให้หายไปตามกฎ Law of Large Numbers ได้ นี้จึงไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง แต่เป็นการแทงเดิมพัน โดยเดิมพันว่า รัฐบาลจะดำเนินนโยบายปิดเมืองหรือเปิดเมืองนั่นเอง ถ้าปิดเมืองต่อไปบริษัทก็จะกำไร แต่ถ้าเปิดเมืองเมื่อไร บริษัทก็จะขาดทุนแบบล้มละลายทันที จากบทเรียนนี้ทำให้รู้ว่า บริษัทประกันไม่ควรออกผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงในลักษณะเดิมพันหรือการพนันนี้ เพราะมันไม่สามารถกระจายความเสี่ยงให้หายไปได้ บริษัทประกันควรเน้นออกผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงที่สามารถกระจายความเสี่ยงให้หายไปได้ เหมือนอย่างกรณีประกันอัคคีภัย เป็นต้น

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ตำรวจอุตรดิตถ์จับโจ๋หัวร้อนลากปืนยาวไล่ยิงถล่มกลุ่มวัยรุ่นคู่อริบาดเจ็บตำรวจอุตรดิตถ์จับโจ๋หัวร้อนลากปืนยาวไล่ยิงถล่มกลุ่มวัยรุ่นคู่อริบาดเจ็บตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ จับกุมโจ๋หัวร้อนใช้อาวุธปืนยิงถล่มกลุ่มวัยรุ่นคู่อริจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมของกลางทั้งปืน กระสุน
Read more »

'พยากรณ์อากาศ' เตือน พายุโซนร้อน 'เซินกา' ไทยมี ฝน เพิ่ม 12 จว. อีสาน เจอ ฝนถล่ม'พยากรณ์อากาศ' เตือน พายุโซนร้อน 'เซินกา' ไทยมี ฝน เพิ่ม 12 จว. อีสาน เจอ ฝนถล่ม'พยากรณ์อากาศ' กรมอุตุฯ เตือน ฉบับที่ 5 พายุโซนร้อน 'เซินกา' เตรียมขึ้นฝั่งเวียดนาม 15 ตุลาคม นี้ ทำไทยมี ฝน เพิ่มขึ้น 12 จังหวัด ภาคอีสาน เจอ ฝนถล่ม ฝนตกหนัก พายุเซินกา เซินกา พายุโซนร้อน พยากรณ์อากาศ พยากรณ์อากาศพรุ่งนี้ คมชัดลึก คมชัดลึกออนไลน์
Read more »

แม่ไม่เชื่อ หนุ่มกลับจากเยอรมนีมาเผาตัวตาย จ่าย 1 แสน แลกเบาะแสชี้ตัวคนทำแม่ไม่เชื่อ หนุ่มกลับจากเยอรมนีมาเผาตัวตาย จ่าย 1 แสน แลกเบาะแสชี้ตัวคนทำแม่มั่นใจลูกไม่ได้ทำร้ายตัวเองแน่นอนลั่นไม่เผาศพจนกว่าจะจับคนร้าย พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนบาท kapook
Read more »

สาวร้านเค้ก เจอ 2 โหดรุมทำร้าย หัวแตกเย็บ 8 เข็ม อ้างหาเรื่องคนมีสีสาวร้านเค้ก เจอ 2 โหดรุมทำร้าย หัวแตกเย็บ 8 เข็ม อ้างหาเรื่องคนมีสีสาวร้านเค้ก เจอ 2 โหดรุมทำร้าย หัวแตกเย็บ 8 เข็ม อ้างหา …
Read more »

ปรับตัวอย่างไร? เมื่อ AI ถูกนำมาใช้สร้าง Content แทนคน (จบ)ปรับตัวอย่างไร? เมื่อ AI ถูกนำมาใช้สร้าง Content แทนคน (จบ)ผู้นำวิสัยทัศน์ จุมพล ลิขิตวงศ์/ชลสิทธิ์ ประเสริฐสังข์ Mediabrands Content Studio
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:21:41